ตอนที่ 4103
4103 / 5804
อ่าน 11 นาที
Chapter 4103
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 12:07
## **บทที่ 4103 – ขอโทษด้วย**
**ผู้แปล: Silavin & Jon**
**พิสูจน์อักษร: Leo of Zion Mountain & Dhael Ligerkeys**
---
หยางไค่ปลดปล่อยสำแดงเทวะอีกาทองคำสาดตะวัน ในขณะที่บุรุษแซ่โกวสามารถใช้พลานุภาพแห่งขอบเขตโอเพ่นเฮเว่นผ่านเถาวัลย์น้ำเต้า ทั้งสองต่างใช้พลังที่เทียบเท่ากับยอดฝีมือขอบเขตโอเพ่นเฮเว่นระดับต่ำ อาจกล่าวได้ว่าพลังของพวกเขานั้นทัดเทียมกันโดยแท้
ดวงตะวันมหึมาสาดแสงสีทองเจิดจ้าไปทั่วทั้งโลกผลไม้ ในขณะที่เถาวัลย์น้ำเต้าก็ทลายฟ้าดิน ทะลวงผ่านความว่างเปล่า
การปะทะของทั้งสองเปรียบได้ดั่งดวงดาวอันยิ่งใหญ่สองดวงพุ่งเข้าชนกัน
หลังสิ้นเสียงกัมปนาทสะท้านโลกา คลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่กวาดออกไป ส่งผลให้ฟองอากาศโดยรอบระเบิดแตกสลายและอันตรธานไปในอากาศธาตุ หยางไค่เบิกตากว้างด้วยความเดือดดาลขณะทุ่มเทพลังทั้งหมดของเขาเข้าสู่กระบวนท่านี้ และมันก็เป็นเช่นเดียวกันกับบุรุษแซ่โกว
*ครืน ครืน ครืน...*
ทั่วทั้งโลกพลันซีดขาว รอยแยกแห่งความว่างเปล่านับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น เห็นได้ชัดว่าโลกใบนี้มิอาจทานทนต่อแรงระเบิดอันรุนแรงนี้ได้
หยางไค่กระอักโลหิตคำโตและร่างกระเด็นถอยหลังไปพร้อมกับที่ดวงตะวันมหึมาพลันดับแสง
ทางด้านบุรุษแซ่โกวเองก็พ่นโลหิตออกมาเช่นกัน ใบหน้าของเขาซีดเผือดเป็นเถ้าถ่าน เสียงกระดูกลั่นดังระงมออกจากร่างกาย แสงเจ็ดสีบนเถาวัลย์น้ำเต้าหม่นหมองลง และผลน้ำเต้าทั้งเจ็ดก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ร่างของเขาก็กระเด็นปลิวไปดุจกระสอบทราย
การปะทะครั้งนี้ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บสาหัส ไม่มีทั้งหยางไค่หรือบุรุษแซ่โกวที่ได้เปรียบ
ทันทีที่ร่วงลงสู่พื้น หยางไค่โคจรพลังเพื่อพยายามลุกขึ้น แต่เขากลับทำไม่ได้ เมื่อครู่นี้ เขาได้รีดเค้นพละกำลังเกือบทั้งหมดเข้าสู่การโจมตีเพียงครั้งเดียว ดังนั้นในตอนนี้ ทั้งร่างกายและผนึกแห่งเต๋าของเขาต่างก็มาถึงขีดจำกัดแล้ว หากเขายังฝืนทำอะไรต่อไปอีก เขาอาจได้รับความเสียหายที่ไม่อาจย้อนคืนได้
ในชั่วขณะนั้น เขารู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่งเพราะไม่คาดคิดว่าจะต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ในขณะเดียวกัน เขาก็แอบไตร่ตรองกับตนเองและคิดว่าเขาไม่ควรดูแคลนศัตรูเป็นอันขาด บุรุษแซ่โกวผู้นี้ไม่ใช่บุคคลมีชื่อเสียง แต่กลับครอบครองพลังที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ เขาเป็นเพียงหนึ่งในผู้ถือครองของจิตวิญญาณเทวะเหล่านั้น แล้วผู้ถือครองคนอื่นๆ จะทรงพลังมากเพียงใดกัน?
