ตอนที่ 64
64 / 330
อ่าน 10 นาที
Chapter 64: Be a dear and die 2
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 06:29
บทที่ 64: คนดี... ช่วยตายไปซะทีเถอะ (2)
ความเงียบงันที่โรยตัวระว่างเรานั้นยืดขยายออกไป ประหนึ่งมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีลมหายใจและกำลังจดจ้องพวกเราอยู่
ธอร์นหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับฉันเต็มตัว มือของเขานิ่งสนิท ไหล่ทั้งสองข้างตั้งตรงทระนงทว่าเคร่งเครียด ยามเมื่อเขาเอ่ยปาก น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ
"เจ้ากำลังกล่าวหาว่าข้าก่อกบฏอย่างนั้นหรือ?"
ฉันกระชับขวดในมือแน่นขึ้นจนข้อนิ้วซีดขาว "ข้าไม่ได้กล่าวหาท่าน... ข้าเพียงแต่กำลังบอกว่ามีอะไรอยู่ในขวดใบนี้ต่างหาก"
มอร์ริแกนหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้ นางไม่ได้ก้าวเข้ามาใกล้ แต่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือที่สั่นเทากำที่วางแขนเอาไว้แน่นราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยพยุงไม่ให้นางล้มลง
"อย่าไปยั่วโทสะนางเลย ธอร์น"
"ข้าไม่มีทางเลือก แกรนด์ลูน่า" เขาก้าวเข้ามาหาฉันก้าวหนึ่ง ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากนั้นลุกโชนด้วยไฟโทสะ "นางเป็นผู้หญิงที่เจ้าเล่ห์เพทุบายและขึ้นชื่อเรื่องการต้มตุ๋น ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพยายามจะเล่นตลกอะไรที่นี่ แต่มันจะไม่มีวันสำเร็จ... โดยเฉพาะต่อหน้าแกรนด์ลูน่า"
หน้าอกของฉันพลันรัดแน่น ความร้อนสายหนึ่งแล่นพล่านไปตามเส้นเลือดจนอยากจะขว้างขวดในมือใส่หัวเขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ฉันบังคับตัวเองให้เยือกเย็นลง พยายามคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด
"ข้าไม่ได้พยายามจะเล่นตลกอะไรทั้งนั้น"
มอร์ริแกนมองสลับระหว่างเราสองคน ใบหน้าของนางซีดเผือด ลมหายใจเริ่มขาดห้วงและแผ่วเบาลงทุกที
"บางทีเจ้าอาจจะเข้าใจผิด..." นางเอ่ย น้ำเสียงอ่อนแรงลงคล้ายกับการอ้อนวอน—มันคือหนึ่งในลำดับขั้นของความโศกเศร้าที่ฉันรู้จักดีเกินไป "บางทีเจ้าอาจจะได้กลิ่นอย่างอื่น และ—"
"ไม่" ฉันโพล่งขัดจังหวะนาง ฉันเกลียดที่น้ำเสียงของตัวเองช่างฟังดูแข็งกร้าว แต่มันหยุดไม่ได้จริงๆ "เฮมล็อกคือยาพิษร้ายแรงสำหรับไลแคนและมนุษย์หมาป่า ไนท์เชดเองก็ส่งผลร้ายไม่แพ้กัน แต่เมื่อนำพวกมันมาผสมรวมกัน..."
