ตอนที่ 273
278 / 417
อ่าน 5 นาที
Chapter 273
เผยแพร่เมื่อ 7 เม.ย. 2569 04:55
ดิอาโบลอยู่ในชุดเชิ้ตและกางเกงสีดำสนิทเฉกเช่นเดียวกัน
ทว่าภายใต้ความเรียบง่ายนั้น อาภรณ์ของทั้งโซเอย์และดิอาโบลกลับตัดเย็บขึ้นจากวัสดุชั้นเลิศ ผสมผสานด้วยเส้นใยเวทมนตร์อันประณีตซึ่งถักทอขึ้นในเทมเพสต์ ความล้ำค่าของมันนั้นมหาศาลเสียจนหากผู้พบเห็นจินตนาการถึงราคาค่างวด ก็คงต้องหน้าถอดสีไปตามๆ กัน
มิเพียงแค่นั้น เครื่องประดับที่พวกเขาสวมใส่ยังเปี่ยมล้นไปด้วยมหาเวทระดับสูง เกินกว่าจะจินตนาการได้ว่าจะมีใครกล้าแต่งกายหรูหราฟุ่มเฟือยเช่นนี้ออกมาเดินทอดน่องในที่สาธารณะ
กระนั้น สิ่งที่ดึงดูดสายตาผู้คนหาใช่เพียงเสื้อผ้าอาภรณ์ หากแต่เป็นตัวตนของเจ้าของชุด เมื่อสังเกตดูจะพบว่าเหล่าฝูงชนที่พากันจับจ้องมานั้น ส่วนใหญ่เป็นสตรีเพศที่มองจนตาค้าง หากจะกล่าวให้ชัดเจนที่สุดก็คือ มีบุรุษรูปงามระดับล่มเมืองสองคนกำลังก้าวย่างอยู่ท่ามกลางพวกเขานั่นเอง
“พวกเขากำลังมองมาที่พวกเรา ช่างเสียมารยาทเหลือเกิน”
ปกติแล้วในที่ทำการส่วนกลาง ไม่มีผู้ใดที่อยากรนหาที่ตายด้วยการกล้าสบตาหน้าดิอาโบลตรงๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนหรือนายทหาร ทุกคนต่างต้องคุกเข่าและก้มหน้าต่ำยามที่เขาเดินผ่านโถงทางเดิน อันที่จริง มีเพียงบุคคลระดับสูงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่กล้าแสดงท่าทีเป็นกันเองต่อหน้าดิอาโบลเช่นนี้
“อย่าไปใส่ใจเลย เป็นเพราะชุดของนายนั่นแหละที่สะดุดตาเกินไป”
“พูดอะไรอย่างนั้นครับ ผมน่ะอุตส่าห์เลือกชุดสีดำทั้งตัวเพื่อให้ดูเรียบง่ายที่สุดแล้วแท้ๆ...”
โซเอย์เมินเฉยต่อคำบ่นอุบอิบของคู่สนทนา แต่ดิอาโบลยังคงไม่สบอารมณ์ เขาเตรียมชุดที่ดูธรรมดาที่สุดมาเพื่อลอบออกไปยังตัวเมืองอย่างลับๆ ดังนั้นความหงุดหงิดจึงก่อตัวขึ้นเมื่อถูกทักว่าเขาช่างดูโดดเด่นเกินจำเป็น
(กลับไปเมื่อไหร่ต้องมีการลงทัณฑ์กันบ้างแล้ว)
เขาหมายมั่นอยู่ในใจ แม้จะจำหน้าคนดูแลเครื่องแต่งกายไม่ได้เลยก็ตาม แต่นั่นก็ไม่อาจดับโทสะในอกลงได้
“นึกออกแล้ว! จะเป็นอย่างไรหากเราถือว่าการจ้องมองคือการคุกคาม แล้วสังหารพวกมันให้หมดเสีย...”
