ตอนที่ 1373
1382 / 4197
อ่าน 7 นาที
Chapter 1373 - Lightkeep (Part 1)
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 18:32
บทที่ 1373 - ไลท์คีป (ตอนที่ 1)
นาคาตนนั้นสวมชุดเกราะอาคมที่ปกคลุมร่างกายท่อนบนไว้อย่างมิดชิด พร้อมด้วยอาวุธเวทมนตร์หกชนิดที่เตรียมพร้อมอยู่ในมือ สองชิ้นสะพายไว้เบื้องหลัง ส่วนอีกสี่ชิ้นประจำการอยู่ตรงตำแหน่งที่ควรจะเป็นสะโพก
"ขอบคุณสำหรับข้อเสนอ ข้าจะยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะรับไมตรีจากท่าน" ลิธกล่าวคำลวงออกมาได้อย่างแนบเนียน
'เจ้าหมอนี่คงกะจะประจบประแจงข้าเพื่อหวังผลประโยชน์จากลีกาเอนแน่ๆ' เขาคิดในใจ 'ตั้งแต่ที่เขากับย่าออกมาต้อนรับข้าต่อหน้าสภา ทุกคนก็จ้องจะหาผลประโยชน์จากข้ากันทั้งนั้น แต่ไม่มีใครคิดจะให้ของขวัญข้าเลยสักคน พับผ่าสิ'
สการ์เล็ตพยายามข่มกลั้นใจไม่ให้หลุดปากเยาะเย้ยเจ้านาคาที่พยายามประจบสอพลอนั่น นางเริ่มร่ายเวทบิดเบือนมิติพากลุ่มเดินทางออกไปทันที หลังจากล็อคพิกัดที่ไกลที่สุดเท่าที่ 'ดวงตาแห่งเมนาดิออน' แว่นขากลมของนางจะมองเห็นได้
เหมันตฤดูได้มาเยือนจักรวรรดิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แผ่นดินเบื้องล่างถูกปกคลุมด้วยหิมะบริสุทธิ์หนาทึบจนลิธนึกถึงภาพบนไปรษณีย์บัตร
"บ้าเอ๊ย หนาวขนาดนี้แม้แต่ผู้ตื่นรู้ยังแทบทนไม่ไหว" เขาพึมพำพลางกระตุ้นระบบทำความร้อนของชุดเกราะสเกลวอล์คเกอร์
"ก็แน่ล่ะ ตอนนี้เราอยู่เหนือยิ่งกว่าราชอาณาจักรเสียอีก ภูมิอากาศที่นี่โหดร้ายกว่ามาก" สการ์เล็ตเอ่ยพลางคลุมร่างของนางและคัลลาด้วยเสื้อขนสัตว์หนาเตอะ ปัญหาของการมีร่างกายใหญ่โตคือชุดเกราะแต่ละชุดต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล การใช้เสื้อขนสัตว์จึงสะดวกกว่ามาก
สกอร์ปิคอร์แบกนิก้าไว้ในถุงใส่ศพบนหลังเพื่อปกป้องนางจากแสงตะวันในขณะที่พวกเขาวาร์ปมุ่งหน้าสู่จุดหมาย ผู้ตื่นรู้ทั้งสามผลัดกันเปิดประตูมิติเพื่อรักษาพลังกายไว้เผื่อกรณีที่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น
ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีพร้อมกับการใช้ศาสตร์กระตุ้นพลังจนเต็มขีดจำกัดคนละหนึ่งรอบ พวกเขาก็มาถึงป่าทึบกึ่งกลางเขตเทรเมน ลึกเข้าไปในดินแดนของจักรวรรดิ อุณหภูมิลดฮวบลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งหลายองศา และไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตในรัศมีหลายกิโลเมตร
"อันเดดงั้นเหรอ?" ลิธถามพลางชี้ไปรอบๆ
"เปล่าหรอก นี่แหละคือฤดูหนาว" คัลลาตอบ "มีเพียงสัตว์ที่หิวโหยจนใกล้ตายเท่านั้นที่จะยอมออกจากรังท่ามกลางลมหนาวที่เชือดเฉือนเช่นนี้ เราต้องรอจนกว่าตะวันจะตกดินถึงจะขออาศัยติดรถไปได้"
"ข้านึกว่าเราต้องเดินเท้าเสียอีก" ลิธว่า
"ก็ต้องเดินนั่นแหละ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เจ้าคงไม่หวังให้พวกอันเดดที่กำลังหลบหนีเดินเท้าไปยังเมืองใต้ดินหรอกนะ พวกเขามีวิธีการเดินทางเป็นของตัวเอง" ไวท์สาวตอบ
พวกเขาช่วยกันสร้างถ้ำใต้ดินขนาดเล็กขึ้นมาแล้วพรางตาด้วยหิมะเพื่อไม่ให้ถูกมองเห็นจากเบื้องบน ใช้เวลานั้นในการพักผ่อนและวางแผน ลิธถึงขั้นเตรียมเลือดของตนเองส่วนหนึ่งไว้ให้นิก้า เพื่อให้นางมีพละกำลังเต็มที่หากเกิดอันตราย
เมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า นางก็เริ่มขยับตัวอยู่ในถุงใส่ศพและรับอาหารมื้อนั้นด้วยความซาบซึ้ง
"เอาละ ตั้งสติให้ดีแล้ว—" เสียงกัมปนาททุ้มต่ำตัดบทคัลลา บังคับให้ทุกคนต้องรีบออกจากถ้ำ
ภายนอกทุกอย่างยังคงดูเหมือนเดิม เว้นเสียแต่การปรากฏตัวของคนแปลกหน้าสองคน คนแรกคือพาร์เมเจียนโน ฮอก ส่วนอีกคนนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นแวมไพร์ เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อบางเบาแม้จะมีอากาศหนาวเหน็บ ลมหายใจของเขาไม่มีไอเย็นพุ่งออกมา
เขาดูเหมือนบุรุษรูปงามในวัยสามสิบต้นๆ สูงประมาณ 1.87 เมตร ผมสั้นสีดำสนิทและดวงตาสีฟ้าเยือกแข็งที่จ้องมองมายังกลุ่มของพวกเขา ราวกับกำลังมองดูทหารสอดแนมของกองทัพผู้รุกราน
แวมไพร์ผู้นี้มีท่าทีของผู้ที่คุ้นชินกับการออกคำสั่งและเห็นคำสั่งนั้นถูกปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แต่รูปร่างของเขากลับดูเหมือนทหารกล้า เขาแผ่ซ่านออร่าของผู้ที่ผ่านศึกสงครามจนได้เลื่อนยศ ไม่ใช่พวกที่ได้ดีจากการนั่งโต๊ะหรือประจบสอพลอเบื้องบน
"ขอบคุณทุกคนที่มา" ฮอกกล่าวพลางยื่นมือไปทักทาย แต่เพื่อนร่วมทางของเขากลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้ว "ลิธคงเล่าเรื่องของข้าให้พวกท่านฟังแล้ว และในทางกลับกันข้าก็เล่าเรื่องพวกท่านให้เขาฟังแล้วเช่นกัน ดังนั้นการแนะนำตัวคงไม่จำเป็น เว้นแต่สำหรับเจ้าบ้านของเรา..."
"ขออนุญาตแนะนำให้ทุกท่านรู้จัก วลาดิออน ดราก้อนบอร์น แวมไพร์ตนแรก บรรพบุรุษแห่งสภา และเจ้าเมืองแห่งไลท์คีป ท่านวลาดิออน นี่คือลิธ เวอร์เฮน, สการ์เล็ต สกอร์ปิคอร์, คัลลา ไวท์ และนิก้า แวม—"
"คุณลุงวลาดดี้!" นิก้าโผเข้ากอดแวมไพร์ตนแรกอย่างแรง ตัดบทฮอกและทำให้ทุกคนถึงกับสำลักด้วยความประหลาดใจ
"นกน้อยของข้า! ดีใจที่ได้เห็นเจ้าโตพ้นช่วงที่ชอบทำเสียงขู่คำราม และเริ่มประพฤติตัวเหมือนเลดี้ผู้งามสง่าเสียที" เขาตอบ
"ตอนนั้นหนูเพิ่งอายุได้แค่สัปดาห์เดียวเองนะ!" นิก้าเขินจนหน้าแดงก่ำ
"ยินดีที่ได้พบกันอีก วีแมน เป็นอย่างไรบ้างล่ะ?" คัลลายกขาหน้าข้างหนึ่งขึ้น ทักทายในลักษณะคล้ายกับการชนหมัด
"ข้าสบายดี ขอบคุณ ส่วนเจ้าน่ะ ยังคงหมกมุ่นกับการทดลองบ้าๆ เรื่องการกลายเป็นลิชอยู่สินะ เจ้าทำแบบนั้นกับลูกๆ ได้ยังไงกัน?" วลาดิออนสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในพลังชีวิตของนาง ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการแยกแกนพลังออกเป็นสองส่วนทำได้ง่ายขึ้น
"พวกเขาโตพอที่จะใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้แล้ว" คัลลาพ่นลมหายใจ "ไม่มีลูกเสือตัวไหนจะอยู่กับแม่ไปตลอดหรอก"
"ข้ามาที่นี่เพื่อประสานรอยร้าว แต่กลายเป็นว่าพวกเจ้าดันรู้จักกันอยู่แล้วงั้นเหรอ?" ฮอกเอ่ยหลังจากสังเกตเห็นว่าทุกคนต่างก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน
"แน่นอน ตอนที่ข้าให้กำเนิดนิก้า ข้าไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการเลี้ยงดูแวมไพร์ นางเอาแต่ขู่ฟ่อ กัด และร้องไห้เหมือนลูกสัตว์จนข้าแทบใจสลาย เหมือนกับเวลาที่ข้าต้องการช่างหลอมอาคมหรือผู้รักษา ข้าก็ต้องไปหาผู้เชี่ยวชาญที่เก่งที่สุดที่ข้าจักรรู้..."
