ตอนที่ 51
51 / 330
อ่าน 7 นาที
Chapter 51: His Letter 2
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 06:28
บทที่ 51: จดหมายของเขา (2)
“ท่านอาจจะไม่เชื่อในสิ่งที่ข้ากำลังจะเอ่ย” ข้ากล่าวพลางสบประสาทตากับเขา “แต่ข้าจะสัตย์จริง”
เขานิ่งรอ ท่ามกลางแสงเทียนที่สั่นไหวสลัวราง ใบหน้าของเขาเรียบเฉยจนยากจะหยั่งถึงความรู้สึก
“ไม่มีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องปกป้องคนที่โยนข้าให้ฝูงหมาป่ารุมทึ้ง” คำพูดนั้นทิ้งรสขมปร่าไว้บนลิ้น “ข้าอ่านจดหมายพวกนั้นก็เพราะเฮเซลไม่อ่าน ข้าก็แค่ทำหน้าที่น้องสาวที่ดีเท่านั้นเอง”
“อย่างนั้นหรือ?” น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท เต็มไปด้วยความเคลือบแคลง “แล้วมันไม่เกี่ยวกับการที่เจ้าวางแผนจะครอบครองตัวข้ามาตั้งแต่ต้นเลยงั้นสิ?”
ข้าพ่นลมหายใจอย่างนึกสมเพชพลางผลักเก้าอี้ออก เสียงขาเก้าอี้ครูดกับพื้นหินบาดหู ข้าขยับตัวจะเดินผ่านเขาไปเสียให้พ้น เพราะหมดสิ้นความอดทนกับบทสนทนานี้ และเบื่อหน่ายกับการถูกตั้งแง่สงสัยไม่จบไม่สิ้น
“ข้าล้อเล่นน่ะ”
ข้าชะงักฝีเท้า หันกลับไปจ้องเขาด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนแทบจะสาปหยดน้ำให้กลายเป็นน้ำแข็งได้ “มุกตลกน่ะ เขาเอาไว้ใช้กับเรื่องที่มันขำนะ”
เขาขมวดคิ้วมุ่นกว่าเดิม “ข้าแค่อยากจะบอกว่า... ข้าเชื่อเจ้า”
หัวใจของข้ากระตุกวูบ ไม่สิ มันหยุดเต้นไปจังหวะหนึ่งก่อนจะเริ่มกลับมาเต้นรัวแรงอีกครั้ง ข้าลอบกลืนน้ำลาย พยายามรักษาความสงบนิ่งบนสีหน้าเอาไว้อย่างสุดความสามารถ “เพราะอะไร?”
“ข้าไปสืบเรื่องของไมโลมาแล้ว” เขาพูดด้วยท่าทางราบเรียบราวกับกำลังวิจารณ์ดินฟ้าอากาศ ทั้งที่ข้อมูลนี้อาจสั่นคลอนทุกสิ่งระหว่างเรา “เจ้าพูดถูก เขาถูกฆ่าหลังจากถูกกล่าวหาและดำเนินคดีในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศพี่สาวของเจ้าเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมานี้เอง” เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่ง “แต่เมื่อดูจากท่าทางที่พี่สาวของเจ้าดูปกติดีทุกอย่าง... บางทีตัวนางเองนั่นแหละที่มีอะไรไม่ชอบมาพากล”
ข้าแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เซียน... บุรุษผู้เคยปักใจเชื่อว่าข้าคือคนผิด และตราหน้าว่าข้าเป็นเพียงหญิงลวงโลกที่เก่งแต่การวางแผน กลับเริ่มรับฟังเหตุผลขึ้นมาจริงๆ ชีพจรของข้าเต้นรัวเร็วขึ้นมาทันที
“แล้วหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น?” ข้าถามออกไปอย่างระมัดระวัง
“แล้วมันควรจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ?”
