Chapter 3650
3661 / 4197
9 min read
Chapter 3650: Poisoned Arrow (Part 1)
Published Apr 10, 2026, 04:38 AM
"มนตราเสกสร้างชั้นยอดของเราบางส่วน จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบหายาก ซึ่งข้าสงสัยเหลือเกินว่าเวิร์มที่ยังเยาว์วัยเช่นเจ้าจะมีครอบครองไว้หรือไม่ หากเจ้าไม่มีมัน เราคงต้องหาข้อตกลงกันใหม่ หรือไม่ก็ลดระดับของมนตราลง"
"พูดถึงเรื่องงาน..." โซลัสกระแอมไอเบาๆ
"โอ้ จริงสิ" ผู้นำตระกูลพยักหน้ารับ "รานา ฮอชตัค ขอประทานโทษพวกเจ้าด้วย"
เพียงแค่เวิร์มทั้งสองโบกมือ เออร์กัคก็ใช้วิชาเคลื่อนย้ายพาทุกคนหายวับไปทันที
มันเป็นห้องที่ทั้งเล็กและมืดทึบ ดูเหมาะกับการสุมหัววางแผนลอบสังหารเสียมากกว่าจะเป็นสถานที่เจรจาระหว่างพันธมิตร ยิ่งไปกว่านั้น ท่าทีของเออร์กัคกลับดูอึดอัดกระอักกระอ่วน ราวกับกำลังเขินอายเสียด้วยซ้ำ
"สรุปว่าน้องสาวของเจ้าต้องการเงินสินะ?" เขาเอ่ยถาม ซึ่งโซลัสก็พยักหน้าตอบรับ "และนางก็ไม่รู้เลยจริงๆ รึว่า จะหาเงินสักก้อนได้อย่างไร?"
"ก็ใช่ว่าทองคำมันจะงอกเงยออกมาจากต้นไม้นี่" ลิธกล่าวด้วยความมึนงง
"อันที่จริง มันก็คล้ายๆ แบบนั้นแหละ" เออร์กัคพ่นลมหายใจออกมายืดยาว สีหน้าของเขาประหนึ่งคนที่กำลังจะสารภาพบาปว่าได้พลั้งมือฆ่าน้องชายตัวเอง "ฟังนะ ข้าไม่ได้รู้สึกภาคภูมิใจกับเรื่องนี้เลย ไม่มีใครภูมิใจทั้งนั้น และถ้าให้พูดตามตรง ข้าก็ไม่เคยคาดคิดเลยว่าตัวเองจะต้องเป็นคนมานั่งอธิบายเรื่องพรรค์นี้ให้เจ้าฟัง"
"ข้ารู้ว่าเด็กทารกเกิดมาได้อย่างไร" ลิธขมวดคิ้วแน่น "ท่านคิดว่าลูกสาวข้าถือกำเนิดมาได้ยังไงกันล่ะ?"
"ไม่ใช่เรื่องนั้น อีกเรื่องต่างหาก" เออร์กัคส่ายหน้า "เผ่าพันธุ์มังกรอย่างเรามีเรื่องชวนกระอักกระอ่วนอยู่สองเรื่อง"
"เรามีจู๋สองอันงั้นรึ?!" ลิธตกตะลึงจนตาเบิกโพลง
"ไม่ใช่! ข้าหมายถึงเรื่องน่าอึดอัดต่างหาก" ผู้นำตระกูลหัวเราะเบาๆ "และเรื่องที่สองที่ว่า ก็คือสิ่งนี้..."