"...เมื่อข้าต้องการความช่วยเหลือเรื่องลูกสาว ข้าจึงขอความช่วยเหลือจากแวมไพร์ตนแรกแห่งโมการ์ วลาดิออนเป็นคนสอนนิก้าให้รู้วิธีล่า วิธีเข้าถึงความสามารถของตน และวิธีรับมือกับความกระหายเลือด ทุกอย่างที่ข้าไม่อาจสอนนางได้"
'ชิ ข้าน่ะเป็นผู้รักษาที่เก่งกว่าเจ้าเด็กเมื่อวานซืนนั่นตั้งเยอะ แต่การที่ข้าไม่อยู่ถึงห้าปีทำให้คัลลาต้องไปพึ่งพาเขาเสียได้' สการ์เล็ตไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วคือโซลัสที่สอนคัลลาเรื่องศาสตร์การปั้นแต่งร่างกาย และช่วยรักษาความเสียหายที่เกิดจากการทดลองในร่างของไวท์
'มีสการ์เล็ตเป็นป้า มีคัลลาเป็นแม่ แถมยังมีแวมไพร์ตนแรกเป็นลุง? ครอบครัวของนิก้านี่มันโคตรทรงพลังเลยแฮะ' ลิธและโซลัสคิดในใจ พลางนึกย้อนไปว่าถ้าเขามีใครสักคนคอยชี้แนะแบบนั้นตอนที่ยังเป็นเด็กก็คงดี
"ดีเลย งั้นเรากลับไปที่ไลท์คีปกันเถอะ จะได้คุยรายละเอียดให้ฟัง" ฮอกว่า
"ช้าก่อน" วลาดิออนส่ายหน้า "คัลลากับนกน้อยของข้าไปได้ แต่ข้าไม่ไว้ใจอีกสองคนที่เหลือ โดยเฉพาะเจ้าเวอร์เฮน เขาคือเพชฌฆาตที่สังหารพวกพ้องของข้าไปมากมายจนข้ายังได้กลิ่นเถ้าถ่านจากตัวเขาลอยคลุ้งอยู่เลย"
"ข้า—" ลิธเตรียมจะโต้กลับเพื่อเตือนสติแวมไพร์ตนแรกว่าเขาสังหารไปเพื่อป้องกันตัวเป็นส่วนใหญ่ แต่นิก้าก็แทรกขึ้นมาทันควัน
"ลิธมีสิทธิทุกประการที่จะตามหนูไปยังไลท์คีปค่ะคุณลุง เขาคือส่วนหนึ่งใน 'ฝูง' ของหนู"
วลาดิออนอ้าปากจะคัดค้าน แต่พลันเขาก็ได้กลิ่นเลือดสดๆ ของลิธจากลมหายใจของนาง กลิ่นหอมหวานของน้ำทิพย์จากผู้ตื่นรู้ที่มีแกนพลังสีเกือบม่วง ซึ่งความแข็งแกร่งของพลังชีวิตอยู่กึ่งกลางระหว่างมนุษย์และสัตว์อสูรจักรพรรดิ ช่างเย้ายวนจนแทบคลั่ง
ด้วยความระแวงว่าจะเป็นกลลวง วลาดิออนจึงใช้เทคนิคการหายใจ 'บลัดบอร์น' กับนาง และพบว่าแกนพลังโลหิตของนิก้านั้นทรงพลังเกินกว่าแวมไพร์รุ่นราวคราวเดียวกันไปมาก ยิ่งไปกว่านั้น มานาและพลังชีวิตของลิธยังกลายเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ในนั้นอีกด้วย
"แล้วแม่สกอร์ปิคอร์นั่นล่ะ?" เขาถาม
"ป้าสการ์เล็ตเป็นอาจารย์ของแม่ และเป็นเจ้านายของแม่ไปอีกเก้าสิบห้าปี ท่านสามารถหยุดแม่ไม่ให้กลายเป็นลิชได้ ถ้าท่านต้องการน่ะนะ" นิก้าตอบ
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.