ตอนที่ 144
145 / 1162
อ่าน 9 นาที
Chapter 144: Collaboration
เผยแพร่เมื่อ 10 มี.ค. 2569 15:54
บทที่ 144: การร่วมมือ
“พี่ชาย ผมรู้อยู่แล้วว่าพี่น่ะสุดยอด แต่ไม่คิดว่าจะสุดยอดขนาดนี้” วิลเลียมเยินยอพี่ชายของเขา ซึ่งทำให้อีกฝ่ายลูบหัวเขาด้วยความเอ็นดู
“ฉันนึกว่าเธอจะทำตัวโลว์โปรไฟล์เสียอีกเมื่อมาถึงเมืองหลวง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครมาสั่งซ้ายหันขวาหันง่ายๆ นะ” แมตทิวตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“ฮะๆ ผมก็แค่ต้องการให้มาม่าเอลล่าอยู่กับผมตลอดเวลาเท่านั้นเองครับ ไม่ได้คิดให้รอบคอบก็เลยเผลอทำตัวเด่นโดยไม่ตั้งใจ”
“อืม... ฉันส่งจดหมายไปบอกท่านปู่แล้วนะว่าเราทั้งคู่ได้เป็นหัวหน้าพรีเฟ็ค ฉันมั่นใจเลยว่าท่านปู่ต้องหัวเราะลั่นแน่ๆ หลังจากได้อ่านจดหมาย ท่านไม่มีทางเก็บเงียบไว้คนเดียวชัวร์ คงจะเอาไปอวดเพื่อนฝูงและคนรู้จักไปทั่วแน่”
“แย่ละสิ” วิลเลียมจินตนาการถึงสีหน้าภาคภูมิใจของท่านปู่ได้เลย ยามที่บอกกับเพื่อนๆ ว่าหลานชายทั้งสองของเขาเป็นคนดังในโรงเรียนหลวงเฮลลัน
เอสและไอแซกได้แต่เงี่ยหูฟังอยู่ข้างๆ พวกเขาประหลาดใจมากที่รู้ว่าบุคคลคนนี้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับวิลเลียม ยิ่งไปกว่านั้น แมตทิวยังเป็นรุ่นพี่และเป็นหัวหน้าพรีเฟ็คของโรงเรียนหลวงอีกด้วย เอสจดบันทึกไว้ในใจว่าจะต้องรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ “พี่ชาย” ของวิลเลียมทันทีที่กลับถึงหอพัก
“อ๊ะ พี่สาวลีอา พี่ดูสวยขึ้นกว่าตอนที่ผมเจอครั้งล่าสุดอีกนะครับเนี่ย” วิลเลียมเอ่ยชมพี่สาวของเขา จากนั้นเขาก็เหลือบมองพี่ชายแล้วส่งยิ้มอย่างรู้ทัน “พี่ชาย ถ้าพี่ไม่เฝ้าพี่สาวไว้ให้ดีๆ ระวังฝูงผึ้งจะแห่กันมาตอมเธอนะครับ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ต่อให้มากันเป็นฝูง ฉันก็จะเผาพวกมันให้ราบเป็นหน้ากลองเอง” แมตทิวตอบด้วยความมั่นใจ
ในช่วงหลายปีที่ทั้งสองอยู่ในโรงเรียน มีนักเรียนหลายคนจากหลายระดับชั้นมักจะมาสารภาพรักกับลีอาเสมอ นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่แมตทิวพยายามอย่างหนักเพื่อเป็นหัวหน้าพรีเฟ็ค เพื่อที่เขาจะได้ปกป้องคู่หมั้นของเขาจากพวกแมลงที่น่ารำคาญเหล่านี้
ใช่แล้ว ลีอากลายเป็นคู่หมั้นของเขาหลังจากที่เซบาส พ่อของเธอ และเจมส์ ท่านปู่ของเขา ช่วยเป็นพ่อสื่อแม่สื่อให้ ทั้งคู่จะแต่งงานกันหลังจากจบปีที่สี่ที่โรงเรียนหลวงและเดินทางกลับไปยังลอนต์
หากไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าทั้งคู่รักกันจริงๆ เซบาสอาจจะเกลี้ยกล่อมลูกสาวของเขาให้เป็นอย่างอื่นไปแล้ว
“ฝีปากของเธอเก่งขึ้นมากเลยนะในช่วงหลายปีมานี้ วิลน้อย” ลีอาหยอกล้อ “ในแผนกของพวกเรามีคนชอบเธอเยอะเลยนะ ให้พี่เป็นแม่สื่อให้ไหม? พี่สาวคนนี้รู้จักสาวสวยเยอะนะจะบอกให้”
“ไม่ได้นะ!” เอสไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้โพล่งออกมาเสียงดังได้ เมื่อเขารู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำด้วยความอับอายทันที
วิลเลียมประหลาดใจกับการโพล่งออกมาอย่างกะทันหันของเอส แต่เขาก็เพียงแค่ยิ้มและขยิบตาให้พี่สาวลีอา
“พี่สาวครับ ตอนนี้ผมยังไม่รีบหาแฟนหรอก” วิลเลียมตอบ “ผมมาที่โรงเรียนหลวงเพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่ใช่เพื่อมาสร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับใคร”
“โอ้?” ลีอาเลิกคิ้ว “เอาเถอะ ถ้าเธอเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ ก็รู้ใชไหมว่าจะหาพี่ได้ที่ไหน”
“พี่สาวครับ ถ้าเป็นไปได้ วันหลังค่อยแนะนำให้ผมรู้จักพวกเขาหน่อยนะ”
“ไหนบอกว่าไม่ได้มาเพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาวไง?”