แน่นอนว่า พลังของชายผู้นี้ถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของเถาวัลย์น้ำเต้า
โชคยังดีที่ในขณะที่หยางไค่ลุกขึ้นไม่ไหว บุรุษแซ่โกวก็อยู่ในสภาพอัมพาตบนพื้นเช่นกัน
ในฐานะผู้ฝึกตนขอบเขตจักรพรรดิ ชายผู้นี้ได้ฝืนใช้พลังของขอบเขตโอเพ่นเฮเว่นอย่างเกินกำลัง ความเสียหายที่เขาได้รับจะต้องเทียบเท่าหรืออาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าหยางไค่
*แปะ แปะ แปะ แปะ...*
ด้วยผลกระทบจากพลังของคนทั้งสอง ฟองอากาศในโลกใบนี้ยังคงแตกสลายอย่างต่อเนื่อง ราวกับเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ฟองอากาศเหล่านี้ระเบิดไม่หยุดหย่อนและเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา
ในชั่วพริบตา ฟองอากาศทั้งหมดก็แตกสลายจนหมดสิ้น เหลือเพียงฟองอากาศขนาดเท่าฝ่ามือฟองหนึ่งลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ
ฟองอากาศนี้ดูไม่โดดเด่นและทั้งหยางไค่และบุรุษแซ่โกวก็ไม่เคยสังเกตเห็นมันมาก่อน พวกเขาวิ่งวนไปมาเป็นเวลานานและผ่านฟองอากาศมามากมาย แต่ก็ไม่เคยเห็นฟองนี้มาก่อน
หลังจากฟองอากาศอื่นๆ แตกสลายไปหมด ฟองอากาศนี้จึงปรากฏตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ขึ้น
หยางไค่กะพริบตาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดและจ้องเขม็งไปยังฟองอากาศนั้น ทันใดนั้น แววตาของเขาก็สว่างวาบขึ้นเมื่อตระหนักได้ว่าฟองอากาศนี้คือกุญแจสำคัญในการควบคุมโลกผลไม้ใบนี้ หากเขาสามารถหลอมรวมฟองอากาศนี้ได้ เขาอาจจะสามารถครอบครองโลกผลไม้ได้สำเร็จ
โดยไม่ยอมเสียเวลาพักแม้แต่น้อย เขากระเสือกกระสนและคลานตรงไปยังฟองอากาศนั้น เพราะในตอนนี้ เขาไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นเดิน
หลังจากคลานไปได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกถึงแรงฉุดที่ข้อเท้า เมื่อหันกลับไปมอง เขาก็แอบสบถสาปแช่งในใจ
เขาถูกฟองอากาศอันเป็นเอกลักษณ์นั้นดึงดูดความสนใจไปทั้งหมด จนลืมเรื่องของบุรุษแซ่โกวไปเสียสนิท อีกฝ่ายได้ใช้เถาวัลย์น้ำเต้าพันรอบข้อเท้าของเขา และในชั่วพริบตาต่อมา แรงดึงมหาศาลก็กระชากหยางไค่กลับไปด้านหลังของบุรุษแซ่โกว ทำให้เขากลิ้งไปชั่วครู่ก่อนจะทรงตัวได้
เดิมที เขาอยู่ใกล้ฟองอากาศมากกว่า แต่หลังจากที่บุรุษแซ่โกวใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรก อีกฝ่ายก็กลายเป็นคนที่อยู่ใกล้กว่าแทน
เห็นได้ชัดว่าบุรุษแซ่โกวเองก็ดูเหมือนจะตระหนักถึงความพิเศษของฟองอากาศนั้นเช่นกัน ดังนั้นในตอนนี้ เขากำลังบิดตัวและคลานกระเสือกกระสนตรงไปยังมัน
หยางไค่รู้สึกโชคดีที่แม้จะถูกเถาวัลย์น้ำเต้าดึงกลับไป แต่เขาก็ไม่ได้รับอันตรายจากมัน เห็นได้ชัดว่าบุรุษแซ่โกวผู้นี้ไม่มีพลังงานเหลือพอที่จะจัดการหยางไค่แล้ว มิฉะนั้นเขาคงไม่ปล่อยให้หยางไค่รอดไปง่ายๆ
หยางไค่ผู้เดือดดาลรีดเค้นพลังงานมากขึ้นเพื่อไล่ตามเขาไป
ในตอนนี้ ทั้งสองกำลังคลานกระดืบไปข้างหน้าราวกับหนอนสองตัว ขณะที่พวกเขาค่อยๆ เข้าใกล้ฟองอากาศนั้น
อาการบาดเจ็บของบุรุษแซ่โกวดูเหมือนจะรุนแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงถูกหยางไค่แซงหน้าไปในเวลาเพียงชั่วครู่ ด้วยสายตาดูแคลน หยางไค่เหลือบมองเขาอย่างเหยียดหยาม "หลังจากที่ราชันย์ผู้นี้ได้โลกผลไม้ไปแล้ว ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!"
