Chapter 673
673 / 2060
11 min read
Chapter 673
Published Apr 3, 2026, 07:58 PM
“อืม... หมู่เกาะเบเฮนงั้นหรือ”
ราชาเกริดพึมพำด้วยสีหน้าพะวักพะวน เขาลอบประเมินสถานการณ์ในใจและรู้สึกว่ามันยังดูรวดเร็วเกินไปนัก ทว่าเลาเอลกลับมีความเห็นที่แตกต่างออกไป
“พระองค์เคยตรัสไม่ใช่หรือว่า ผู้พิทักษ์บนเกาะลำดับที่ 61 คือ ‘แลนเทียร์’ มือสังหารในตำนาน?”
“หากจะกล่าวให้ถูกต้อง เขาคือแลนเทียร์ในร่างเดธไนท์ แถมยังสวมใส่ไอเทมที่พากมาสร้างขึ้นมากับมือด้วย!”
“เขาย่อมต้องแข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ฝ่าบาท... พระองค์ทรงวางแผนรับมือแลนเทียร์ไว้แล้วมิใช่หรือ? ทั้งชุดเกราะที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นเพื่อลบความเสียหายจากการโจมตีของแลนเทียร์นั่นอีก”
เกริดหวนนึกถึงคลังศาสตราอันทรงอานุภาพของตน ไม่ว่าจะเป็น ‘ทริปเปิลเลเยอร์’ ชุดเกราะที่เน้นการป้องกันทางกายภาพเป็นเลิศ, ‘ผ้าคลุมของแลนเทียร์’, ‘หมวกเขาสัตว์’ ไปจนถึง ‘ถุงมือขนาดใหญ่’ เขาพยักหน้าช้าๆ อย่างเห็นพ้อง
“ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะยกยอข้าอย่างไร้ความหมาย... จริงอยู่ที่ข้าคงไม่สิ้นชีพลงอย่างง่ายดายเหมือนแต่ก่อน แต่แล้วอาวุธของข้าเล่า?”
ความกังวลฉายชัดในแววตาของราชาหนุ่ม
“ครั้งนี้ข้าตี ‘ดาบแห่งการตื่นรู้’ ขึ้นมา มันคือดาบปีศาจ... เป็นศาสตราที่ยอดเยี่ยมที่สุดยามต้องห้ำหั่นกับสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ แต่มันกลับไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกอันเดด”
เดธไนท์แลนเทียร์ถูกจัดอยู่ในประเภทมอนสเตอร์ธาตุมืดอย่างเต็มตัว พลังโจมตีธาตุมืดเพิ่มเติม 30% จากดาบแห่งการตื่นรู้ แทนที่จะสร้างบาดแผล มันกลับจะกลายเป็นโอสถทิพย์ที่ช่วยรักษาบาดแผลให้ศัตรูเสียมากกว่า อีกทั้งอัตราการหลบหลีกของแลนเทียร์ยังสูงล้ำจนน่าใจหาย เกริดจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาจะสามารถสยบบอสระดับเนมตัวนี้ลงได้จริงๆ หรือ
“หืม... หรือพระองค์กำลังจะบอกว่า จำเป็นต้องสร้างดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาก่อน?”
“มันน่าจะเป็นการดีกว่าน่ะนะ”
“ฟังดูมีเหตุผล การเตรียมพร้อมไว้ก่อนโดยไม่ต้องพะวงเรื่องบทลงโทษยามตายถือเป็นเรื่องยอดเยี่ยม... ถ้าเช่นนั้น พระองค์มีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับสร้างดาบศักดิ์สิทธิ์แล้วหรือยัง?”
“มิธริลน่ะหาซื้อได้ทั่วไปในตลาดอยู่แล้ว”
“มิธริล!”
เลาเอลแผดตะโกนพลางลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งจนเกริดถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจกับปฏิกิริยาที่รุนแรงเกินคาดนั้น
“อะ... อะไรของเจ้า? จะตื่นเต้นไปทำไมกัน?”
“ข้าไม่ได้ตื่นเต้นเพราะความดีใจ! นี่มันดาบศักดิ์สิทธิ์นะพ่ะย่ะค่ะ ดาบศักดิ์สิทธิ์! แต่พระองค์กลับคิดจะสร้างมันขึ้นมาจากมิธริลงั้นหรือ?!”