“การสร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับการสร้างสายสัมพันธ์มันคนละเรื่องกันครับ” วิลเลียมโต้แย้ง “มันเป็นการดีกว่าที่จะรู้จักคนไว้เยอะๆ เราจะได้รู้ว่าต้องไปคุยกับใครในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือ”
“ตกลง” ลีอาพยักหน้าด้วยความเข้าใจ “เดี๋ยวพี่จะแนะนำให้รู้จักตอนที่เธอไม่ยุ่งกับหน้าที่ก็แล้วกัน”
“ขอบคุณครับพี่สาว พี่ดีที่สุดเลย” วิลเลียมกอดเธอเบาๆ และเธอก็กอดเขากลับ
เคนเน็ธกลับมาพร้อมกับขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มแล้วนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ หลังจากได้เป็นหัวหน้าพรีเฟ็คของปีหนึ่ง วิลเลียมก็ได้รับห้องพักที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่ง แน่นอนว่าเขาขอให้ผู้ควบคุมอนุญาตให้เคนเน็ธเป็นรูมเมทของเขาต่อไป ทั้งคู่จึงยังคงอาศัยอยู่ด้วยกัน
วิลเลียมและแขกของเขาทานขนมพลางพูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระ หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง แมตทิวก็ลุกขึ้นจากที่นั่งและกล่าวคำลา
“พวกเราอยู่ที่นี่นานไม่ได้เพราะฉันยังมีหน้าที่ที่ต้องไปทำที่แผนกปีสี่ต่อ” แมตทิวตบบบ่าวิลเลียม “อย่างไรก็ตาม ถ้าเธอมีคำถามเกี่ยวกับการเป็นหัวหน้าพรีเฟ็ค อย่าลังเลที่จะมาถามฉัน ฉันจะแจ้งยามไว้เพื่อให้เธอสามารถเข้าไปในพื้นที่ได้”
“ขอบคุณครับพี่ชาย” วิลเลียมตอบ “ถ้าผมเจออุปสรรค ผมจะรีบไปหาพี่เพื่อขอความช่วยเหลือทันทีเลยครับ”
“...แต่อย่าไปก่อเรื่องเข้าล่ะ”
“แน่นอนครับ ผมเป็นเด็กดีออกจะตาย”
วิลเลียมและแมตทิวแลกเปลี่ยนสายตาอย่างรู้กัน ก่อนที่คนหลังจะพยักหน้าและเดินออกจากห้องไปพร้อมกับลีอา
ทันทีที่เขาลุกออกไป เอสก็สามารถถอนหายใจด้วยความโล่งอกเสียที เขาค่อนข้างอ่อนไหวเมื่อต้องถูกผู้คนสังเกตการณ์ในระยะประชิด ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่สามารถบอกวิลเลียมถึงเหตุผลที่แท้จริงของการมาหาได้
ตอนนี้ก้างขวางคอชิ้นใหญ่หายไปแล้ว เอสจึงตัดสินใจเข้าเรื่องทันที
“วิลเลียม ฉันมาที่นี่เพื่อจะขอให้นายช่วยอะไรหน่อย” เอสกล่าว
“เรื่องของเอียนใช่ไหมล่ะ?” วิลเลียมพ่นลมหายใจ “ก็ได้ ฉันจะอนุญาตให้เขาเข้ามา แต่ต้องตอนที่เขาอยู่กับนายเท่านั้นนะ ฉันไม่อยากให้เขาถ่อมาถึงแผนกการต่อสู้เพียงเพื่อจะมากวนประสาทฉัน”
“ขอบคุณนะ” เอสหัวเราะเบาๆ “แต่ว่า นั่นไม่ใช่เหตุผลหลักที่ฉันมาหาหรอก”
“ไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ใช่ ฉันมาเพื่อเสนอการร่วมมือกัน”
“การร่วมมือกัน?” วิลเลียมเอียงคอด้วยความสับสน “นายคิดอะไรอยู่ล่ะ?”