สีหน้าของบุรุษแซ่โกวคล้ำลง และโดยไม่พูดอะไร เขาก็เหวี่ยงเถาวัลย์น้ำเต้าของเขาอีกครั้ง
หยางไค่ถูกดึงถอยหลังอีกครา สีหน้าของเขากลายเป็นเคร่งขรึมขณะที่เขาสบถและชูหอกมังกรครามขึ้นก่อนจะแทงมันไปยังเถาวัลย์น้ำเต้า
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงร้องอุทานดังขึ้นเป็นชุด ดวงตาทั้งเจ็ดของผลน้ำเต้าบนเถาวัลย์เบิกโพลงและมองมาที่หยางไค่อย่างเจ็บปวดขณะที่พวกมันประสานเสียงกันว่า "ท่านทำพวกเราเจ็บนะ!"
หยางไค่ไม่สนใจและแทงอาวุธของเขาเข้าใส่เถาวัลย์น้ำเต้าอย่างแรงจนในที่สุดก็แกะมันออกได้
บุรุษแซ่โกวสั่นเถาวัลย์น้ำเต้า ทันใดนั้นผลน้ำเต้าเล็กๆ ทั้งเจ็ดก็ร่วงลงสู่พื้นและแปลงร่างเป็นพี่น้องเจ็ดน้ำเต้า อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้กลิ่นอายของพวกมันดูอ่อนแออย่างยิ่ง เป็นที่ประจักษ์ว่าระหว่างการปะทะกับหยางไค่ก่อนหน้านี้ รากฐานของพวกมันได้รับความเสียหาย
ตอนนี้ พี่น้องทั้งเจ็ดนอนแผ่อยู่บนพื้น พี่ใหญ่พูดอย่างเซื่องซึมว่า "ข้าคือต้าหวา"
พี่รองกล่าว "ข้าคือเอ้อหวา"
พี่สามกล่าว "ข้าคือซานหวา"
...
ทีละคน พี่น้องทั้งเจ็ดแนะนำตัวเองและรวมตัวกันก่อนจะตะโกนพร้อมกันว่า "พวกเราคือพี่น้องเจ็ดน้ำเต้า!"
บุรุษแซ่โกวคำรามลั่น "หุบปากแล้วไปรั้งตัวมันไว้!"
พวกน้ำเต้ารีบพุ่งเข้าไปหาหยางไค่ พวกมันกระชากผมและยึดแขนของเขาไว้ หนึ่งในพี่น้องเดินเตาะแตะเข้ามาหาต้นขาของหยางไค่แล้วโอบแขนรัดไว้ เขาดูมุ่งมั่นที่จะไม่ให้หยางไค่ขยับไปไหนได้
หยางไค่ถึงกับพูดไม่ออก และเมื่อเห็นว่าบุรุษแซ่โกวกำลังค่อยๆ เข้าใกล้ฟองอากาศ ความคิดหนึ่งก็วาบขึ้นในใจขณะที่เขาเรียกผูไป่สงและเห็ดน้อยออกมา
ผูไป่สงอุทาน "เกิดอะไรขึ้น?"
เขาและเห็ดน้อยถูกหยางไค่เก็บไว้ในโลกผนึกเล็กๆ ตั้งแต่เข้ามาในโลกผลไม้ พวกเขาจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก แต่ทันทีที่ออกจากโลกผนึกเล็กๆ พวกเขาก็เห็นน้ำเต้าเจ็ดลูกกำลังสร้างความลำบากให้หยางไค่ ทำให้พวกเขาทั้งงงงวยและตกใจ
เห็ดน้อยใช้สองมือจับหมวกเห็ดของเธอแล้วพูดอย่างอ่อนแรง "พี่ใหญ่ทั้งหลาย ท่านกำลังทำอะไรกันอยู่หรือคะ?"