ฉันชะงักไป คำพูดเหล่านั้นติดค้างอยู่ในลำคอ เพราะน้ำหนักของสิ่งที่กำลังจะพูดนั้นกระแทกเข้ากลางใจอย่างจัง
"มีคนกำลังพยายามลอบสังหารท่าน ลูน่ามอร์ริแกน" เสียงของฉันสั่นสะท้าน "และพวกเขากำลังทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็น โดยการป้ายความผิดทั้งหมดไปให้ 'อาการเน่าสลาย'"
มือของนางยกขึ้นปิดปากในทันที
ฉันก้มมองขวดนั่นอีกครั้ง ของเหลวสีเข้มที่อยู่ภายในทำให้ภาพใบหน้าของท่านแม่วาบเข้ามาในหัว ภาพที่อาการเน่าสลายค่อยๆ คืบคลานไปตามผิวหนังของท่าน กัดกินร่างนั้นไปเรื่อยๆ จนไม่เหลือชิ้นดี
แต่นี่มันไม่ใช่... มันต่างออกไป
"ข้าไม่คิดว่า..." ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ข้าไม่คิดว่าท่านเป็นโรคเน่าสลาย ข้าเชื่อว่าท่านถูกวินิจฉัยผิดในขณะที่กำลังถูกวางยาพิษต่างหาก"
"เหลวไหล!" เสียงของธอร์นแผดคำรามก้องไปทั้งห้อง เขาก้าวเพียงสองข้ามก็ถึงตัวฉันก่อนจะกระชากขวดไปจากมือ
ฉันถอยหลังกรูด หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรบ
เขาดึงหน้ากากออกแล้วจ่อคอขวดเข้าที่จมูก สูดกลิ่นเข้าไปอย่างแรง
แล้วเขาก็ปล่อยมันหลุดมือ
ขวดแก้วร่วงกระแทกพื้นหินแตกกระจาย เศษแก้วกระเด็นไปทั่วพร้อมกับของเหลวสีคล้ำที่แผ่ซ่านเป็นวงกว้าง ธอร์นเซถอยหลัง ใบหน้าของเขาซีดสลดราวกับคนเห็นผี เขายกมือขึ้นปิดปากและสั่นสะท้านไปทั้งตัว
"เทพธิดา..." เขาพึมพำ "นางพูดถูก... ข้าได้กลิ่นเฮมล็อกจริงๆ"
โลกทั้งใบคล้ายจะเอียงวูบ
ฉันจ้องมองเขา มองมือที่สั่นเทานั่น มองดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดวิตก
เขาไม่รู้เรื่องเลย...
เขาไม่รู้เลยว่ามีอะไรอยู่ในขวดใบนั้น
ลมหายใจของมอร์ริแกนเริ่มถี่รัว นางกำที่วางแขนแน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน "มีคน... วางยาข้าอย่างนั้นหรือ?"
น้ำเสียงของนางสั่นเครือในคำสุดท้าย
ธอร์นหมุนตัวไปทางประตูทันที "องครักษ์! เข้ามาในนี้เดี๋ยวนี้!"
บานประตูถูกกระแทกเปิดออก เซนทินัลสองนายพุ่งเข้ามา มือจับอาวุธข้างกายมั่น
"ไปแจ้งข่าวให้อัลฟ่าเชียนทราบเดี๋ยวนี้ ว่ามีการพยายามก่อกบฏลอบปลงพระชนม์แกรนด์ลูน่า!" เสียงของธอร์นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความลนลาน "ไปเดี๋ยวนี้!"
เหล่าองครักษ์ไม่รอช้า พวกเขารีบวิ่งออกไปทันที
เสียงฝีเท้าดังก้องไปตามทางเดินก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไปในความว่างเปล่า
มอร์ริแกนยังคงยืนนิ่งเป็นหิน ดวงตาของนางเลื่อนลอยอย่างไร้จุดหมาย นางจ้องมองขวดที่แตกกระจายบนพื้นและของเหลวสีเข้มที่ซึมลึกไปตามรอยแตกของหิน
"ตอนนี้เชียนเป็นอัลฟ่าแห่งสโกลเรนด์แล้ว..." นางกระซิบเสียงแผ่ว "แต่นั่นยังไม่พอที่จะทำให้พวกเขาหยุดงั้นหรือ?"