“...”
ในสายตาของผู้เล่นทั่วไป มิธริลคือแร่ระดับสูงที่มีอานุภาพรุนแรงต่อพวกอันเดด แต่นั่นเป็นเพียงบรรทัดฐานของคนธรรมดาเท่านั้น
“ดาบปีศาจเล่มนั้นสร้างขึ้นจากเขาของเบเลียลมิใช่หรือ? หากพระองค์คิดจะสร้างดาบศักดิ์สิทธิ์ วัตถุดิบของมันก็ควรจะอยู่ในระดับทัดเทียมกับดาบปีศาจสิพ่ะย่ะค่ะ!”
“...จะว่าไป มันก็จริงของเจ้า”
‘ดาบที่อุบัติจากการตื่นรู้และความปรารถนาอันแรงกล้า’ คือศาสตราระดับมายา หากต้องสู้กับอันเดด ดาบแห่งการตื่นรู้เล่มนี้ย่อมทรงพลังกว่าอาวุธมิธริลระดับตำนานเสียอีก
“นั่นสินะ การใช้วัตถุดิบดาษดื่นมาทำเป็นอาวุธของข้า มันดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย”
“ข้าดีใจที่พระองค์ทรงทำความเข้าใจได้อย่างถูกต้อง”
เลาเอลย้ำเตือนให้ตระหนักว่า ในอนาคต อาวุธประจำกายทุกชิ้นของเกริดควรจะมีระดับ ‘อย่างน้อย’ เทียบเท่ากับดาบแห่งการตื่นรู้ นี่คือหมุดหมายสำคัญที่เกริดต้องยึดถือไว้
ราชาหนุ่มเริ่มตระหนักถึงความจริงข้อนี้ ‘...แล้วข้าจะไปหาวัตถุดิบสำหรับสร้างดาบศักดิ์สิทธิ์มาจากที่ไหนกันล่ะ?’
แม้แต่อะดาแมนเทียมก็ยังไม่อาจเทียบชั้นกับเขาของเบเลียลได้ การจะหาวัตถุดิบศักดิ์สิทธิ์ในระดับเดียวกันนั้น...
‘หรือข้าต้องไปล่าเทวดา?’
แต่เพื่อเหตุผลกลใดเล่า?
‘ไม่สิ ข้าจะมีโอกาสได้เจอเทวดาจริงๆ หรือเปล่าเถอะ?’
ในหัวของเกริดเริ่มยุ่งเหยิงไปด้วยความคิดที่ตีกันนัวเนีย
“เกริด?”
ปราชญ์สติ๊กส์เดินเข้ามาหาตามคำเชิญของเลาเอล
“ท่านกำลังจะมุ่งหน้าไปยังหมู่เกาะเบเฮนงั้นหรือ?”
ความปรารถนาสูงสุดของสติ๊กส์คือการได้เห็นหมู่เกาะเบเฮนได้รับการชำระล้าง เขาหวังจะให้มันกลับมาเป็น ‘วิหารแห่งเกียรติยศ’ (Hall of Fame) อีกครั้ง และเขาก็เปี่ยมไปด้วยความยินดีเมื่อรู้ว่าเกริดจะกลับไปท้าทายที่นั่นอีกหน เมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังของปราชญ์ชรา เกริดก็ได้แต่เกาแก้มอย่างขัดเขิน
“เปล่าหรอก ข้าคิดว่าควรจะเลื่อนมันออกไปก่อน”
เกริดคาดว่าสติ๊กส์คงจะเข้าใจ เพราะเขารู้ดีว่าพวกผู้พิทักษ์บนเกาะลำดับที่ 60 ขึ้นไปนั้นแข็งแกร่งเพียงใด ทว่าปฏิกิริยาของสติ๊กส์กลับผิดคาด
“ทำไมท่านถึงอยากจะเลื่อนมันออกไปล่ะ?”
“ทำไมงั้นเหรอ? ก็เพราะข้ายังอ่อนแอเกินไปน่ะสิ”
“หือ?”
“...”