“นั่นหมายความว่าข้าไม่มีความผิด มันหมายความว่า—”
เขาชูนิ้วขึ้นตัดบทข้า ท่าทางนั้นเฉียบขาดและเป็นสัญญาณสิ้นสุด “ข้าเพียงแค่ตั้งข้อสงสัยเพิ่มขึ้นเท่านั้น” น้ำเสียงของเขากลับมาควบคุมให้เยือกเย็นและเป็นจังหวะจะโคนอีกครั้งเหมือนเป็นเกราะคุ้มภัย “อย่างที่ข้าเคยบอก เจ้ายังคงมีส่วนร่วมในเรื่องลวงโลกนี้ด้วยความเต็มใจ”
ข้าขบกรามแน่น
“ในเมื่อเจ้าอ่านจดหมายของข้าแล้ว” เขาเอ่ยต่อ “และอยู่ที่นี่มานานกว่าสองวัน เจ้าก็น่าจะรู้จักตัวตนของข้าดี”
“ใช่” ข้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระด้างเท่าที่ใจอยากให้เป็น “บุรุษจองหอง ดื้อรั้น และโอหังที่สุด”
เขาหัวเราะ... เขาหัวเราะจริงๆ เสียงนั้นสั้นห้วนและแฝงไปด้วยความประหลาดใจ ราวกับมันเล็ดลอดออกมาเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้ทัน ทันใดนั้นเขาก็รีบกระแอมไอ ปรับสีหน้ากลับมาเป็นหน้ากากที่เย็นชาและไร้อารมณ์ดังเดิม แต่มันสายไปเสียแล้ว ข้าได้เห็นมันแล้ว... ประกายแห่งความขบขันที่จริงใจ รอยร้าวเล็กๆ บนเกราะอันแข็งแกร่งที่เขาเฝ้าบ่มเพาะมาตลอด
นั่นเป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นเขาแสดงอารมณ์ในเชิงบวก และข้าก็เกลียดตัวเองเหลือเกินที่ดันมองว่ามัน ‘น่าเอ็นดู’
เทพธิดาเถิด... ข้าชิงชังความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วอกเพียงเพราะเสียงหัวใจเต้นผิดจังหวะบ้าๆ นี่อีกแล้ว
ข้าหมายมาดในใจว่าจะต้องไปล้างความคิดอกุศลพวกนี้ออกด้วยการอาบน้ำชำระล้างร่างกายเสียหน่อย และควรจะเป็นน้ำเย็นจัดๆ ด้วยยิ่งดี
“ขอบใจนะ” เขาเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงกลับมาสุขุมนุ่มลึกเช่นเดิม “ที่ช่วยทำให้ท่านแม่ของข้าสงบลงได้”
ข้ากะพริบตาปริบ “อะไรนะ?”
“ข้าไม่ได้คาดหวังในตัวเจ้าไว้สูงนัก แต่เจ้าก็ทำได้ตามที่พูด” เขาลังเล ราวกับคำพูดประโยคถัดไปนั้นช่างเอ่ยออกมาได้ยากลำบาก “ประหลาดใจนักที่ท่านแม่ชอบเจ้า ทั้งที่ท่านก็รู้เรื่องราวของเจ้ามาบ้าง”
คำชมนั้นดูเหมือนจะเป็นการกระทบกระเทียบที่เคลือบไว้ด้วยความระแวงตามนิสัยของเขา แต่มันก็ยังดีกว่าสิ่งที่ข้าเคยได้รับจากเขาก่อนหน้านี้
เขาขยับกายเล็กน้อย พลางเหลือบมองไปทางประตูโค้งที่มอร์ริแกนเพิ่งลับตาไป “ข้าอยากจะขจัดความกลัวที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจของท่านแม่ให้สิ้นซากไปเสีย ดังนั้น...”
“ดังนั้นอะไร?” ข้าถามเร่งเมื่อเห็นเขาเงียบไป
“คืนนี้เจ้าต้องค้างคืนกับข้า”
ใบหน้าของข้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผา ความร้อนนั้นลามจากพวงแก้มลงไปถึงลำคอ “อะไรนะ!”