ธอร์นถลาเข้าไปหานาง เขายื่นมือออกไปคล้ายจะสัมผัสไหล่เพื่อปลอบประโลม แต่แล้วก็ชะงักไปในวินาทีสุดท้าย มือของเขาค้างอยู่ในอากาศก่อนจะตกลงข้างตัวตามเดิม
เขากำลังหวาดกลัว... กลัวที่จะสัมผัสนาง
กลัวว่าสิ่งที่อยู่บนผิวหนังของนางอาจไม่ใช่ยาพิษ แต่เป็นอาการเน่าสลาย สำหรับเขาแล้ว ความเป็นไปได้นั้นยังคงหลงเหลืออยู่ แม้ว่าเขาจะสวมถุงมือและหน้ากากอยู่ก็ตาม
ฉันเฝ้ามองพวกเขา มองดูใบหน้าของมอร์ริแกนที่บิดเบี้ยวด้วยความโศกเศร้า และมือที่สั่นเทาไม่หยุด
"ท่านคิดว่าเป็นเรื่องการเมืองอย่างนั้นหรือ?" ฉันถามออกไป
มอร์ริแกนพยักหน้าช้าๆ นางไม่ได้มองฉัน แต่ยังคงทอดสายตาลงที่พื้น "น้องชายของสามีผู้ล่วงลับของข้า"
ฉันลมหายใจสะดุด ฉันเพิ่งจะได้ยินเรื่องของเขามาไม่นานนี้เอง แต่ฉันต้องแน่ใจ "อัลฟ่าอัลดริคหรือคะ?"
"เทพธิดาช่วย... ไม่ใช่" นางส่ายหัว "อัลดริคนั้นเป็นดั่งนักบุญ แต่เป็นน้องชายอีกคนต่างหาก... กาเบรียล"
ฉันกะพริบตาปริบๆ ชื่อนั้นไม่คุ้นหูฉันเลยแม้แต่น้อย โบเคยพูดถึงอาเพียงคนเดียวคืออัลดริค ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอีกคน
"นั่นหมายความว่า ข้าไม่ได้ป่วยจริงๆ ใช่ไหม? ข้าไม่ได้..."
นางพูดยังไม่ทันจบ
ขาทั้งสองข้างของนางก็พลันหมดแรงวูบลง
ร่างของนางถลาล้มไปข้างหน้า และฉันพุ่งตัวเข้าใส่ทันที สองมือของฉันคว้าไหล่ของนางเอาไว้ได้ก่อนที่ร่างนั้นจะกระแทกพื้น น้ำหนักของนางมากกว่าที่ฉันคาดไว้จนฉันเซถลาตาม แต่ฉันก็ยังยึดไว้มั่น
"ลูน่ามอร์ริแกน!"
ธอร์นทรุดเข่าลงข้างพวกเรา มือของเขาละล้าละลังอยู่เหนือร่างนางแต่ก็ยังไม่กล้าแตะต้อง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความรู้สึกผิดที่ปนเปกันยุ่งเหยิง
ฉันค่อยๆ วางร่างของนางลงบนพื้น ศีรษะของนางพับไปด้านข้างและดวงตาปิดสนิท ลมหายใจนั้นแผ่วเบา... แผ่วเบาจนน่าใจหาย
"ช่วยข้าพลิกตัวนางให้นอนตะแคงที" ฉันสั่ง
ในที่สุดธอร์นก็ขยับตัว เขาคว้าแขนของนางแล้วเราก็ช่วยกันพลิกให้นางนอนตะแคง เสื้อคลุมของนางแยกออกจนฉันเห็นรอยปื้นสีแดงบนลำคอและกระดูกไหปลาร้า ตอนนี้มันดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมและมีอาการบวมแดงอย่างรุนแรง
แต่ตอนนี้ฉันมองเห็นมันในแบบที่มันเป็นจริงๆ แล้ว... มันไม่ใช่อาการเน่าสลาย
แต่มันคือแผลไหม้
มันคือปฏิกิริยารุนแรงที่เกิดจากสารพิษที่ผสมปนเปอยู่ในขวดใบนั้น
"เราต้องล้างไอ้สิ่งนี้ออกจากผิวของนาง" ฉันบอก "เดี๋ยวนี้เลย"
"ด้วยอะไรล่ะ?" เสียงของธอร์นสั่นพร่า "เราไม่มี—"
"น้ำ สบู่ อะไรก็ได้!"
