ตอนที่ 4518
4516 / 5804
อ่าน 12 นาที
Chapter 4518
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 13:03
# บทที่ 4518 – หลั่งไหลไม่สิ้นสุด
**ผู้แปล: ศิลวินทร์ และ เตีย**
**ตรวจทานการแปล: ปิ้วปิ้วเลเซอร์กัน**
**บรรณาธิการและพิสูจน์อักษร: ลีโอแห่งภูผาสิงขร และ เดล ไลเกอร์คีย์ส**
!!
หม่าไถหันไปมองตามทิศทางนั้น และได้เห็นเด็กสาวผู้หนึ่งในอาภรณ์สีขี้นกการเวกที่มีหน้าตาน่ารักอ่อนหวานกำลังเดินเข้ามา พวกเขาคาดว่านางคงเป็นคนที่ถูกเรียกว่า ‘ศิษย์น้องเล็ก’ นั่นเอง
ว่านอิ๋งอิ๋งเอ่ยขึ้น “ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้มีคำสั่งอันใด ข้าเพียงมาที่นี่เพื่อส่งมอบโอสถเจ้าค่ะ”
ก่อนที่จิ่งอันจะทันได้ตอบสนอง ความคิดหนึ่งพลันแล่นเข้ามาในหัวของหม่าไถ ดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นพร้อมกับตะโกนลั่น “ส่งมอบโอสถรึ!? ส่งมอบโอสถอันใดกัน!?”
ว่านอิ๋งอิ๋งสะดุ้งสุดตัวจนถอยหลังไปด้านข้าง นางมองหม่าไถอย่างงุนงง “นี่คือ...”
จิ่งอันแย้มยิ้มพลางกล่าว “อย่าได้ตื่นตระหนกไปเลย ศิษย์น้องเล็ก ท่านผู้นี้คือผู้ที่มายื่นคำร้องขอโอสถเมื่อช่วงเช้าน่ะ”
“โอ้! ที่แท้ก็เป็นท่านนี่เอง!” นางเข้าใจในทันทีและเม้มริมฝีปากเป็นรอยยิ้ม “ในเมื่อท่านอยู่ที่นี่แล้ว เช่นนั้นข้าขอมอบโอสถให้ท่านโดยตรงเลยแล้วกันนะเจ้าคะ ท่านจะได้ตรวจสอบดูด้วยว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่”
ขณะที่กล่าว นางได้ยื่นกล่องหยกใบหนึ่งให้แก่หม่าไถ
หม่าไถจ้องมองกล่องหยกนั้นด้วยความตกตะลึง “โอสถ... โอสถที่ข้าร้องขอเสร็จแล้วอย่างนั้นรึ?”
“อื้ม!” นางเอียงคอจ้องมองเขา ไม่เข้าใจปฏิกิริยาของเขา จากนั้นจึงยื่นกล่องหยกไปให้เขาอีกครั้งแล้วกล่าวว่า “ท่านเจ้าคะ ไฉนท่านไม่ลองดูก่อนเล่า? หลังจากนั้น ได้โปรดไปกับศิษย์พี่จิ่งอันที่โต๊ะด้านหน้าเพื่อรายงานผลต่อท่านผู้ดูแลที่ประจำอยู่ที่นี่ด้วย”
“โอ้! ดี! ดี! ดี!” ในที่สุดหม่าไถก็กลับคืนสู่ความรู้สึกตัว เขารีบเช็ดมือกับเสื้อผ้าของตนอย่างแรงราวกับกลัวว่าสิ่งสกปรกบนฝ่ามือจะปนเปื้อนกล่องหยก และรับมันมาด้วยความเคารพอย่างสูงสุด เขากลั้นหายใจขณะเปิดกล่องออกเบาๆ และโอสถเม็ดกลมเม็ดหนึ่งก็ปรากฏสู่สายตา...