ปฏิกิริยาอันแปลกประหลาดทำเอาเกริดถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
“ท่าทางแบบนั้นมันอะไรกัน? สติ๊กส์ ท่านก็เห็นความร้ายกาจของแลนเทียร์มาแล้วไม่ใช่หรือ? คราวก่อนข้าแทบจะแตะต้องตัวเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
“นั่นมันเรื่องในอดีต เดธไนท์ที่ไร้เจ้านายย่อมไม่มีวันเติบโตขึ้นได้ แต่ท่านล่ะเป็นอย่างไร? ท่านมีทั้งชุดเกราะและศาสตราใหม่ๆ ครบครัน แข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเทียบไม่ได้ ตอนนี้ท่านมีพลังเพียงพอจะสยบแลนเทียร์ได้แล้ว”
“...”
ทั้งเลาเอลและสติ๊กส์... เมื่อเหล่าคนสมองเพชรต่างพากันยืนยันว่าแลนเทียร์ไม่ใช่คู่มือที่เหนือบ่ากว่าแรง เกริดก็เริ่มรู้สึกว่าตนเองช่างโง่เขลานัก
‘หรือว่า... ข้าจะประเมินตัวเองต่ำเกินไป?’
นั่นสินะ เกริดเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่การท้าทายหมู่เกาะเบเฮนครั้งแรก ไอเทมของเขาถูกเสริมพลังหลายต่อหลายครั้ง ทั้งเลเวลของตัวละครและระดับทักษะต่างก็พุ่งทะยานไม่หยุดยั้ง เขายังได้รับสมญานามระดับตำนานอย่าง ‘ผู้กอบกู้โลก’ และ ‘ปฐมกษัตริย์’ มาครอง ทว่าภาพความพ่ายแพ้อันน่าสะพรึงกลัวต่อแลนเทียร์ในอดีตมันฝังใจ จนทำให้เขามองข้ามความเป็นจริงในปัจจุบันไป
“ต่อให้ข้าโค่นแลนเทียร์ลงได้ แต่มันก็ไม่ได้จบที่เกาะลำดับที่ 61 เสียหน่อย หมู่เกาะนั่นมีตั้ง 66 เกาะไม่ใช่หรือ? ข้าต้องสู้กับเดธไนท์ระดับตำนานติดต่อกันตั้งหลายคน การมีดาบศักดิ์สิทธิ์เตรียมพร้อมไว้มันย่อมปลอดภัยกว่าไม่ใช่หรือไง?”
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านคิดว่าดาบศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งจำเป็นเพราะเดธไนท์คือตัวแทนแห่งความชั่วร้าย แต่พึงระลึกไว้เถิดว่า ก่อนที่เดธไนท์จะเป็นความชั่วร้าย มันคืออันเดดเสียก่อน ซึ่งนั่นทำให้พวกมันพ่ายแพ้ต่อการโจมตีที่รุนแรงปานระเบิดและธาตุแห่งแสง”
ความทนทานของพวกอันเดดนั้นต่ำต้อยนัก แน่นอนว่าอันเดดระดับสูงอาจมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่พลังป้องกันกับความทนทานนั้นเป็นคนละเรื่องกัน แม้พลังป้องกันจะสูงลิบ ทว่าแรงระเบิดที่มหาศาลย่อมสามารถบดขยี้และฉีกกระชากโครงกระดูกเหล่านั้นให้แหลกสลายได้
“ข้าได้ยินข่าวลือมาว่า ดาบที่ท่านสร้างขึ้นมีอานุภาพการระเบิดที่รุนแรงยิ่งนัก ท่านจะสามารถสยบพวกอันเดดเหล่านั้นได้อย่างง่ายดายแน่นอน”
“...”
ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรั้งรออีกต่อไป ความขลาดกลัวในใจของเกริดถูกมลายหายไปสิ้นด้วยคำพูดของสติ๊กส์
“สรุปก็คือ หมู่เกาะเบเฮนมันง่ายงั้นสิ?”
“...เอ่อ ก็ไม่ถึงขนาดนั้น...”
“ตกลง! ไปกันเลย! ไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
พอนึกๆ ดูแล้วก็น่าเศร้าใจนัก แม้เขาจะเป็นถึงกษัตริย์ แต่กลับต้องออกไปทำงานลุยงานข้างนอกอยู่ร่ำไป
‘นี่ข้ารู้สึกเหมือนเป็นมนุษย์เงินเดือนมากกว่าราชาเสียอีก!’
เกริดรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก เขาหันไปถามเลาเอลก่อนจะจากไป
“ข้าไปตอนนี้จะดีแน่หรือ? จักรวรรดิจะไม่ฉวยโอกาสบุกมาโจมตีเราใช่ไหม?”