เขารีบยันตัวลุกขึ้นวิ่งไปที่อ่างล้างหน้าตรงมุมห้อง คว้าเหยือกน้ำและผ้าผืนหนึ่งแล้ววิ่งกลับมา มือของเขาสั่นมากจนน้ำกระฉอกออกมาตามทาง
ฉันรับผ้ามาแล้วชุบน้ำจนชุ่ม บิดให้หมาดก่อนจะกดลงเบาๆ บนรอยแดงที่ลำคอของนาง
นางยังคงนิ่งสนิท
"นางยังหายใจอยู่ไหม?" ธอร์นโน้มตัวเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเขาซีดเผือด
"ยังหายใจอยู่"
ฉันลงมืออย่างรวดเร็ว เช็ดคราบสารพิษออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผ้าผืนนั้นเริ่มกลายเป็นสีคล้ำ ฉันจึงซักน้ำแล้วเริ่มใหม่อีกครั้ง มือของฉันขยับไปตามสัญชาตญาณและการฝึกฝน... ตามทุกสิ่งที่ท่านแม่เคยพร่ำสอนมา
ธอร์นคุกเข่าอยู่ข้างๆ คอยเฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหวของฉัน
"ข้าไม่รู้จริงๆ" เสียงของเขานั้นว่างเปล่า "ข้าสาบานได้ว่าข้าไม่รู้"
"ข้าเชื่อท่าน"
และฉันเชื่อเขาจริงๆ จากปฏิกิริยาตอบโต้ของเขา ใบหน้าที่ซีดสลดลงในพริบตา และมือที่ยังไม่หยุดสั่นนั่น เขาไม่รู้จริงๆ ว่ามีอะไรอยู่ในขวดใบนั้น
แต่ต้องมีใครบางคนที่รู้...
หากยาขวดนี้ปรุงโดยธอร์น ก็ต้องมีใครบางคนสลับมันไปอย่างเลือดเย็น
สิ่งที่ชัดเจนคือมีคนเตรียมการเรื่องนี้ไว้... มีคนวางแผนเรื่องนี้มาอย่างดี
ฉันกดผ้าลงบนกระดูกไหปลาร้าของมอร์ริแกน และนางก็ครางออกมาเบาๆ เปลือกตาของนางขยับไหวแต่ยังไม่ลืมขึ้น
"อยู่กับพวกเราก่อน..." ฉันกระซิบ "อยู่กับพวกเรานะคะ ลูน่ามอร์ริแกน"
ธอร์นลุกขึ้นยืนแล้วเดินกระวนกระวายไปมา เขาสอดนิ้วเข้าไปในเส้นผมแล้วพึมพำอะไรบางอย่างกับตัวเอง ก่อนจะหยุดนิ่งลง
"กาเบรียล" เขาเอ่ย "ต้องเป็นกาเบรียลแน่ๆ"
ฉันเงยหน้ามองเขา "กาเบรียลคนนี้คือใครกันแน่ และทำไมท่านถึงมั่นใจนัก?"
"อาของเชียน น้องชายคนเล็กของอดีตอัลฟ่า" ธอร์นขบกรามแน่น "เขาควรจะได้เป็นผู้สืบทอดลำดับถัดไปหลังจากอัลดริค แต่อัลดริคปฏิเสธการปกครองสโกลเรนด์ กาเบรียลจึงคิดว่าทุกอย่างจะตกเป็นของเขา แต่เมื่อสภาจ่าฝูงเลือกเชียนตามคะแนนเสียงส่วนใหญ่ เขาก็จากไป... เขาบอกว่าเขาไม่มีวันยอมรับใช้หลานชายของตัวเอง"
ท้องไส้ของฉันพลันปั่นป่วน "แล้วตอนนี้เขากำลังพยายามฆ่าแกรนด์ลูน่างั้นหรือ?"