ว่านอิ๋งอิ๋งกล่าวต่อไปว่า “ท่านเจ้าคะ โชคของท่านค่อนข้างดีทีเดียว ศิษย์พี่ใหญ่สามารถหลอมโอสถระดับสูงออกมาได้หนึ่งเม็ด”
มือของหม่าไถเริ่มสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่โอสถในกล่องหยกราวกับปลิงดูดเลือด เขาไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจเช่นนี้มาก่อนและอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น “โอสถชำระจิตสิบวงจรระดับสูง!”
เมื่อเสียงของเขาดังขึ้น สายตาหลายคู่จากทุกทิศทุกทางก็หันมาจับจ้องที่เขาเป็นตาเดียว
ว่านอิ๋งอิ๋งเอนตัวเข้าไปใกล้ศิษย์พี่ทั้งสองของนางแล้วกระซิบถาม “เอ่อ... ท่านผู้นี้เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ? ทำไมเขาถึงได้ทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้?”
จิ่งอันตอบด้วยเสียงหัวเราะ “บางทีเขาอาจจะดีใจเกินไปกระมัง”
“นี่... นี่คือสิ่งที่นักปรุงโอสถหยางหลอมให้ข้าจริงๆ รึ?” หม่าไถแทบไม่เชื่อสายตา
เพียงเมื่อครู่ที่ผ่านมา เขายังตัดสินใจที่จะขอเงินชดเชยคืนแม้จะต้องเสี่ยงกับการล่วงเกินนักปรุงโอสถระดับสวรรค์ แต่ใครจะไปคาดคิดว่าในพริบตาเดียวเขาจะได้ครอบครองโอสถชำระจิตสิบวงจรระดับสูง? ชีวิตของเขาช่างเต็มไปด้วยความผกผันอย่างแท้จริง
[นี่คือโอสถชำระจิตสิบวงจรระดับสูง! ข้าไม่เคยฝันมาก่อนเลยว่าจะได้รับโอสถชำระจิตสิบวงจรระดับสูง!] ตอนที่เขามาที่นี่ เขาคิดว่าแค่ได้รับโอสถชำระจิตสิบวงจรระดับกลางก็พึงพอใจแล้ว... ต้องกล่าวว่ามีผู้คนนับไม่ถ้วนมาที่หอเสาะโอสถเพื่อขอโอสถทุกปี ทว่ามีเพียงไม่ถึง 10% เท่านั้นที่โชคดีพอที่จะได้รับโอสถระดับสูง ส่วนใหญ่จะได้รับเพียงโอสถระดับกลางหรือแม้กระทั่งระดับต่ำ
“ถูกต้องแล้ว! มันเพิ่งถูกหลอมเสร็จเมื่อครู่นี้เอง อันที่จริงมันยังอุ่นจากเตาหลอมอยู่เลย! หากท่านไม่เชื่อ ท่านสามารถสัมผัสดูได้ด้วยตนเอง” ว่านอิ๋งอิ๋งชี้ให้เห็น
หม่าไถไม่รู้ว่าสมองส่วนไหนของเขาบกพร่องไป แต่เขากลับทำตามคำพูดของนางและยื่นมือออกไปสัมผัสโอสถเม็ดนั้นจริงๆ จากนั้นเขาก็อุทานด้วยความประหลาดใจในทันที “มันอุ่นจริงๆ ด้วย...”
ว่านอิ๋งอิ๋งยิ้มกว้างขึ้นอีกขณะกล่าวว่า “ท่านคิดว่าข้าจะโกหกท่านหรือ? ข้าเฝ้าดูศิษย์พี่ใหญ่หลอมโอสถเม็ดนี้ด้วยตนเอง จากนั้นก็รีบนำโอสถมาส่งที่นี่โดยไม่ชักช้าแม้แต่วินาทีเดียว”
“ขอบคุณมาก! ขอบคุณคุณหนูมากจริงๆ!” หม่าไถขอบคุณนางด้วยความซาบซึ้งใจ
จิ่งอันกล่าวว่า “ท่านขอรับ ที่นี่มีสายตาจับจ้องอยู่มากมาย ข้าคิดว่าท่านควรเก็บโอสถไปก่อนจะดีกว่า”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น หม่าไถจึงตระหนักได้ว่ามีผู้คนนับไม่ถ้วนอยู่รอบตัวเขา ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาทุกคนต่างจับจ้องมาที่โอสถในมือของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา เขารีบปิดกล่องหยกและประสานหมัดคารวะคนทั้งสาม “ได้โปรดขอบคุณนักปรุงโอสถหยางแทนข้าด้วย หม่าผู้นี้จะตอบแทนบุญคุณอันยิ่งใหญ่นี้อย่างแน่นอนหากมีโอกาสในอนาคต!”