“มันคือเรื่องนี้...” เอสเริ่มอธิบาย
เอสบอกวิลเลียมว่า จะมีการประเมินผลรายเดือนและรายไตรมาสสำหรับหัวหน้าพรีเฟ็คแต่ละคน และพวกเขาจะต้องไปเยือนดันเจี้ยนหรืออาณาเขตเดือนละครั้ง สำหรับดันเจี้ยน การมีปาร์ตี้ 5 ถึง 6 คนถือว่าเหมาะสมที่สุด
เอสขอให้วิลเลียมมาเป็นส่วนหนึ่งในปาร์ตี้ของเขาเป็นการถาวร และอย่าไปเข้าร่วมกับปาร์ตี้อื่นที่จะตามมาขอให้เขาเข้าร่วมในภายหลัง
วิลเลียมเข้าใจสาระสำคัญของข้อเสนอของเอสและตอบตกลงอย่างง่ายดาย เขาเคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเอสและฝาแฝดมาแล้วในอดีต ตามมาตรฐานของเขา ทั้งสามคนเป็นบุคคลที่มีความสามารถมาก และการสร้างปาร์ตี้กับพวกเขาจะนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่ตัวเขาเอง
จากนั้นเขาก็หันไปมองเด็กชายหน้าตาบอบบางที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วถามความเห็น
“แล้วนายล่ะ เคนเน็ธ?” วิลเลียมถาม “นายอยากจะเข้าร่วมทีมกับพวกเราด้วยไหม?”
“ได้เหรอ?” เคนเน็ธตอบ สำหรับเขาแล้ว ตราบใดที่เขาได้อยู่กับวิลเลียมเพื่อสังเกตการณ์พฤติกรรมของอีกฝ่าย เขาก็ไม่รังเกียจที่จะติดตามปาร์ตี้ไปสำรวจดันเจี้ยนและอาณาเขตด้วยกัน
“แน่นอนว่าได้สิ” วิลเลียมตบอกตัวเอง “เท่านี้พวกเราก็มีกัน 5 คนแล้ว แต่ว่านะ ผมรู้สึกเซ็งๆ นิดหน่อยแฮะ”
“เซ็งเหรอ?” เอสถาม “ทำไมล่ะ?”
วิลเลียมถอนหายใจ “ปาร์ตี้ที่มีแต่ผู้ชายเนี่ยนะ นี่พวกเรากำลังจะตั้งวงบอยแบนด์กันหรือไง? เราควรจะหาผู้หญิงสักคนมาร่วมปาร์ตี้ด้วยนะ เพื่อที่พวกเราจะได้มีเทพธิดาประจำทีม”
แม้ว่าเด็กทั้งสามคนจะไม่เข้าใจคำว่า “บอยแบนด์” แต่พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่วิลเลียมพูดนั้นมีความจริงอยู่บ้าง เอสและไอแซกมีความรู้สึกที่ปนเปกันต่อคำพูดของวิลเลียม
พวกเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ในที่สุดก็ยั้งปากไว้และได้แต่ถอนหายใจอยู่ภายในใจ
“แล้วถ้าเชิญพริสซิลลาให้มาร่วมกับพวกเราล่ะ?” เคนเน็ธเสนอ “ด้วยทักษะของเธอ ความแข็งแกร่งของปาร์ตี้เราจะก้าวกระโดดขึ้นอย่างมากเลยนะ”
“พริสซิลลา...” วิลเลียมกอดอกขณะพิจารณาข้อเสนอของรูมเมท ในเรื่องความสามารถในการต่อสู้ พริสซิลลาถือเป็นตัวเลือกที่ดี อย่างไรก็ตาม วิลเลียมไม่แน่ใจว่าการดึงเธอเข้ามาร่วมทีมจะเป็นความคิดที่ดีหรือไม่
“ขอผมพิจารณาดูก่อนนะ” วิลเลียมกล่าวหลังจากครุ่นคิดอย่างรอบคอบ จากนั้นเขาก็หันไปมองมาม่าเอลล่าที่พึ่งพาได้เสมอ
“แบ๊ะะะะ”
“เธอเก่งก็จริง แต่เธอไม่ซื่อสัตย์งั้นเหรอ?”