"หากนางตาย ฝูงจะเกิดความสั่นคลอน อัลฟ่าเชียนเองก็จะเสียศูนย์ และหากฝูงตกอยู่ในอันตรายจนเกิดความวุ่นวาย สภาอาจจะทบทวนการตัดสินใจเลือกผู้นำใหม่อีกครั้ง" น้ำเสียงของธอร์นเต็มไปด้วยความขมขื่น "กาเบรียลอาจจะท้าชิงตำแหน่งกับเชียน และถ้าเขาชนะ เขาก็จะได้เป็นอัลฟ่า"
ฉันก้มลงมองมอร์ริแกน มองดูใบหน้าที่ซีดเซียวและทรวงอกที่สะท้อนขึ้นลงอย่างแผ่วเบา
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของนางเท่านั้น
แต่มันคือเรื่องของเชียน
และมันคือเรื่องของอำนาจ
ฉันซักผ้าอีกครั้งแล้วกดลงบนผิวของนาง รอยแดงเหล่านั้นเริ่มจางลง... แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่มันก็ยังดีกว่าเดิม
เสียงฝีเท้าดังก้องมาจากทางเดิน หนักแน่นและรวดเร็ว
บานประตูถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง
เชียนยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น หน้าอกของเขาพรเพื่อมราวกับวิ่งรวดเดียวมาตลอดทาง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของมารดา
"เกิดอะไรขึ้น!"
น้ำเสียงของเขาทั้งต่ำและเปี่ยมไปด้วยเพลิงโทสะ
ธอร์นก้าวออกไปข้างหน้า "มียาพิษปนอยู่ในยา... มีคนลอบวางยาพิษแกรนด์ลูน่าครับ"
ใบหน้าของเชียนพลันมืดครึ้ม มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ใคร?"
"เรายังไม่รู้แน่ชัด" ธอร์นตอบ "แต่เราเชื่อว่าเป็นฝีมือของกาเบรียล และเขาต้องมีสายสืบอยู่ภายใน... ไม่ว่าจะเป็นโอเมก้าหรือเซนทินัลก็ตาม"
เชียนไม่ตอบคำ เขาพุ่งตรงมาที่กลางห้องเพียงสามก้าวแล้วทรุดเข่าลงข้างกายมารดา มือของเขาสั่นไหวอยู่เหนือไหล่ของนาง ก่อนจะแตะลงอย่างแผ่วเบา... ราวกับเกรงว่านางจะแตกสลายไป
"ท่านแม่..." เขาพึมพำ
ดวงตาของนางปรือขึ้นเพียงเล็กน้อย นางมองขึ้นมาที่เขาแล้วริมฝีปากก็ขยับไหว
"เชียน..."
"ข้าอยู่นี่แล้ว"
นางเอื้อมมือขึ้นมาจนพบกับมือของเขา และบีบมันเบาๆ อย่างอ่อนแรง
"อย่าให้พวกมันชนะ..." นางเอ่ย
"ข้าจะไม่มีวันยอม"
ดวงตาของนางปิดลงอีกครั้ง มือที่กุมไว้พลันอ่อนแรงและทิ้งตัวลงในมือของเขา
เชียนเงยหน้าขึ้นมองฉัน ใบหน้าของเขาดูแข็งกร้าวและยากจะอ่านออก ทว่าดวงตานั้นกลับลุกโชนด้วยไฟแค้น
"นางจะปลอดภัยไหม?"
"ข้า... ไม่ทราบค่ะ"
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.