ว่านอิ๋งอิ๋งไม่เข้าใจความรู้สึกของหม่าไถในขณะนั้น นางจึงทำอะไรไม่ถูกและรีบโบกมือไปมา “ท่านเกรงใจเกินไปแล้ว ท่านมาที่นี่เพื่อยื่นคำร้องขอโอสถ อีกทั้งท่านยังได้ชำระเงินแล้วด้วย เป็นเรื่องสมควรแล้วที่พวกเราจะหลอมโอสถให้ท่าน”
จิ่งอันกล่าวเสริม “ท่านขอรับ ได้โปรดตามข้าไปพบผู้ดูแลที่ประจำการอยู่ที่นี่เพื่อรายงานการส่งมอบด้วยตนเอง”
นี่เป็นขั้นตอนที่จำเป็น นักปรุงโอสถทุกคนที่ให้บริการปรุงโอสถที่หอเสาะโอสถจะต้องบันทึกผลความสำเร็จหรือความล้มเหลวในการหลอมโอสถและคุณภาพของโอสถที่ผลิตได้ สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการประเมินและจำนวนคะแนนสมทบที่พวกเขาจะได้รับ
หม่าไถทราบถึงขั้นตอนนี้ดีอยู่แล้ว เขาจึงพยักหน้าทันทีและกล่าวว่า “แน่นอน เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว ท่านขอรับ ได้โปรดนำทาง!”
จิ่งอันนำหม่าไถไปยังผู้ดูแลที่ประจำอยู่ที่โต๊ะด้านหน้าทันที หม่าไถนำโอสถชำระจิตสิบวงจรระดับสูงออกมาและจากไปหลังจากได้รับการยืนยันจากผู้ดูแล ในขณะเดียวกัน ผู้ดูแลก็ได้บันทึกผลการประเมินการปรุงโอสถของหยางไค่ไว้ในบันทึกของเขา
ในเวลาเดียวกันนั้น ฝูงชนจำนวนมากก็หลั่งไหลมายังโต๊ะที่เคยเงียบสงัดและรกร้าง พวกเขาล้อมรอบว่านอิ๋งอิ๋งและศิษย์น้องชายอีกคนหนึ่งไว้ พลางส่งเสียงโหวกเหวกถามคำถามต่างๆ เมื่อพวกเขาได้ยินว่าไม่จำเป็นต้องรอนานเพื่อให้หยางไค่หลอมโอสถชำระจิตสิบวงจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้เห็นโอสถระดับสูงที่หยางไค่หลอมให้หม่าไถ หลายคนจึงแสดงความจำนงที่จะขอรับบริการปรุงโอสถจากเขาทันที
ชั่วขณะหนึ่ง สถานการณ์ก็วุ่นวายจนดึงดูดความสนใจขององครักษ์ของหอเสาะโอสถ จากนั้นสถานการณ์ที่โกลาหลจึงกลับคืนสู่ความเป็นระเบียบ
ครู่ต่อมา ว่านอิ๋งอิ๋งก็รีบกลับไปยังยอดเขาจันทราดับซึ่งเป็นที่พำนักสันโดษของหยางไค่ นางยังนำสมบัติล้ำค่ามาเต็มรถม้าอีกด้วย!