“แบ๊ะะะ”
“แล้วนิสัยของเธอล่ะ?”
“แบ๊ะะะ”
“งั้นๆ งั้นเหรอ?”
“แบ๊ะะะะะ”
“เข้าใจแล้ว งั้นตอนนี้พวกเราคอยสังเกตเธอกันไปก่อนก็แล้วกัน”
เอลล่าพยักหน้าเป็นการรับรู้ พริสซิลลาเป็นคนที่เป็นกลางในมุมมองของเอลล่า เธอสามารถเปลี่ยนจากเพื่อนที่ดีกลายเป็นศัตรูได้ แม้ว่าเธอจะไม่ได้บอกตรงๆ ว่าพริสซิลลาจะกลายเป็นศัตรูของลูกน้อยของเธอ แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นก็มีอยู่ครึ่งต่อครึ่ง
เอลล่าจะไม่ยอมเสี่ยงและอนุญาตให้พริสซิลลาเข้าร่วมทีมจนกว่าจะได้สังเกตพฤติกรรมของคนคนนั้นอย่างรอบคอบเสียก่อน ต่อเมื่อเธอมั่นใจว่าพริสซิลลาไม่เป็นภัยคุกคามต่อลูกน้อยของเธอแล้วเท่านั้น เธอถึงจะให้สัญญาณไฟเขียวแก่วิลเลียมและอนุญาตให้เธอเข้าร่วมปาร์ตี้ได้
เมื่อเห็นการตอบรับในเชิงบวกของวิลเลียมต่อคำเชิญ เอสก็รู้สึกว่าชัยชนะของพวกเขาได้รับการรับประกันแล้ว ด้วยคนเลี้ยงแกะที่ทรงพลังเช่นนี้อยู่ข้างกาย การสอบผ่านก็ถือว่าอยู่ในกำมือ
“การสำรวจดันเจี้ยนครั้งแรกจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้” เอสกล่าว “เนื่องจากพวกเราเป็นเพียงปีหนึ่ง จึงมีดันเจี้ยนให้พวกเราเลือกเพียงสามแห่งเท่านั้น คือ ป้อมปราการออร์ค, ปราการหมาล่าเนื้อ และสุสานก็อบลิน เดี๋ยวฉันจะมาหานายอีกทีตอนที่ได้ข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยนมากกว่านี้ ระหว่างนั้นฉันจะคอยติดต่อมานะ”
วิลเลียมไม่ได้ยินทุกสิ่งที่เอสพูด สมองของเขาหยุดชะงักไปชั่วครู่เมื่อได้ยินชื่อดันเจี้ยน “สุสานก็อบลิน”
เอลล่าที่นอนอยู่ข้างๆ วิลเลียมลืมตาโพลงขึ้นมาทันที จากนั้นเธอก็หันไปมองลูกน้อยของเธอและพบว่าวิลเลียมกำลังมองกลับมาที่เธอเช่นกัน ทั้งคู่ต่างกำลังคิดเรื่องเดียวกัน และนั่นเป็นเพราะความจริงที่ว่าพวกเขาเคยเข้าไปในสุสานก็อบลินผ่านทางแหวนแห่งการพิชิตมาแล้ว
‘เรื่องนี้ต้องมีการสืบสวนเพิ่มเติม’ วิลเลียมคิดพลางลูบแหวนที่นิ้วมือโดยไม่รู้ตัว ‘ฉันสงสัยจริงๆ ว่าสุสานก็อบลินแห่งนี้ จะใช่สุสานก็อบลินเดียวกับที่ฉันเข้าไปคลุกคลีตลอด 13 ปีที่ผ่านมาหรือเปล่านะ’
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.