Chapter 3628
3639 / 4197
9 min read
Chapter 3628: Bad Habits (Part 1)
Published Apr 10, 2026, 04:33 AM
"ยามที่คุณลงมือ จงคงสภาพเกล็ดมังกรเอาไว้เสมอ... แบบนี้" คามิล่ากุมมือของเขาเอาไว้อย่างแผ่วเบา "พวกมันจะช่วยส่งผ่านความรู้สึกอันสัตย์จริงที่คุณมีต่อทั้งจอร์มุนและวาเลรอน อย่างที่คุณเคยบอกนั่นแหละ เขาเป็นเด็กฉลาด"
"ช่วงแรกมันคงจะยากลำบากสำหรับเขา แต่ฉันมั่นใจว่าเขาก็เข้มแข็งพอที่จะยอมรับและก้าวผ่านมันไปได้"
"คุณแน่ใจงั้นหรือ?" ลิธเอ่ยถาม
"แน่ใจสิ" คามิล่าตอบกลับ "ไม่ใช่เพียงเพราะเขาสามารถรับรู้ถึงความจริงใจของคุณผ่านทางเกล็ดมังกรและสายใยเชื่อมต่อทางจิตเท่านั้น แต่เป็นเพราะเขายังมีฉัน เขายังมีเอลีเซีย ซาล... หมายถึง คุณย่า และคุณปู่ เขาสามารถขอให้พวกท่านบอกความจริงได้ และพวกท่านก็จะบอกเขา"
"บัดซบเอ๊ย เขาจะต้องสูญเสียพ่อไปถึงสองคนในวันเดียวกัน ซ้ำยังต้องมาค้นพบความจริงว่าแม่ของตัวเองเป็นสัตว์ประหลาดอีก" ลิธขบกรามกรอดเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
"เขาจะสูญเสียพ่อไปเพียงคนเดียว และนั่นก็ไม่ใช่เพราะจอร์มุนทอดทิ้งเขาด้วย" คามิล่าเอ่ยแย้งเพื่อแก้ไขคำพูดของลิธ "พ่ออีกคนจะยังคงอยู่ตรงนี้ คอยเฝ้ารอเขา และวาเลรอนก็จะยังมีแม่ ซึ่งก็คือฉัน และมีพี่น้องอีกอย่างน้อยสองคน" เธอลูบไล้หน้าท้องของตนอย่างอ่อนโยน
"คุณไม่ยอมให้เอซิโอมากำหนดตัวตนของคุณได้ ฉันมั่นใจว่าวาเลรอนก็จะเข้มแข็งได้เช่นเดียวกัน และอย่าลืมนะว่า หากนำไปเทียบกับผู้บริจาคอสุจิบนโลกของคุณแล้ว ทรัดนั้นเรียกได้ว่าเป็นนักบุญเลยล่ะ อย่างน้อยเธอก็รักลูกชายของเธอและต่อสู้จนหยดเลือดหยดสุดท้ายเพื่อปกป้องเขา"
"อย่าปล่อยให้เขาลืมเรื่องนั้นเด็ดขาด ทรัดคือศัตรูของคุณ ไม่ใช่ของวาเลรอน"
"ขอบใจนะ คามิ" ลิธทอดถอนใจยาว เมื่อตระหนักได้ว่ามันไม่มีหนทางแก้ไขใดที่ไร้ซึ่งความเจ็บปวด เขาทำได้เพียงทำหน้าที่ในฐานะพ่อของวาเลรอนให้ดีที่สุด และภาวนาให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเมื่อถึงเวลาต้องเผชิญหน้า "แล้วเรื่องดอกคามิเลียล่ะ?"
"ก็อย่างที่บอก เขาเป็นเด็กฉลาด" คามิล่าส่งยิ้มอันแสนอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักให้แก่เขา "สร้างกิ่งคามิเลียของเขาขึ้นมาแล้วมอบมันให้เขา ปล่อยให้วาเลรอนเป็นคนเลือกในสิ่งที่เขาต้องการ หากเขานำมันไปติดไว้กับต้นคามิเลีย ก็จงสวมกอดเขาให้แน่นๆ แต่ถ้าเขาไม่ทำเช่นนั้น ก็จงกอดเขาให้แน่นยิ่งกว่าเดิม"
"วาเลรอนจะต้องรับรู้ว่า การเลือกพ่อคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทอดทิ้งพ่ออีกคน"
"ขอบใจนะ คามิ" ลิธยันกายลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปที่เก้าอี้ของเธอแล้วสวมกอดหญิงสาวจากทางด้านหลัง "ผมเคยบอกคุณหรือเปล่าว่าคุณคืออัจฉริยะ?"