เมื่อนางวิ่งเข้าไปในที่พำนักสันโดษพร้อมกับตะโกนอย่างตื่นเต้น ฮวาหรงและหยางหวยก็ออกมาตามเสียงนั้นโดยธรรมชาติ หลังจากฟังคำอธิบายของว่านอิ๋งอิ๋งและเห็นรถม้าที่เต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่า ดวงตาของฮวาหรงก็ส่องประกายสีเขียว นางเดินวนรอบรถม้าไม่หยุดพร้อมกับโห่ร้อง “พวกเรารวยแล้ว! รวยแล้ว! รวยแล้ว!”
ในทางกลับกัน หยางไค่กลับสงบนิ่ง สถานการณ์นี้อยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว เขาสั่งให้ฮวาหรงและหยางหวยเก็บของในรถม้า เขาบอกให้พวกเขาเก็บของที่มีประโยชน์ไว้แล้วนำที่เหลือลงจากภูเขาไปขายที่เมืองโอสถเร้นลับเพื่อแลกเป็นหยกแดง ส่วนหยางไค่เองก็เข้าไปในที่พำนักสันโดษพร้อมกับว่านอิ๋งอิ๋งเพื่อปรุงโอสถต่อไป
มีกฎที่ไม่ได้เขียนไว้ในหมู่นักปรุงโอสถของนิกายโอสถเร้นลับเมื่อต้องปรุงโอสถ ไม่ว่าจะหลอมโอสถได้กี่เม็ด พวกเขาเพียงต้องมอบให้ผู้ร้องขอเพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น พวกเขาสามารถเก็บโอสถที่เหลือไว้กับตัวเองได้ ขึ้นอยู่กับพวกเขาว่าจะมอบโอสถเหล่านี้ให้กับนิกายหรือนำไปขายเอง
กระนั้น แม้แต่นักปรุงโอสถอย่างเกาซินเผิงก็ยังหลอมโอสถชำระจิตสิบวงจรได้เพียง 4 เม็ดในตอนที่หยางไค่พบเขาครั้งแรก ยิ่งไปกว่านั้น 3 เม็ดเป็นโอสถระดับกลางในขณะที่เม็ดสุดท้ายเป็นโอสถระดับต่ำ เกาซินเผิงถือเป็นหนึ่งในนักปรุงโอสถระดับสวรรค์ที่เก่งที่สุดในนิกายโอสถเร้นลับ แต่แม้แต่เขาก็ยังได้ผลลัพธ์เพียงเท่านี้ แล้วจะกล่าวไปไยถึงนักปรุงโอสถระดับสวรรค์คนอื่นเล่า?
การผลิตโอสถได้ 2 หรือ 3 เม็ดต่อเตาหลอมถือเป็นเรื่องปกติ ในหลายกรณีพวกเขาอาจผลิตได้เพียง 1 เม็ด หรือแย่กว่านั้นคือล้มเหลวในการปรุงโอสถโดยสิ้นเชิง
ดังนั้น นักปรุงโอสถระดับสวรรค์ส่วนใหญ่จึงไม่มีโอสถชำระจิตสิบวงจรในครอบครองมากนักแม้จะมีกฎที่ไม่ได้เขียนไว้นี้ก็ตาม การหลอมโอสถชำระจิตสิบวงจรหนึ่งเตาจะใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันหรืออาจถึงสองวัน ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังต้องพักผ่อนและฟื้นฟูกำลังหลังจากนั้น ดังนั้นประสิทธิภาพของพวกเขาจึงไม่สูงมากนัก
อย่างไรก็ตาม หยางไค่แตกต่างจากคนอื่นมาก ด้วยทักษะการปรุงโอสถของเขา เขาสามารถผลิตโอสถได้อย่างน้อย 5 หรือ 6 เม็ดในแต่ละครั้ง หากโชคดีเขาอาจผลิตได้ถึง 7 หรือ 8 เม็ด
