ตอนที่ 618
618 / 1340
อ่าน 8 นาที
Chapter 618: Demonic
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 13:57
บทที่ 618: มารร้าย
“ข้าเสียเวลากับพวกเฒ่าหัวงูพวกนี้มามากพอแล้ว... เห็นทีข้าคงต้องหาความสำราญกับสาวงามเสียหน่อย ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”
ชายหนุ่มผมแดงสะบัดแขนเสื้อพลางแย้มยิ้มหื่นกระหายดั่งเช่นเคย “เอาล่ะ ใครจะเป็นคนสวยผู้โชคดีรายต่อไปกันนะ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”
เหล่าสตรีเบื้องหน้าต่างเดือดดาลจนตัวสั่น หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก พวกนางรู้ดีว่าหากตกเป็นเป้าหมายของไอ้โรคจิตผู้นี้ ทั้งชีวิตและเกียรติภูมิย่อมไม่มีทางรอดพ้นไปได้
สายตาของหยานโหมวโลมเลียไปทั่วเรือนร่างอันสง่างามของชูชิงเฉิง “นี่เป็นครั้งแรกที่ข้า... หยานโหมว ได้พบกับสตรีที่บริสุทธิ์ผุดผ่องถึงเพียงนี้ เห็นทีข้าคงอดใจไม่ไหวจนอยากจะเชยชมเจ้าให้เร็วที่สุดแล้ว”
ชูชิงเฉิงหาได้หวั่นไหว นางจ้องมองเขาด้วยแววตาเย็นเยียบ
“ช่างเป็นสตรีที่พิเศษจริง ๆ ที่ไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด” หยานโหมวกล่าวขึ้น
นางส่ายหน้าเบา ๆ “เหตุใดข้าต้องกลัว ในเมื่อข้ารู้ดีว่าเขาจะมาช่วยข้า?”
“ใคร? ไอ้สวะนั่นน่ะรึ? ก็แค่ผู้ฝึกตนขั้นที่ 2 ของระดับดาราจรัสที่ติดอยู่ในความฝันไม่ใช่หรือไง? ตัดใจเสียเถอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” หยานโหมวหัวเราะเยาะ
ทว่าชูชิงเฉิงยังคงแย้มยิ้มเช่นเดิม “เจ้าไม่รู้จักเขาดีเท่าข้า... เขาไม่เคยผิดคำพูด”
รอยยิ้มอันจริงใจและบริสุทธิ์ของนางสะกดสายตาผู้คนรอบข้างจนตกอยู่ในภวังค์ แม้แต่สตรีด้วยกันยังอดเคลิบเคลิ้มในเสน่ห์ของนางไม่ได้
หัวใจของซวนเส้าอวี้เต้นระรัว [นางกำลังพูดถึงใครกัน?]
หยานโหมวเลียริมฝีปาก “ใบหน้าดั่งนางฟ้า... เจ้าช่างน่าหลงใหลจริง ๆ ข้าแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะครอบครองเจ้า แต่ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ทำลายเจ้าจนเหลือแต่ซากเหมือนคนอื่น ๆ หรอก ข้าจะเก็บเจ้าไว้ข้างกายตลอดไป”
“เจ้ากล้าดียังไงมาดูหมิ่นศิษย์น้องชิงเฉิงด้วยปากสกปรกของเจ้า...”
*เพียะ!*
หยานโหมวตบซวนเส้าอวี้จนร่างปลิวไปกระแทกผนัง เขาทรุดลงกองกับพื้น เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก
“นายน้อย!” เหล่าสตรีต่างร้องเรียกด้วยความตระหนก
หยานโหมวแค่นยิ้ม “ไอ้หนู ข้าอุตส่าห์ให้เจ้าได้ร่วมสนุก แต่เจ้ากลับริอ่านทำตัวแข็งข้อและจ้องมองผู้หญิงของข้าอย่างนั้นรึ? เจ้าจะเอาใครที่นี่ก็ได้ทั้งนั้น ยกเว้นนาง... เจ้ามันก็แค่ตัวกระจอกที่ไม่มีปัญญา!”
ซวนเส้าอวี้จ้องกลับด้วยสายตาอาฆาต
หยานโหมวเมินเฉยต่อสายตานั้น แล้วหันไปหาชูชิงเฉิงด้วยรอยยิ้มชวนสะอิดสะเอียน “ที่รัก ข้าจะไม่บังคับเจ้าหรอกนะ... แต่ข้ามั่นใจว่าอีกไม่นาน เจ้าจะต้องคุกเข่าอ้อนวอนข้าเอง ฮิ ฮิ ฮิ...”