"เคยสิ แต่ไม่ใช่ของวันนี้" เธอเอ่ยตอบพร้อมกับประทับจุมพิตอันแผ่วเบาให้เขา "และก็ยังบอกไม่บ่อยพอด้วย เอาล่ะ ในเมื่อเราจัดการกับปัญหาชิ้นโตนี่พ้นทางไปได้แล้ว เราก็ควรมาเริ่มคิดกันได้แล้วนะว่าจะทานอะไรเป็นมื้อเที่ยงดี"
"เราเพิ่งจะทานมื้อเที่ยงกันไปไม่ใช่หรือ?" ลิธจ้องมองเศษกระดูกไก่ย่างสองตัวที่ถูกแทะจนเกลี้ยงเกลาบนจานของเธอ
"เราทานไปแค่มื้อเดียว นั่นน่ะใช่ แต่ที่ฉันกำลังพูดถึงคือมื้อเที่ยงรอบที่สองต่างหาก"
"นี่มันจะมีมื้อเที่ยงรอบที่สามด้วยไหมเนี่ย?" ลิธถึงกับพูดไม่ออก
"ไม่มีหรอก แค่มีเวลาสำหรับของว่างเป็นไอศกรีมคั่นกลางระหว่างมื้อเที่ยงรอบที่สองกับช่วงเวลาดื่มชาเท่านั้นแหละ" เธอหัวเราะคิกคัก
"ก็ได้ๆ เดี๋ยวผมไปซื้อวัตถุดิบสำหรับมื้อเที่ยงรอบที่ ‘สอง’ ก็แล้วกัน" ลิธต้องใช้ความอดกลั้นอย่างหนักเพื่อไม่ให้ตัวเองกลอกตาและเปล่งน้ำเสียงประชดประชันออกมาตอนที่เน้นคำว่า 'สอง'
"อย่าลืมวัตถุดิบสำหรับทำไอศกรีมด้วยล่ะ" เธอลุกขึ้นยืนพร้อมกับหาววอด "ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องออกไปซื้อของตั้งสองรอบหรอกนะ"
"ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ" ลิธส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ "คุณจะไปด้วยกันไหม?"
"ไม่ล่ะ อารมณ์ความรู้สึกที่พรั่งพรูออกมาทั้งหมดนี้มันทำให้ฉันง่วงนอนน่ะ ฉันขอไปงีบหลับสักหน่อย ปลุกฉันด้วยล่ะตอนที่คุณทำอาหารเสร็จแล้ว" เธอเข็นเปลเด็กเข้าไปในห้องนอน โดยไม่ปล่อยให้ลิธที่กำลังยืนอึ้งมีเวลาทันได้ตระหนักเลยว่าเกิดอะไรขึ้น
***
มื้อเที่ยงรอบที่สอง ของว่างไอศกรีม และช่วงเวลาดื่มชาผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น ในระหว่างมื้ออาหาร ลิธและคามิล่าได้พาเด็กๆ ไปเที่ยวชมเมืองเบลิอุส ซึ่งเด็กทั้งสองก็แบ่งเวลาอย่างเท่าเทียมไปกับการสำรวจสิ่งรอบตัว การงีบหลับ และการทะเลาะเบาะแว้งกัน
เอลีเซียคอยผลักดันให้วาเลรอนกล้าหาญมากขึ้น ส่วนวาเลรอนก็คอยเตือนให้เอลีเซียระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้ และพ่อแม่ของพวกเขาก็ต้องคอยตามประกบทั้งคู่อยู่ไม่ห่าง เอลีเซียเป็นฝ่ายที่มักจะพยายามแอบหลบหนีออกจากรถเข็นเด็ก แต่วาเลรอนก็คอยตามติดเธอไปเพื่อปกป้อง
เมื่อถึงเวลาอาหารค่ำ ลิธก็รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมีความสุข และเริ่มทบทวนถึงทุกทางเลือกในชีวิตของตัวเองใหม่อีกครั้ง
"จำกฎของเราไว้ให้ดีนะเด็กๆ" ลิธถอนหายใจออกมาด้วยความอ่อนล้า "ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ที่บ้านของคุณย่าเอลิน่าแล้ว พวกลูกต้องทำตัวให้ดี ไม่อย่างนั้นทุกคนจะใจร้ายกับเรา เข้าใจไหม?"