มังกรเพลิงแบฝ่ามือออก ก่อนที่อัญมณีล้ำค่าอันสง่างามจะปรากฏขึ้นจากเครื่องรางมิติของเขา มันคือเพชรเม็ดโตขนาดเท่าลูกแตงโม ทว่ากลับสาดประกายสีแดงฉานดั่งเปลวเพลิง ภายในผลึกนั้นมีประกายแสงระยิบระยับเต้นเร่าอยู่
"พระเจ้าช่วย! นี่มันเพชรหัวใจสีชาดนี่นา ข้าเพิ่งเคยเห็นของจริงเป็นครั้งแรก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงขนาดที่ใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้เลย" ลิธกล่าวอย่างตื่นตะลึง
ต่างจากเพชรทั่วไปที่ถูกขุดขึ้นมาเป็นตันๆ แล้วนำไปกักตุนไว้เพื่อปั่นราคา เพชรหัวใจสีชาดนั้นคือของหายากอย่างแท้จริง ทั่วทั้งมาร์กอร์ (Mogar) มีครอบครองอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น และทุกครั้งที่มีการค้นพบเม็ดใหม่ เหล่านักสะสมอัญมณี ขุนนาง และพ่อค้าผู้มั่งคั่งต่างก็ต้องเปิดลานประมูลฟาดฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อให้ได้มันมาครอบครอง
"ข้าเคยคิดอยากจะซื้อเม็ดเล็กๆ ให้คามิสักเม็ด แต่ทั้งราคาและความหายากของมันก็ทำเอาข้าต้องถอดใจ"
ริฟาและโซลัสกำลังจะอ้าปากตำหนิเขาตรงคำว่า "ราคา" แต่เออร์กัคก็ทำเอาพวกเธอต้องเบิกตาค้างไปอีกรอบ
"เจ้าควรจะขอบคุณบิดาแห่งสรรพสิ่งสำหรับเรื่องนั้นนะ น้องชายข้า และจงขอบคุณข้าซะ สำหรับความรู้ที่ข้ากำลังจะถ่ายทอดให้เจ้าฟัง"
"ท่านหมายความว่ายังไง?" ลิธเอ่ยถาม
"เจ้ารู้หรือเปล่าว่าเพชรคืออะไร?" เวิร์มเฒ่าถามกลับ
"แน่นอน ข้ารู้ มันคือ... โอ้ บัดซบ!" ลิธโพล่งออกมา
"ถูกต้องเลย" เออร์กัคพยักหน้ารับ
"พวกท่านกำลังพูดเรื่องอะไรกัน?" โซลัสสับสนงุนงงไปหมด "เพชรก็เป็นแค่อินทรียวัตถุที่ผ่านแรงดันและความร้อนสูงเป็นเวลานา... บัดซบ!"
"ใช่แล้ว" เออร์กัคถอนหายใจยาว "มันคือขี้ สิ่งที่ทุกคนบนมาร์กอร์เรียกขานว่า หัวใจสีชาด ดาราเที่ยงคืน กุหลาบเหมันต์ และอีกสารพัดชื่ออันแสนโรแมนติก พวกมันล้วนเป็นเพียงผลพลอยได้จากระบบย่อยอาหารของสายเลือดมังกรเฉพาะกลุ่มเท่านั้นแหละ
"พวกเราสามารถกินและย่อยได้ทุกสรรพสิ่ง ดังนั้นจึงมีเพียงวัตถุดิบที่หนาแน่นและทนทานที่สุดเท่านั้นที่จะหลงเหลืออยู่ ลำไส้ของเราสร้างแรงดัน เปลวเพลิงภายในร่างของเรามอบความร้อน และ... แต๊แด่น!" จนกระทั่งตอนนั้นเอง ที่ทุกคนเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า อัญมณีเม็ดงามนั้นลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเวิร์มโดยที่ไม่ได้สัมผัสโดนผิวหนังเลยแม้แต่น้อย
"พวกเราเรียกมันว่า 'ทองคำของมังกรยาจก' เพราะมีเพียงเวิร์มที่สิ้นไร้ไม้ตอกเท่านั้นแหละที่จะยอมนำมันไปขาย มันเป็นเรื่องน่าอับอายนะ แต่บางครั้งมังกรหนุ่มสาวหรือเด็กกำพร้าที่กำลังขัดสนเงินทองอย่างหนัก ก็สามารถใช้มันเพื่อพลิกชะตาชีวิตของตัวเองได้"
"เพชรทั้งหมดบนโลกคือขี้มังกรอย่างนั้นรึ?!" โซลัสทั้งช็อกและหวาดผวา
ยิ่งไปกว่านั้น เธอสัมผัสได้ผ่านสายใยจิตที่เชื่อมต่อกับเมเนเดียน ว่าผู้เป็นแม่กำลังตัวแข็งทื่อด้วยความรวดร้าวและขยะแขยง ริฟาไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา แต่ก็ไม่อาจละสายตาไปจากหัวใจสีชาดเม็ดนั้นได้เช่นกัน
"ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก เฉพาะเม็ดที่สวยที่สุดและหายากที่สุดต่างหาก" เออร์กัคตอบ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
"ท่านจะรวยล้นฟ้าได้แค่ใช้เจ้านี่เลยไม่ใช่รึ?" ลิธชี้ไปที่อัญมณี
"ก็ใช่ และก็จะได้กลายเป็นตัวตลกของเผ่าพันธุ์เราด้วย" ผู้นำตระกูลเบ้หน้าด้วยความรังเกียจ "อีกอย่าง มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ข้าปลดทุกข์แทบจะปีละไม่ถึงสองครั้งด้วยซ้ำ และนี่ก็คือสิ่งที่ออกมา
"แถมอย่าลืมนะว่า ยิ่งเจ้าปล่อยทองคำมังกรยาจกออกมามากเท่าไหร่ มูลค่าของมันก็จะยิ่งลดต่ำลง เจ้าไม่เคยสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงใน... ของเสียของเจ้าเลยหรือ หลังจากที่กลายมาเป็นเทียแมตแล้วน่ะ?"