ที่ปลายนิ้วของหยานโหมวปรากฏเปลวไฟสองสี สีครามและสีแดงชาดโชติช่วงอยู่ท่ามกลางอากาศ เหล่าสตรีรอบข้างเริ่มสั่นสะท้านเมื่อรู้สึกถึงไอความร้อนที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่าง จนแววตาเริ่มเลือนลางและอ่อนแรง
ผู้อาวุโสหยุนรีบปิดตาแน่น “จงตั้งสมาธิรักษากายใจ อย่าให้เปลวไฟนั้นครอบงำจิตวิญญาณของพวกเจ้า! นั่นคือ ‘เปลวเพลิงผสานหยินหยาง’ ซึ่งเป็นเพลิงมารที่หาได้ยากยิ่ง มันสามารถควบคุมพลังหยินหยาง ปรับสมดุลวิถีเต๋า และปลุกเร้าความกำหนัดในจิตใจ มันเป็นเปลวไฟชนิดเดียวกับที่มันใช้ทำให้นายน้อยกลายเป็นมาร!”
คนอื่น ๆ ต่างพากันสั่นสะท้านและรีบปิดตาลง แม้สีหน้าจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเหงื่อกาฬที่ไหลซึมออกมาก็ตาม
หยานโหมวหัวเราะร่าใส่ชูชิงเฉิง “ที่รัก เห็นหรือไม่? พวกเขายังอยู่ห่างออกไปขนาดนี้ยังต้านทานไม่ได้ แต่เจ้าที่อยู่ตรงหน้าเปลวเพลิงนี้ ใจของเจ้าคงกำลังแหลกสลาย อีกไม่นานเจ้าจะเปลี่ยนจากสตรีผู้สูงส่งกลายเป็นนางมารที่หิวกระหาย และนั่นจะเป็นสัญญาณเริ่มต้นค่ำคืนแห่งความสุขสมของเรา ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”
“ช่างน่าเสียดายที่เรื่องนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น”
ชูชิงเฉิงเยาะเย้ยเขา ขณะที่ยังนั่งนิ่งสงบดั่งเดิม
หยานโหมวชักเปลวไฟกลับและร้องขึ้น “ก-เจ้า... เจ้ามีกายวิญญาณว่างเปล่า!”
ชูชิงเฉิงส่งยิ้มเย็นเยียบให้เขา
“กายวิญญาณว่างเปล่า... ว่ากันว่าหนึ่งแสนปีถึงจะปรากฏขึ้นสักครั้ง มันสามารถดูดกลืนและลบล้างพลังทุกชนิดได้ นี่มันคือ ‘เตาหลอมมนุษย์’ ที่ล้ำค่าที่สุดในปฐพี! มันสามารถช่วยผู้อื่นฝึกฝนวิชาคู่ประสานที่ยากลำบากที่สุดด้วยการปรับสมดุลหยินหยาง... นี่คือคู่บำเพ็ญเต๋าที่สวรรค์ประทานมาให้ชัด ๆ!”
หัวใจของหยานโหมวสั่นระรัวก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะ “ข้าขุดทองเข้าให้แล้ว! ทีแรกแค่คิดจะมาหาความสนุก แต่กลับได้สมบัติล้ำค่าที่สุดมาครอง ข้าจะบำเพ็ญคู่กับเจ้าไปตลอดชีวิต เจ้าจะต้องช่วยข้าพัฒนา ‘เปลวเพลิงผสานหยินหยาง’ นี้ไปถึงขีดสุด แล้วจากนั้นข้าจะไปสยบอู๋ชิงชิวให้ดู!”
หยานโหมวพุ่งเข้าใส่ร่างของนาง
“ไอ้สวะชั่วช้า! ไหนเจ้าบอกว่าจะไม่บังคับข้าไง!” ชูชิงเฉิงร้องตวาด
“สถานการณ์มันเปลี่ยนแล้ว... เดิมทีข้าอยากได้ใจเจ้า แต่ตอนนี้ข้าอยากได้แค่ร่างของเจ้าก็พอ!” ปากของหยานโหมวฉีกยิ้มกว้างจนน่าสะพรึง
เหล่าศิษย์จากสำนักสวรรค์เร้นลับทำได้เพียงมองด้วยความคับแค้นใจโดยไร้ทางช่วยเหลือ
ชูชิงเฉิงเองก็เริ่มกังวล [ไอ้บ้านั่นจั๋วฟานมัวไปทำอะไรอยู่กันนะ?]
*ฟึ่บ!*
ลำแสงสีแดงคมกริบพุ่งแหวกอากาศดั่งใบมีดกิโยติน เข้าสกัดหยานโหมวที่กำลังพุ่งตัวเข้าหาเรือนร่างของชูชิงเฉิงจนร่างของมันกระเด็นอัดกำแพงอย่างรุนแรง
หยานโหมวรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก มันจ้องมองชูชิงเฉิงด้วยความตกตะลึง “วิญญาณแข็งแกร่งนัก... ถึงขั้นทำร้ายข้าได้ แต่ข้าผนึกพลังเจ้าไว้หมดแล้วไม่ใช่รึ? เจ้ายังมีแรงเหลือมาจากไหนกัน?”
“ต้องขอโทษทีนะ ข้าเป็นคนทำเอง เจ้าควรจะให้เครดิตถูกคนหน่อย”
น้ำเสียงราบเรียบดังขึ้นจากด้านหลังของหยานโหมว เมื่อมันหันกลับไปเผชิญหน้ากับจั๋วฟานที่ยืนอยู่ห่างออกไปร้อยเมตร เห็นชายหนุ่มยืนฉีกยิ้มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลนและความเกลียดชังที่ปิดไม่มิด
“จั๋วฟาน!”