เกริดรู้ว่าสถานการณ์ของจักรวรรดิในตอนนี้ยากที่จะเคลื่อนทัพใหญ่ ทว่าจักรวรรดิยังมีเหล่าอัศวินสีชาด (Red Knights) หากเลาเอลดำเนินการตามแผนที่จะไม่ส่งเครื่องราชบรรณาการในเดือนนี้ จักรวรรดิย่อมต้องส่งอัศวินเหล่านั้นมาคุกคามอาณาจักรโอเวอร์เกียร์แน่นอน แต่เลาเอลกลับเอ่ยปลอบให้เขาเบาใจ
“ข้าได้รับรายงานมาว่า มีบุคคลที่อ้างตนว่าเป็นผู้สืบทอดของ ‘กษัตริย์ไร้พ่าย’ ปรากฏตัวขึ้นในลูบาน่า ด้วยเหตุนี้ อัศวินสีชาดจึงถูกส่งตัวไปที่นั่นเป็นจำนวนมาก นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่อาเรสสามารถสยบทูตของจักรวรรดิลงได้ ในตอนนี้... จักรวรรดิจึงยังขยับเขยื้อนมาทางเราไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”
“กษัตริย์ไร้พ่าย...?”
เกริดจำชื่อของกษัตริย์ไร้พ่าย ‘มาดารา’ ได้ลางๆ ในช่วงการแข่งขัน National Competition ครั้งที่ 2 เหล่านักพากย์เคยเอ่ยถึงชื่อนี้ตอนที่พูดถึงชุดเกราะของบูบัท
“กษัตริย์แห่งลูบาน่า ผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อจักรวรรดิ...”
หรือว่า!
“บูบัทคือผู้สืบทอดของกษัตริย์ไร้พ่ายงั้นหรือ?”
บูบัทคือชายผู้ที่สถานะผิดปกติของเขา ‘ทำงานเสมอ’ หากเขาได้รับพลังของกษัตริย์ไร้พ่ายมาอีก ย่อมไม่อาจมองข้ามได้ เลาเอลส่ายหน้าให้กับความระแวดระวังของเกริด
“ยังไม่อาจระบุตัวตนที่แน่ชัดได้พ่ะย่ะค่ะ อีกอย่าง... ในตอนนี้เรายังไม่มีความจำเป็นต้องไปกังวลเรื่องของพวกเขา”
การปรากฏตัวของกษัตริย์ไร้พ่ายถือเป็นโชคดีของทั้งโอเวอร์เกียร์และวัลฮัลล่า แม้ในอนาคตพวกเขาอาจกลายเป็นศัตรู แต่ ณ เวลานี้ การมีอยู่ของพวกเขานับเป็นเรื่องที่น่ายินดีนัก ยังเร็วเกินไปที่จะตั้งแง่สงสัย
“พวกเราแค่ต้องทำในสิ่งที่ควรทำก็พอ”
***
หมู่เกาะเบเฮนคือวิหารแห่งเกียรติยศที่ยกย่องเกียรติประวัติของเหล่าตำนานในอดีต และเป็นสถานที่ส่งต่อมรดกตกทอดมาสู่ตำนานในยุคปัจจุบัน มันเปรียบเสมือนฐานที่มั่นสำคัญในโลกมนุษย์ (Middle World) ด้วยเหตุนี้ มันจึงตกเป็นเป้าหมายของเหล่าจอมปีศาจ
เหล่าจอมปีศาจต่างหวาดเกรงในตัวเหล่าตำนานที่อาจสั่นคลอนสถานะของพวกมันได้แม้จะเป็นเพียงมนุษย์ที่ต้อยต่ำ จึงได้กรีธาทัพบุกเข้ายึดครองหมู่เกาะเบเฮน ท่ามกลางวิกฤตนั้น พากมาได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมพลังเหนือมนุษย์จากการทำสัญญากับจอมปีศาจลำดับที่ 1 บาอัล เขาเปลี่ยนแปลงหมู่เกาะเบเฮนให้กลายเป็นกับดักเพื่อสกัดกั้นและขับไล่เหล่าจอมปีศาจไปได้สำเร็จ
ทว่าหมู่เกาะเบเฮนกลับไม่สามารถกลับมาทำหน้าที่เดิมของมันได้อีกภายหลังเหตุการณ์นั้น มันไม่ใช่ทั้งวิหารแห่งเกียรติยศหรือสถานที่สืบทอดเจตนารมณ์อีกต่อไป แต่มันกลับกลายเป็นป้อมปราการอันแข็งแกร่งที่ดำรงอยู่เพียงเพื่อทำร้ายผู้บุกรุก สติ๊กส์มองว่าหมู่เกาะแห่งนี้ได้ถูก ‘แปดเปื้อน’ ไปเสียแล้ว
“ข้ามิอาจปฏิเสธความดีความชอบของพากมาได้ หากไม่มีเขา โลกมนุษย์ในตอนนี้คงเป็นเพียงสนามเด็กเล่นของเหล่าปีศาจ และพวกเราก็คงไม่มีตัวตนอยู่ ข้าเคารพและซาบซึ้งในสิ่งที่พากมาทำลงไป
แต่...