เอลีเซียและวาเลรอนพยักหน้ารับ ก่อนจะแปลงสภาพชุดบอดี้สูทของพวกตนให้กลายเป็นชุดเด็กแรกเกิดที่สวมใส่สบายแต่ดูเป็นทางการขึ้นมาเล็กน้อย
"นี่คือร้านเวโลเรียน" คามิล่าชี้ไปที่บานประตูร้านอาหาร "แม่กับพ่อมาเดทกันครั้งแรกที่นี่ ในชุดแบบนี้เลยล่ะ"
เธอสวมชุดนำโชคของเธอ ซึ่งก็คือเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและกระโปรงทรงสอบสีดำ ในขณะที่ลิธสวมเสื้อเชิ้ตสีแดงทับกางเกงสีขาวและรองเท้าสีดำ
เอลีเซียและวาเลรอนสบตากันด้วยความกังวลและลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พวกเขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าคำพูดเหล่านั้นมันหมายความว่าอย่างไร จึงได้แต่กุมมือเล็กๆ ของกันและกันเอาไว้เพื่อเรียกความกล้า และทำตัวแข็งทื่อราวกับว่ากำลังจะออกไปทำศึกสงครามอย่างไรอย่างนั้น
"เมกัสเวอร์เฮน เลดี้เมกัส ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกท่านจะกลับมาจริงๆ" แม้แต่พนักงานต้อนรับก็ยังเป็นคนเดิม
ซิโลแทบจะไม่เปลี่ยนไปเลยนับตั้งแต่ที่พวกเขามาเยือนครั้งล่าสุด เครื่องแบบของเขาดูใหม่เอี่ยมแต่ก็ยังมีรอยตัดเย็บแบบเดียวกับชุดเดิม เส้นผมสีดำของเขาถอยร่นเปิดพื้นที่ให้หน้าผากมากขึ้นและมีผมหงอกแซมขึ้นมาสองสามเส้น แต่มันก็มีแค่นั้น
"และพวกเราก็ไม่ได้มากันแค่นี้ด้วย" คามิล่าชี้ไปที่รถเข็นเด็กและเด็กน้อยสองคนที่กำลังทำหน้าตาราวกับคนท้องผูกที่นั่งอยู่ข้างใน "เอลีเซีย วาเลรอน นี่คือซิโล... ซิโล ฉันขอแนะนำให้คุณรู้จักกับลูกๆ ของพวกเรา เอลีเซียและวาเลรอน"
คำว่า 'ลูกๆ' นั้นฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลยสำหรับซิโล เช่นเดียวกับรูปลักษณ์ของวาเลรอน เด็กชายดูไม่เหมือนคู่สามีภรรยาคู่นี้เลยแม้แต่น้อย และซิโลก็มั่นใจว่าเมกัสเวอร์เฮนมีลูกเพียงคนเดียวเท่านั้น ทว่าด้วยความภาคภูมิใจในสายอาชีพ ทำให้เขาต้องกลืนทุกคำถามลงคอไปและคลี่ยิ้มออกมา
"สวัสดีขอรับ เมกัสน้อย ยินดีต้อนรับสู่เวโลเรียน"
เอลีเซียถอนสายบัวอย่างสุดความสามารถเท่าที่คนนั่งจะทำได้ ส่วนวาเลรอนก็โค้งคำนับให้พนักงานต้อนรับพร้อมกับวาดมือข้างที่ว่างอยู่อย่างสง่างาม
"นี่พวกเขาเพิ่งจะ..." ซิโลหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่รอยยิ้มก็ยังคงไม่จางหายไป
"พวกเขาฉลาดมากน่ะ" ลิธตอบกลับ "คุณช่วยนำทางพวกเราไปที่โต๊ะหน่อยได้ไหม?"