"ข้ามักจะอยู่ในร่างมนุษย์เป็นส่วนใหญ่น่ะ" ลิธเกาหัวด้วยความกระดากอาย "กระเพาะมนุษย์ของข้ามันก็มีขนาดแค่นั้น และด้วยปริมาณอาหารที่ข้ากินเข้าไปในตอนนี้ พฤติกรรมการขับถ่ายของข้าก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากมนุษย์ปุถุชนทั่วไปเลย"
"ซึ่งนั่นทำให้อาหารไม่มีเวลาพอที่จะเกิดการแปรสภาพสินะ" เออร์กัคพยักหน้า "เข้าใจล่ะ เจ้าจงไปบอกน้องสาวของเจ้าเสีย ว่าเรื่องนี้คือความลับขั้นสุดยอด ไม่มีใครหน้าไหน แม้แต่คู่หมั้นของนาง จะล่วงรู้เรื่องนี้ได้จนกว่าพวกเขาจะแต่งงานกัน"
"โบเดียไม่ใช่คู่หมั้นของนางเว้ย!" ลิธแยกเขี้ยวคำราม
"เยี่ยม!" เวิร์มเฒ่าโห่ร้องยินดีกับข่าวดีนั้น
"เดี๋ยวนะ อะไรกัน? ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยงั้นรึ?" โซลัสเอ่ยถาม "แม้กระทั่งสัตว์เทวะเผ่าพันธุ์อื่นก็ด้วย?"
"พวกนั้นจะไปรู้ได้ยังไงกันล่ะ?" เออร์กัคแค่นเสียงเยาะ "พวกกริฟฟอนน่ะสร้างได้แค่แรงดันแต่ไม่มีความร้อน พวกนั้นก็แค่อึออกมาเป็นก้อนอิฐ แล้วก็หลงคิดไปเองว่าทุกเผ่าพันธุ์ก็ทำเหมือนกันหมด"
"แล้วพวกฟีนิกซ์ล่ะ?" ริฟาถามขึ้นบ้าง
เวิร์มเพลิงรู้สึกพิลึกกึกกือที่ต้องมานั่งสาธยายเรื่องอุจจาระของเหล่าสัตว์เทวะ แต่เขาก็ทำแค่จินตนาการว่าตัวเองกำลังสอนสั่งพวกลูกนกตัวน้อย แล้วพูดต่อไป
"พวกฟีนิกซ์ไม่เคยขับถ่ายหรอก ท่านผู้ปกครองเมเนเดียน พวกมันสร้างความร้อนมหาศาลเสียจนทุกสิ่งที่ย่อยไม่ได้ระเหยหายไปหมด ท่านจะพูดว่าพวกมันเรอเอาสิ่งที่กลืนลงไปออกมาก็ได้ หรือถ้าจะพูดตามประสาเผ่าพันธุ์มังกรอย่างพวกเรา ก็คือพวกมันเอาแต่พ่นขี้ออกจากปากนั่นแหละ (Talk shit)"
เออร์กัคหัวเราะร่วนกับมุกตลกของตัวเอง ในขณะที่คนอื่นๆ กลับรู้สึกกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก
"หากน้องสาวของเจ้ากำลังจนตรอกจริงๆ นางจะต้องคงอยู่ในร่างเฮคาที (Hekate) ตลอดเวลา หากโชคดี ในอีกหกเดือนนับจากนี้ นางจะสร้างอัญมณีที่พวกมนุษย์เรียกขานกันว่า 'เพชรสีรุ้ง' หรืออะไรเทือกนั้นออกมาได้ แต่ถ้าโชคร้ายหน่อย นางอาจจะต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีเต็ม"
"ข้าว่านั่นคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่นะ" ลิธมองสลับไปมาระหว่างเพชรเม็ดงามกับร่างของเวิร์ม พลางสังเกตเห็นว่าเออร์กัคยังคงยื่นก้อนหินนั่นมาให้เขาอยู่ "นี่คือของขวัญงั้นรึ? แล้วมันยังมีวิธีอื่นอีกไหม ที่ทิสตาจะสามารถหาเงินได้?"