แน่นอนว่าพวกน้ำเต้าไม่มีเวลามาตอบเธอเพราะกำลังพยายามทรมานหยางไค่
หยางไค่ตะโกน "อย่ามัวแต่ยืนอยู่! ช่วยข้ากำจัดพวกมันเดี๋ยวนี้!"
ผูไป่สงซึ่งยืนอยู่ข้างหยางไค่ กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเท้าสะเอวและหัวเราะลั่น "เจ้าหนู สมน้ำหน้าเจ้าแล้ว!"
ดุจคนพาลที่สุขสำราญบนความทุกข์ของผู้อื่น เขามองลงมาที่หยางไค่และหัวเราะอย่างหยิ่งผยอง
สีหน้าของหยางไค่ดำคล้ำ ผูไป่สงช่างเป็นสหายที่ไม่ภักดีโดยแท้ บัดนี้เมื่อหยางไค่อยูในสภาพอ่อนแอและมีปัญหา เขาย่อมต้องหาทางเหยียบย่ำซ้ำเติมเป็นธรรมดา
"ตอนที่เจ้ากดขี่ท่านลุงผู เจ้าไม่เคยคาดคิดเลยสินะว่าวันหนึ่งเจ้าจะต้องเจอเรื่องแบบนี้บ้าง? ตอนที่เจ้าเด็ดองุ่นของข้า เจ้าไม่เคยคิดเลยสินะว่าในอนาคตเจ้าจะต้องให้ข้าช่วยชีวิต?" ผูไป่สงย่อตัวลงและใช้รากของเขาบีบจมูกของหยางไค่จนอีกฝ่ายหายใจไม่ออก
หยางไค่ตะคอก "เจ้าต้องการอะไร? ข้าขอเตือนว่าอย่าได้หยิ่งผยองนัก มิฉะนั้นข้าจะสั่งสอนเจ้าหลังจากเรื่องนี้!"
ผูไป่สงหัวเราะเบาๆ แล้วลุกขึ้น "กล้าขู่ข้ารึ? หากไม่ใช่เพราะจริงๆ แล้วเจ้าเป็นคนใจดี ข้าไม่สนชีวิตหรือความตายของเจ้าหรอก" เขาหยุดไปชั่วครู่แล้วยิ้มอย่างมีความหมาย "เรียกข้าว่าท่านลุงผู แล้วข้าจะช่วยเจ้า"
"ท่านลุงผู!" หยางไค่กล่าวทันที
ผูไป่สงถึงกับสะดุ้งและกะพริบตาปริบๆ จากนั้นก็แผดเสียง "เจ้านี่มันไม่มียางอายเลยหรือไร?" เขาแค่ส่ายหัวแล้วก้าวขึ้นไปบนร่างของหยางไค่ จากนั้นก็เตะพวกน้ำเต้าที่ก่อกวนหยางไค่อย่างไม่ใยดีทีละคน
ด้านข้าง เห็ดน้อยมองภาพนั้นด้วยความหวาดกลัว
ผูไป่สงเป็นโอสถเทวะที่แปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ แต่แน่นอนว่าเขาไม่เชี่ยวชาญการต่อสู้เหมือนพี่น้องน้ำเต้า หากไม่ใช่เพราะพวกน้ำเต้าเหล่านี้อ่อนแรงจนหมดสภาพ ก็ไม่มีทางที่ผูไป่สงจะกดขี่พวกมันได้
หลังจากที่ผูไป่สงเตะไปสองคน น้ำเต้าอีกสองลูกก็เข้ามาจับรากของเขาไว้แล้วรัวหมัดใส่จนเขาร้องโอดโอย
"หยุดสู้กันเถอะค่ะ! หยุดสู้กัน!" เห็ดน้อยร้องไห้ แต่จู่ๆ เธอก็ถูกใครบางคนต่อยเข้าให้ จนเกิดรอยคล้ำรอบดวงตา เธอล้มก้นจ้ำเบ้าแล้วเริ่มร้องไห้โฮ
เมื่อรากทั้งสี่ของเขาถูกพวกน้ำเต้ายึดไว้ ผูไป่สงก็ขยับไม่ได้ เขาจึงหันไปหาเห็ดน้อยแล้วตะโกน "หยุดร้องไห้แล้วไปฉวยเถาวัลย์นั่นมา เดี๋ยวนี้!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เห็ดน้อยก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น
ผูไป่สงคำรามลั่น "ไปเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นข้าจะอัดพี่ใหญ่ของเจ้าให้ตาย!"