ทางเลือกของพากมาส่งผลให้โลกมนุษย์อ่อนแอลง หมู่เกาะเบเฮนสูญเสียหน้าที่ของมันไป ความทรงจำเกี่ยวกับเกียรติประวัติและวิสัยทัศน์ของตำนานในอดีตถูกเลือนหาย เหล่าตำนานรุ่นหลังไม่อาจสำแดงพลังที่แท้จริงออกมาได้ เว้นแต่ผู้ที่บุกเบิกเส้นทางตำนานบทใหม่ด้วยตนเองอย่างเพียโร่ แต่นั่นก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง”
“‘คนเหล่านั้น’ งั้นหรือ? นอกจากเพียโร่แล้ว ยังมีคนอื่นที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตตำนานบทใหม่ได้อีกอย่างนั้นหรือ?”
“ข้ามิอาจตัดความเป็นไปได้นั้นทิ้งไปได้ ในที่แห่งใดแห่งหนึ่ง มนุษย์หรือเอลฟ์คนใหม่อาจก้าวขึ้นมาเป็นตำนานในสายงานของตนเองไปแล้วก็ได้ แน่นอนว่าโอกาสมันริบหรี่นัก แต่มันก็ยังเป็นไปได้”
“...จริงด้วยสินะ”
โลกในซาทิสฟายนั้นกว้างใหญ่ไพศาลนัก สติ๊กส์กล่าวถึงเพียงมนุษย์และเอลฟ์ แต่ตำนานอาจซ่อนตัวอยู่ในเผ่าพันธุ์อื่นอย่างคนแคระหรือออร์คด้วยก็ได้
‘ไม่สิ ตำนานบทใหม่ย่อมต้องอุบัติขึ้นแน่นอน’
มันจะไม่ใช่แค่ตำนานที่มีอยู่เดิมเท่านั้น พวกกลุ่ม S.A. เฮงซวยนั่นย่อมต้องเพิ่มระดับความยากของเกมขึ้นไปอีก และไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขากำลังวางแผนการอะไรอยู่ สติ๊กส์วางมือลงบนบ่าของเกริด
“ไปกันเถิด”
สติ๊กส์ฝากความหวังอันยิ่งใหญ่ไว้ที่เกริด ในฐานะผู้สืบทอดของพากมา มันราวกับเป็นพรหมลิขิตที่เขาจะต้องชำระล้างหมู่เกาะเบเฮนแห่งนี้
“จงฟื้นคืนวิหารแห่งเกียรติยศ และก้าวขึ้นเป็นวีรบุรุษในตำนานเสีย”
‘วีรบุรุษในตำนาน...’
มันฟังดูเหมือนเป็นวีรบุรุษเหนือวีรบุรุษทั้งปวง
‘อารมณ์ประมาณว่า เป็นซูเปอร์สตาร์ของเหล่าซูเปอร์สตาร์สินะ?’
ในชั่วพริบตาที่เกริดกำลังตกอยู่ในภวังค์
วูบ!
ทัศนียภาพเบื้องหน้าพลันมืดดับลง มันคือเวทเคลื่อนย้ายมวลสาร (Mass Teleport) ของสติ๊กส์ที่ร่ายออกไปทันทีหลังจากปักพิกัดไปยังหมู่เกาะเบเฮนเรียบร้อยแล้ว
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.