"แน่นอนขอรับ!" ซิโลโค้งคำนับให้พวกเขาก่อนจะหันหลังกลับและเดินนำทางไป "นี่คือโต๊ะเมกัสของเรา หวังว่าพวกท่านจะเพลิดเพลินนะขอรับ"
มันเป็นเพียงแค่โต๊ะตรงมุมร้านที่มีพื้นที่กว้างขวางและให้ความเป็นส่วนตัวสูง
ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเพียงอย่างเดียวก็คือ มันถูกจัดให้มีระยะห่างจากโต๊ะตัวอื่นมากขึ้น และถึงแม้ว่าดีไซน์ของเก้าอี้และโต๊ะจะเข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ ในร้านเวโลเรียน แต่มันก็เป็นของที่มีคุณภาพสูงกว่า
รถเข็นเด็กแยกส่วนและเปลี่ยนสภาพกลายเป็นเก้าอี้ทรงสูงสำหรับเด็กทารก ทำให้วาเลรอนและเอลีเซียสามารถมองเห็นเหนือระดับโต๊ะได้
"เราปรับเปลี่ยนมันให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อรักษาสะเก็ดความทรงจำของพวกท่านเอาไว้ และเพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารในฐานะเมกัสให้กับแขกวีไอพีของเราขอรับ" ซิโลยื่นเมนูอาหารให้พวกเขา และถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่าเด็กๆ เองก็ยื่นมือออกมารับด้วยเช่นกัน
"พวกเขาอ่านหนังสือออกแล้วหรือขอรับ?"
"เปล่าหรอก แต่ยังไงก็เอาเมนูให้พวกเขาเถอะ" ลิธหัวเราะในลำคอ เมื่อเห็นเอลีเซียถือกระดาษพิมพ์ลายนั้นกลับหัว ส่วนวาเลรอนก็จับมันเอียงไปด้านข้าง
"เมกัสสเปเชียล นี่คืออะไรคะ?" คามิล่าเอ่ยถาม เมื่อสังเกตเห็นว่าไม่มีคำอธิบายใดๆ อยู่ใต้ชื่อของเมนูจานนั้นเลย
"สิ่งที่ผมสอนให้พ่อครัวของเวโลเรียนทำตอนที่ผมออกไปซื้อวัตถุดิบน่ะ" ลิธตอบกลับ
"ท่านเมกัสเป็นคนจัดเตรียมวัตถุดิบให้ด้วยขอรับ" ซิโลฉีกยิ้มกว้าง "มันเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามเลยล่ะขอรับ"
"ถ้าอย่างนั้น ขอเป็นมันฝรั่งอบ ผักย่างรวมมิตร และมีทบอลสำหรับเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยก็แล้วกันค่ะ" คามิล่าพยักหน้า "จากนั้นก็รับเมกัสสเปเชียลจานนี้ บาร์บีคิวเสียบไม้รวมมิตรสองสามไม้ แล้วก็สเต็กเนื้อฟิเลต์ค่ะ"
"สำหรับทานแบ่งกันหรือขอรับ?" ซิโลเอ่ยถาม
"ไม่ค่ะ อย่างละหนึ่งที่" คามิล่าตอบกลับ ซึ่งนั่นแทบจะทำให้สีหน้าอันเรียบเฉยของพนักงานต้อนรับถึงกับพังทลายลง "เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกันค่ะ ส่วนที่เหลือเราค่อยสั่งเพิ่มทีหลังได้"
"ส่วนที่เหลือหรือขอรับ? หมายถึง... เครื่องดื่มหรือเปล่าขอรับ?"
"ขอน้ำเปล่าก็พอค่ะ ขอบคุณ เราไม่อยากจะสอนนิสัยเสียๆ ให้กับเด็กๆ น่ะค่ะ" เธอชี้ไปที่เด็กวัยเตาะแตะทั้งสอง
'มันสายเกินไปสำหรับเรื่องนั้นแล้วล่ะมั้ง' ซิโลคิดในใจ
"เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมากเลยขอรับ" นั่นคือสิ่งที่เขาพูดออกไปจริงๆ "อาหารจะนำมาเสิร์ฟในอีกสักครู่นะขอรับ"
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.