เห็ดน้อยผู้ตกตะลึงรีบหยุดร้องไห้และลุกขึ้นยืนก่อนจะวิ่งตรงไปยังบุรุษแซ่โกว
แน่นอนว่าบุรุษแซ่โกวตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี เขายังคงกระดืบตัวไปยังฟองอากาศ และตอนนี้เขาอยู่ห่างจากมันเพียงหนึ่งพันเมตรเท่านั้น
เมื่อเห็นเห็ดน้อยพุ่งเข้ามาหาเขา เขาก็พ่นลมอย่างเย็นชาและไม่สนใจเธอ
ก่อนหน้านี้ เขาเคยเห็นโอสถเทวะสองตนของหยางไค่แล้ว แต่ดูเหมือนพวกมันจะสู้ไม่เป็น แม้ว่าเขาจะอ่อนแอ แต่เขาก็ไม่กลัวโอสถเทวะที่แปลงร่างเป็นมนุษย์ หากเธอกล้าล่วงเกินเขา เขาก็ไม่รังเกียจที่จะขย้ำเธอกิน
เมื่อมาถึงตัวเขา เห็ดน้อยจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโค้งคำนับให้เขา จากนั้นเธอก็พูดอย่างนอบน้อมว่า "ท่าน...ให้เถาวัลย์น้ำเต้าของท่านแก่ข้าได้ไหมคะ?"
"ไสหัวไป!" บุรุษแซ่โกวตะคอกอย่างหยาบคาย
เห็ดน้อยหน้าซีดและถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยความหวาดกลัว จากนั้นเธอก็หันไปมองพวกน้ำเต้าและผูไป่สงที่ยังคงต่อสู้กันอย่างอุตลุด แล้วกัดฟันแน่น ทันใดนั้นเธอก็พ่นลมหายใจบางเบาใส่บุรุษแซ่โกว "ข้าต้องช่วยพี่ใหญ่ของข้า... ท่านจงหลับไปซะ!"
ในชั่วพริบตานั้น บุรุษแซ่โกวรู้สึกว่าโลกรอบตัวเขากำลังหมุนคว้าง วิญญาณของเขาจมดิ่งลงและความรู้สึกง่วงงุนอย่างรุนแรงก็ถาโถมเข้าใส่
"เจ้า..." ก่อนที่เขาจะพูดจบ เขาก็พลันผ่อนคลายลงทั้งร่างและเริ่มกรนอยู่บนพื้น
"ขอโทษด้วยค่ะ!" เห็ดน้อยก้มศีรษะขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนั้นเธอก็กระโจนเข้าใส่เขาและง้างมือของเขาออกอย่างแรงก่อนจะหยิบเถาวัลย์น้ำเต้าไป
หลังจากที่เธอเขย่ามันเบาๆ ผลน้ำเต้าเล็กๆ ทั้งเจ็ดที่กำลังก่อกวนหยางไค่และผูไป่สงก็กลายเป็นลำแสงเจ็ดสายพุ่งกลับเข้าไปในเถาวัลย์น้ำเต้า
ในชั่วพริบตาต่อมา ผลน้ำเต้าเจ็ดลูกก็เติบโตขึ้นบนเถาวัลย์ขณะที่พวกมันคร่ำครวญออกมาเป็นเสียงเดียวกัน "เหนื่อยจัง คราวนี้พวกเราจะได้พักผ่อนเสียที"
หลังจากพูดจบ พวกมันก็หลับตาลงและห้อยนิ่งอยู่อย่างเงียบงัน แม้ว่าพวกมันจะเป็นโอสถเทวะที่ทรงพลัง แต่พวกมันก็ได้ใช้พลังงานไปมากในขณะที่ถูกบุรุษแซ่โกวขับเคลื่อนให้ต่อสู้กับหยางไค่ บัดนี้ พวกมันต้องพักผ่อนเป็นเวลานาน
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.