"ข้าคงไม่เรียกมันว่าของขวัญหรอก แต่มันจะเป็นของเจ้าหากเจ้าต้องการ" มังกรเพลิงตอบกลับ "แค่ทิ้งมันไว้ในที่โล่งแจ้งให้นานพอจนกว่าร่องรอยพลังงานของข้าจะจางหายไปก็พอ ข้าไม่อยากให้ใครสาวเรื่องนี้กลับมาถึงตัวข้าได้
"ส่วนคำถามอีกข้อของเจ้า ข้าสามารถนำเพลิงกำเนิดของนางไปขายให้ได้ ข้าจะใช้เส้นสายของตระกูลข้า และยืมชื่อของพวกลูกมังกรของเราสักตัวมาบังหน้า เพื่อไม่ให้มีใครจดจำทิสตาได้ แต่นี่ไม่ใช่บริการให้เปล่าหรอกนะ
"นางจะถูกแนะนำตัวในฐานะมังกรอายุน้อยรุ่นราวคราวเดียวกับนาง และเพลิงของนางจะถูกประเมินราคาตามระดับความเชี่ยวชาญ เวิร์มไร้ชื่อเสียงน่ะแทบจะหาลูกค้าไม่ได้เลยด้วยซ้ำ หากนางไม่ยอมทุ่มเทอย่างสุดกำลัง
"นางจะต้องทำงานหนักกว่ามังกรที่มีชื่อเสียงถึงสิบเท่า เพียงเพื่อจะได้เงินมาสักเศษเสี้ยวของที่พวกนั้นหาได้ เฉกเช่นเดียวกับพวกลูกมังกรของเรา นางจะถูกตราหน้าว่าไร้ความสามารถ จนกว่านางจะพิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น
"มันคือชะตากรรมที่พวกเราล้วนต้องเผชิญ แต่ที่ต่างไปจากพวกเราก็คือ ข้าสงสัยเหลือเกินว่านางจะมีเวลามากพอจะรอคอยสักสองสามศตวรรษ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองได้หรือไม่"
"ก็ยังดีกว่าต้องมานั่งขี้เพื่อหาเลี้ยงชีพแหละนะ" ลิธกล่าว "ข้าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกทิสตา แล้วนางจะติดต่อท่านกลับมาในภายหลัง"
"ดี" เออร์กัคตอบรับ "หากไม่มีอะไรแล้วล่ะก็..."
ทันทีที่ลิธส่ายหน้า ผู้นำตระกูลก็ใช้วิชาเคลื่อนย้าย พาร่างของเขา โซลัส และเมเนเดียน กลับไปยังจุดเริ่มต้นที่พวกเขาจากมาอย่างพอดิบพอดี ก่อนจะย้ายพาตัวเองกลับไปยังห้องทดลองเพื่อการหลอมสร้าง
"เอามือออกไปจากต่างหูของเมเนเดียนเลยนะ! ข้าเป็นคนเจรจาตกลงเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นข้าขอจองคิวแรกเว้ย!" เหล่าเวิร์มตัวอื่นๆ ต่างส่งเสียงคร่ำครวญและทำหน้ามุ่ย แต่ก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้าปริปากบ่นออกมา
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.