“ผู้ดูแลจั๋ว!”
“พี่จั๋ว!”
“เจ้ามาได้จังหวะพอดี!”
ทุกคนต่างแตกตื่นด้วยความดีใจ เหล่าศิษย์สำนักสวรรค์เร้นลับเองก็ตื่นเต้นเช่นกัน แสงแห่งความหวังทอประกายลงมาสู่พวกเขา
[ผู้ช่วยชีวิตของเรามาถึงแล้ว!]
มีเพียงผู้อาวุโสและซวนเส้าอวี้ที่ยังมองด้วยความกังขา [เขาเป็นใครกัน? ทำไมทุกคนถึงดูเลื่อมใสเขานัก?]
แต่เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรักของชูชิงเฉิง ซวนเส้าอวี้ก็กัดฟันกรอด
[ที่แท้ก็มันนี่เอง]
จั๋วฟานดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ลำแสงสีแดงก็พุ่งกลับจากร่างของชูชิงเฉิงและกลับคืนสู่ร่างทารกโลหิตในทันที
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า... การส่งทารกโลหิตเข้าไปในร่างชิงเฉิงแล้วใช้เป็นเหยื่อล่อได้ผลดีจริง ๆ ฉากรัก ๆ ใคร่ ๆ เมื่อครู่นี้ทำให้เจ้าหงุดหงิดบ้างไหมล่ะ?” จั๋วฟานเย้ยหยันหยานโหมว
หยานโหมวมองตาขวาง “เจ้าทำแบบนี้เพียงเพื่อจะปั่นหัวข้า และล่อให้ข้าแยกตัวออกมา เพื่อที่จะได้ใช้สัตว์มารในร่างนางหาตำแหน่งข้าจนพบและช่วยคนพวกนี้สินะ ในเมื่อคนที่ข้าพามาทุกคนล้วนถูกผนึกพลังไว้หมด”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า... ถูกเผงเลย ข้ารู้ตั้งนานแล้วว่าเจ้านิสัยชอบเล่นสนุก เราเลยวางกับดักด้วยละครฉากหนึ่ง ข้าเดาว่าเจ้าคงไม่ชอบการฆ่าฟันนัก แต่ชอบที่จะทรมานผู้อื่น โดยเฉพาะการเล่นกับคู่รักก่อนจะจบชีวิตพวกเขาสินะ”
“ความคิดที่ตรงกันชะมัด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าถึงเป็นผู้ฝึกตนสายมาร” หยานโหมวยิ้ม “แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าจะติดกับ?”
จั๋วฟานกรอกตา “เจ้านี่มันโง่หรือบอดกันแน่? แค่เห็นชิงเฉิง ใครบ้างจะอดใจไหว? ผิวพรรณที่งดงามขนาดนี้ ผู้ชายคนไหนบนโลกใบนี้ที่เห็นคงได้สติแตกกันถ้วนหน้า ยิ่งโดยเฉพาะไอ้ปีศาจขี้เล่นอย่างเจ้า”
ชูชิงเฉิงหน้าแดงก่ำพลางค้อนวงใหญ่ แต่หัวใจของนางกลับอบอุ่นอย่างประหลาด
หยานโหมวกัดฟันกรอด “ฮ่า ฮ่า ฮ่า... ทำได้ดีมาก เจ้าเป็นเพียงไม่กี่คนที่ทำให้ข้าพลาดได้ ข้ายอมรับเลย แต่มีอีกเรื่องที่ข้ายังไม่เข้าใจ... เจ้าหนีออกมาจากค่ายกลได้ยังไง?”
“ค่ายกลระดับ 7 น่ะรึ? สำหรับข้ามันก็แค่ของเล่น และการใช้ศิลาวิญญาณกับมันก็แค่เรื่องง่าย ๆ”
จั๋วฟานหยิบศิลาชิ้นหนึ่งออกมา ซึ่งมีไอวิญญาณไหลทะลักออกมาอย่างเข้มข้น เขาทอยเล่นไปมาในมือ “ข้าถึงขั้นวางค่ายกลระดับ 10 ได้เลยด้วยซ้ำ ส่วนศิลาวิญญาณน่ะรึ... บอกไว้ก่อนนะว่าเจ้าไม่ใช่เศรษฐีคนเดียวในโลก การใช้ค่ายกลซ้อนค่ายกลน่ะมันยากตรงไหนกัน?”
*เปาะ~*
เสียงดวงตาของผู้คนแทบถลนออกจากเบ้า พวกเขาจ้องมองศิลาวิญญาณในมือจั๋วฟานด้วยความตื่นตะลึง โดยเฉพาะกลุ่มคนจากสำนักทลายมาร ทุกคนรู้ดีว่าจั๋วฟานนั้นรวยมาก แต่ไม่คิดว่าจะร่ำรวยถึงขั้นนี้ และตอนนี้เขายังมาอวดของแบบนี้ระหว่างทางไปงานชุมนุมมังกรคู่เพื่อชิงสมบัติอีก... นี่มันเรื่องตลกที่โหดร้ายชัด ๆ!
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.