“อย่าทำอะไรบ้าๆ นั่นคือเหตุผลที่ฉันไม่อยากมากับนายยังไงล่ะ”
ดิอาโบลเสนอทางออกด้วยรอยยิ้มพราย ทว่ากลับถูกโซเอย์ปฏิเสธอย่างเย็นชาไร้เยื่อใย
ท่ามกลางสายตาของชาวเมืองที่ยังคงจับจ้องไม่วางตา ทั้งสองมุ่งหน้าต่อไปจนถึงจุดหมาย—สถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งเทมเพสต์ (Tempest Development of Human Resources Academy)
ศูนย์กลางการศึกษาแห่งเทมเพสต์ที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้การสนับสนุนของท่านริมุรุ สถานที่แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสถานศึกษาที่ยอดเยี่ยมที่สุด และเป็นหนึ่งในสามมหาโรงเรียนของโลก ท่านริมุรุมีบัญชาให้โซเอย์มาทำการสืบสวนที่นี่ และดิอาโบลก็ติดตามมาด้วย
ขณะที่โซเอย์กำลังสนทนากับใครบางคนบริเวณหน้าประตู ดิอาโบลเริ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับกลุ่มคนประหลาด
พวกเขาสวมผ้าคลุมสีขาวเหมือนกันหมด มีฮู้ดปิดบังใบหน้ามิดชิด ดูเหมือนจะมีผลในการปิดกั้นการตรวจจับ ทำให้ยากจะจำแนกเผ่าพันธุ์หรือประเมินความสามารถ ‘เนตรมังกร’ (Dragon Eye) ของจอมมารมิลิมอาจมองทะลุผ่านได้โดยไร้ปัญหา ทว่า ‘เนตรปีศาจ’ (Demon Eye) ของดิอาโบลในตอนนี้กลับไม่ได้รับอนุญาตให้ล้วงลึกไปมากกว่านั้น
(เหอะ ช่างน่าเบื่อสิ้นดี)
ดิอาโบลพึมพำด้วยความรำคาญใจ แม้เขาจะไม่ใช่พวกคลั่งความสมบูรณ์แบบ และมี ‘มอส’ คอยรวบรวมข้อมูลให้ แต่การที่มีคนยืนอยู่ตรงหน้าแต่เขากลับตรวจจับอะไรไม่ได้เลยนั้น ถือเป็นปัญหาที่มองข้ามไม่ได้
จากการที่ท่านริมุรุได้เผยแพร่ความรู้ ศาสตร์เวทในประเทศนี้จึงก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อาวุธต่อต้านปีศาจถูกพัฒนาขึ้นจนแม้แต่เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างปีศาจก็ไม่อาจวางใจได้อีกต่อไป ในยุคสมัยนี้ หากมีเงินทองมากพอก็สามารถครอบครองอาวุธระดับตำนาน (Legend Grade) ได้ไม่ยาก
แม้สิ่งเหล่านี้จะไม่ระคายผิวของดิอาโบลแม้แต่น้อย แต่ข้อเท็จจริงที่ว่ามีมนตราพรางตัวที่เหนือล้ำกว่าเขาปรากฏอยู่ในตลาด คือสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ดิอาโบลกำลังแฝงตัวเป็นมนุษย์และใช้พลังเวทเพียงหนึ่งในร้อยส่วนเท่านั้น ความสามารถจึงลดถอยลงตามสัดส่วน พลังของเขาในยามนี้จึงห่างไกลจากยามปกติอยู่โข ‘เนตรปีศาจ’ ของเขาก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน การจะเอาไปเปรียบกับท่านริมุรุหรือมิลิมที่พลังไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านั้นจึงดูไม่ยุติธรรมนัก
แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับดิอาโบล เขาไม่ชอบสถานการณ์นี้เอาเสียเลย
(พวกนั้นน่าจะมีฝีมือระดับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ แต่ครอบครองอาวุธระดับตำนานจนมีพลังกล้าแข็งขึ้นมา... ประมาณนั้นสินะ)
พวกเขายังไม่แข็งแกร่งพอให้เขาต้องระแวดระวัง ต่อให้สู้กันซึ่งหน้า ดิอาโบลก็สามารถปลิดชีพพวกมันทั้งหมดได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ทว่ามีบางอย่างที่กวนใจเขา... มันคือบรรยากาศบางอย่างที่เอ่อล้นออกมาจากกลุ่มคนเหล่านั้น
ดิอาโบลเตรียมจะก้าวเท้าออกไป แต่กลับมีมือหนึ่งมาคว้าบ่าเอาไว้พร้อมกับคำสั่งสั้นๆ ว่า “อย่า”
“นายนี่นะ เผลอเป็นไม่ได้ ต้องหาเรื่องใส่ตัวตลอดเลย” โซเอย์กล่าวด้วยน้ำเสียงระอาใจ
“หึหึ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ คนพวกนั้นดูไม่น่าไว้วางใจ ผมก็แค่คิดจะไปทักทายดูเสียหน่อย...”
“นั่นแหละที่เขาเรียกว่า ‘หาเรื่อง’”
โซเอย์ส่ายหน้า เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้ตั้งแต่วินาทีที่ดิอาโบลขอติดตามมาด้วย แม้จะเอือมระอาแต่เขาก็ไม่ได้ปริปากบ่น โซเอย์เหลือบมองกลุ่มคนที่ดิอาโบลชี้ให้ดูเพียงครู่เดียว ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวั่นไหว
“ได้รับข้อความจากมอสแล้ว เขาไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย และติดต่อกับ ‘วิลเลียม โรอาซ’ อาจารย์สอนเวทมนตร์จากสถาบันอินกราเซียที่เป็นสายลับให้เราเรียบร้อยแล้ว”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.