ตอนที่เขาหลอมโอสถชำระจิตสิบวงจรให้หม่าไถ เขาผลิตโอสถได้ถึง 6 เม็ดจากเตาหลอมนั้น 2 เม็ดเป็นระดับสูงในขณะที่เม็ดอื่นเป็นระดับกลาง ด้วยโอสถเพียงเตาเดียว หยางไค่ก็มีเพียงพอที่จะตอบสนองคำร้องขอโอสถของคนหกคน
นอกจากนี้ เวลาที่เขาใช้ในการหลอมโอสถหนึ่งเตายังสั้นกว่านักปรุงโอสถคนอื่นมาก เป็นเพราะเขาคอยสอนว่านอิ๋งอิ๋งไปพร้อมกัน หยางไค่จึงจงใจชะลอการเคลื่อนไหวของเขา หากเขามุ่งความสนใจไปที่กระบวนการหลอมเพียงอย่างเดียว เขาจะใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม (ประมาณ 2 ชั่วโมง) ในการหลอมโอสถชำระจิตสิบวงจรหนึ่งเตาให้เสร็จสิ้น
ไม่เพียงแต่หยางไค่จะสามารถกลั่นโอสถได้จำนวนมากกว่าคนทั่วไปในคราวเดียว แต่เขายังใช้เวลาน้อยกว่ามากอีกด้วย ด้วยวิธีนี้ การให้บริการปรุงโอสถจึงไม่ส่งผลกระทบต่อเวลาบำเพ็ญเพียรของเขาเลย
วันเวลาผ่านไป คิวยาวเหยียดก่อตัวขึ้นหน้าโต๊ะตัวหนึ่งที่หอเสาะโอสถทุกวัน มีผู้คนหลั่งไหลมาขอโอสถอย่างไม่ขาดสาย ตราบใดที่พวกเขามาเพื่อขอโอสถชำระจิตสิบวงจร พวกเขาก็จะเลือกต่อคิวหน้าโต๊ะของหยางไค่
เรื่องนี้ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะโอสถชำระจิตสิบวงจรที่หยางไค่หลอมนั้นอย่างน้อยที่สุดก็เป็นระดับกลาง หากโชคดีหน่อย พวกเขาอาจได้รับโอสถระดับสูงด้วยซ้ำ ที่สำคัญกว่านั้นคือไม่เคยมีประวัติความล้มเหลวมาก่อน สิ่งนี้ทำให้ผู้ที่มาขอโอสถรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลนั้น พวกเขาจึงเต็มใจที่จะใช้จ่ายมากเท่าที่จำเป็นสำหรับคำร้องขอของพวกเขา
จำนวนผู้ที่มาขอโอสถจากหยางไค่ได้สร้างรายชื่อรอคิวยาวนานเป็นปีแล้ว ถึงกระนั้น หนึ่งปีก็ไม่ได้นานนักเมื่อเทียบกับนักปรุงโอสถคนอื่น
หยกแดงสามแสนชิ้นที่เว่ยเฉิงพ่ายแพ้ให้กับหยางไค่ในคราวนั้นได้ถูกใช้จนหมดสิ้นไปนานแล้ว ทรัพยากรส่วนใหญ่ที่ผู้คนนำมาขอโอสถก็ถูกขายเป็นหยกแดงโดยหยางหวยและฮวาหรง ซึ่งจากนั้นก็ส่งหยกแดงเหล่านี้กลับไปยังที่พำนักสันโดษเพื่อให้หยางไค่ใช้บำเพ็ญเพียรอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน สมุนไพรวิญญาณที่เหลืออยู่ก็ถูกหยางไค่หลอมเป็นโอสถต่างๆ
ด้วยความช่วยเหลือของทรัพยากรและโอสถจำนวนมหาศาล หยางไค่และคนอื่นๆ จึงมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในการบำเพ็ญเพียรของแต่ละคน!
ฮวาหรงซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ในขอบเขตนภาระดับหก ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตนภาระดับเจ็ดหลังจากรับใช้ข้างกายหยางไค่เพียงสามเดือน ว่านอิ๋งอิ๋งและจิ่งอันก้าวเข้าสู่ขอบเขตมนุษย์ระดับเจ็ดและขอบเขตมนุษย์ระดับแปดตามลำดับ
แม้แต่หยางหวยก็ก้าวจากขอบเขตนภาระดับสองสู่ขอบเขตนภาระดับห้าในคราวเดียว! อัตราการเติบโตของเขานั้นเรียกได้ว่าสะเทือนเลือนลั่น เคล็ดวิชากายาจอมราชันย์นั้นเหมาะสมกับชายร่างกำยำที่คล้ายหอคอยเหล็กผู้นี้อย่างสมบูรณ์แบบ เสริมด้วยทรัพยากรและยาวิเศษจำนวนมากที่หยางไค่มอบให้ จึงไม่น่าแปลกใจที่หยางหวยจะมีการเติบโตที่น่าทึ่งเช่นนี้
สำหรับหยางไค่ ตอนนี้เขาอยู่ในขอบเขตนภาระดับห้า ด้วยการเติบโตของความแข็งแกร่ง ความต้องการทรัพยากรในการบำเพ็ญเพียรของเขาก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เคล็ดวิชากลืนกินสวรรค์นั้นท้าทายสวรรค์อย่างแท้จริง เมื่อบำเพ็ญเพียรเคล็ดวิชาลับนี้ การกลืนกินทรัพยากรก็เหมือนกับการดื่มน้ำหรือกินข้าว ผนวกกับการกระตุ้นสายเลือดมังกรของเขาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีทรัพยากรใดในโลกที่หยางไค่จะไม่สามารถกลืนกินจนหมดสิ้นได้ในเวลาอันสั้น
...
โชคดีที่ทรัพยากรจะหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องตราบใดที่เขายังคงให้บริการปรุงโอสถที่หอเสาะโอสถ
ในปัจจุบัน หยางไค่กังวลเกี่ยวกับคะแนนสมทบของเขามากกว่าหยกแดง แม้ว่าเขาจะได้รับคะแนนสมทบจำนวนหนึ่งสำหรับการให้บริการปรุงโอสถทุกครั้ง แต่มันก็ไม่มากนัก เขาได้ตรวจสอบจำนวนคะแนนสมทบที่ต้องใช้เพื่อแลกกับตำรับโอสถชำระจิตรร้อยวงจรแล้ว และจำนวนนั้นสูงมากจนหยางไค่รู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย
จากอัตราการสะสมในปัจจุบันของเขา เขาจะต้องปรุงโอสถที่หอเสาะโอสถเป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปีเพื่อเก็บคะแนนสมทบให้เพียงพอที่จะแลกกับตำรับโอสถของโอสถชำระจิตรร้อยวงจร
แต่เมื่อคิดดูแล้วก็ไม่น่าแปลกใจ โดยทั่วไปแล้ว นักปรุงโอสถระดับสวรรค์จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายสิบปีในการเป็นนักปรุงโอสถระดับจิตวิญญาณ ด้วยเหตุนี้ นักปรุงโอสถระดับสวรรค์จึงมีเวลามากเกินพอที่จะสะสมคะแนนสมทบที่จำเป็น เพียงแต่ความเร็วในการเติบโตและความก้าวหน้าของหยางไค่นั้นเร็วเกินไป
ในเวลาเพียงสามเดือน เขาได้ก้าวจากขอบเขตนภาระดับสองสู่ขอบเขตนภาระดับห้า หยางไค่ประเมินว่าจะใช้เวลาเพียงหนึ่งหรือสองปีก่อนที่เขาจะไปถึงขอบเขตนภาระดับเก้า ในเวลานั้น เขาจะต้องใช้ตำรับโอสถของโอสถชำระจิตรร้อยวงจรเพื่อหลอมให้ตัวเอง!
หนึ่งหรือสองปีไม่เพียงพอสำหรับเขาที่จะสะสมคะแนนสมทบให้เพียงพอ ไม่ว่าเขาจะหลอมโอสถกี่เตาก็ตาม เขายังใช้เวลาสอนนักปรุงโอสถระดับปฐพีและระดับมนุษย์ในนิกายเพื่อรับคะแนนสมทบเพิ่มเติม แต่น่าเสียดายที่คะแนนสมทบเหล่านี้เป็นเพียงหยดน้ำในมหาสมุทรเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาต้องการ
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.