“มันไม่ใช่สิ่งที่เจ้าคิดหรอก” เขาโพล่งขึ้นทันควันพร้อมยกมือปราม ราวกับจะหยุดยั้งความคิดของข้าไว้ด้วยกำลัง “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น เราก็แค่ต้องอยู่ด้วยกันในห้อง และเมื่อพวกโอเมก้าจอมซุบซิบเห็นเราอยู่ด้วยกันจนจินตนาการเตลิดไปไกล ท่านแม่ของข้าก็จะพอใจ... อย่างน้อยก็ในตอนนี้”
ข้าจ้องมองเขา พยายามประมวลผลสิ่งที่เขาซ่อนไว้ภายใต้ถ้อยคำที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีนั้น สมองของข้าสะดุดเข้ากับบางอย่าง... เงื่อนงำที่ข้าไม่อาจปล่อยผ่านไปได้
“ตอนที่ท่านพยายามบังคับให้ข้าเซ็นสัญญาทาสนั่น” ข้าเอ่ยช้าๆ พลางสังเกตปฏิกิริยาบนใบหน้าของเขา “ท่านต้องการให้ข้ามีลูกให้ท่าน ด้วยท่าทีที่ดูเป็นงานเป็นการและบังคับขืนใจ” ข้าเห็นกรามของเขาบดเข้าหากันจนเป็นสัน “แต่ตอนดินเนอร์ หรือแม้แต่ตอนนี้ ท่านกลับดูขยะแขยงความคิดเรื่องการมีลูกเสียเหลือเกิน”
ประกายแห่งความเข้าใจวูบผ่านดวงตาของเขาเพียงชั่ววินาที แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว เขารู้ดีว่าข้าจับไต๋สิ่งที่เขาพยายามจะทำได้
ข้าแค่นหัวเราะ “ท่านต้องการให้ข้าปฏิเสธความคิดวิปริตนั่น เพื่อที่มันจะได้ดูเหมือนว่าเป็นความคิดของข้าเอง ไม่ใช่ความต้องการของท่านใช่ไหมล่ะ”
ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นั่นคือพิรุธที่เขาไม่อาจซ่อนได้มิด
ดวงตาของข้าเองก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อความจริงทั้งหมดแจ่มชัดขึ้นมา “เทพธิดาช่วย ท่านไม่ได้ต้องการจะ—”
เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว!
เพียงสองก้าวเขาก็ประชิดตัวข้า มือหนาของเขาตะปบปิดปากข้าไว้ก่อนที่จะทันได้เอ่ยคำใดออกมา ฝ่ามือของเขาอุ่นจัดและมั่นคง น้ำหนักที่กดลงมานั้นทำให้ข้าเงียบงันยิ่งกว่าสัมผัสใดๆ
เรายืนห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว... ใกล้เกินไป กลิ่นไม้ซีดาร์ที่หอมสะอาดกรุ่นมาจากตัวเขา ผสมผสานกับกลิ่นบางอย่างที่เข้มข้นกว่า กลิ่นที่ข้าไม่อาจนิยามได้แต่สัมผัสได้ลึกเข้าไปในทรวงอก ความร้อนจากกายเขาแผ่ซ่านมากระทบผิวของข้าราวกับคำเตือน ข้าต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อสบสายตาเขา และโลกทั้งใบดูเหมือนจะหดเล็กลงจนเหลือเพียงแค่เขาคนเดียว
นัยน์ตาของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาข้า—มันมืดมิด คมปลาบ และสั่นไหวด้วยอารมณ์บางอย่างที่ดูเหมือนอันตรายและความปรารถนาที่พัวพันเข้าด้วยกัน หัวใจของข้าสะดุดลง
“ข้าไม่เคยเฉลียวใจมาก่อน แต่ตอนนี้ข้าเห็นชัดแล้ว” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แหบพร่า แฝงไปด้วยความขบขันที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา “เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว”
ข้าสัมผัสได้ถึงนิ้วมือแต่ละนิ้วของเขาที่ทาบอยู่บนใบหน้า รอยด้านจางๆ บนฝ่ามือ และนิ้วหัวแม่มือที่วางอยู่ใต้โหนกแก้มของข้าพอดี หัวใจข้าเต้นแรงเสียจนข้ามั่นใจว่าเขาต้องรู้สึกได้ผ่านช่องว่างอันน้อยนิดระหว่างเรา
ข้าอยากจะผละหนี... การถอยห่างออกมาคือสิ่งที่ฉลาดที่สุด แต่ข้ากลับไม่อาจขยับกายได้แม้แต่นิดเดียว
สายตาของเขาหลุกลงมายังมือที่ยังคงปิดปากข้าไว้ ชั่วขณะหนึ่ง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป... มีแววแห่งความไม่มั่นใจวูบไหวอยู่ในนั้น แววตาที่ดูเหมือนมนุษย์ปุถุชนทั่วไป ก่อนที่มันจะมลายหายไปภายใต้หน้ากากเหล็กแห่งความเยือกเย็นที่คุ้นเคย
เขาค่อยๆ ลดมือลงอย่างช้าๆ ความอบอุ่นจากสัมผัสนั้นยังคงตราตรึงอยู่บนผิวข้าแม้เขาจะผละไปแล้วก็ตาม เขาถอยหลังกลับไปพลางกระแอมไอ น้ำเสียงแหบห้าวกว่าเดิม
“ข้าขอโทษ” เขาเอ่ยพลางจ้องตาข้านิ่ง แม้ว่ากรามจะขบกันแน่นจนเห็นรอยนูน “นั่นมัน... ล้ำเส้นเกินไป”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.