ตอนที่ 4495
4493 / 5804
อ่าน 12 นาที
Chapter 4495
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 13:00
บทที่ 44
**บทที่ 4495 – แผนการลับ**
**ผู้แปล**: ศิลวินทร์ และ เตีย
**ผู้ตรวจสอบคำแปล**: ปิ้วปิ้วเลเซอร์กัน
**บรรณาธิการและผู้พิสูจน์อักษร**: ลีโอแห่งเขาไซออน และ เดล ไลเกอร์คีย์ส
ครึ่งชั่วยามให้หลัง หยางไค่ทะยานร่างลงจากขื่อหลังคาอีกครา ก่อนจะเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบาราวภูตพรายมายืนอยู่ข้างเตียงของเหมี่ยวหง
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงอวลอยู่ในอากาศ ทว่ารอยเลือดที่เหมี่ยวหงกระอักออกมาเมื่อครู่ได้ถูกองครักษ์เช็ดถูจนหมดจด
“ต้องขออภัยที่ทำให้น้องชายต้องมาเห็นภาพที่ไม่น่าดู” เหมี่ยวหงพลันลืมตาขึ้น
หยางไค่ผวาในใจ เขาคิดว่าเหมี่ยวหงสลบไปแล้วเสียอีก แต่ดูท่าแล้ว... ที่แท้เป็นเพียงการเสแสร้ง ยิ่งไปกว่านั้น น้ำเสียงของเขากลับราบเรียบถึงเพียงนี้ ทำให้หยางไค่พลอยอดสงสัยไม่ได้ว่า หรือบางที... เขาอาจจะล่วงรู้มาโดยตลอดว่าภรรยาของตนลักลอบมีสัมพันธ์กับชายอื่น
ไม่ว่าอย่างไร ฮูหยินเจ้าเมืองผู้นี้ช่างอำมหิตโดยแท้ เหมี่ยวหงตกอยู่ในสภาพนี้แล้วแท้ๆ แต่นางยังอุตส่าห์มาเพื่อยั่วยุโทสะเขาโดยเฉพาะ หากเป็นผู้อื่น คงอาจจะอกแตกตายไปแล้ว การที่เหมี่ยวหงยังทนทานอยู่ได้ย่อมแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้ที่มีความอดทนเป็นเลิศ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
หยางไค่รู้สึกทึ่งในใจ แม้จะเดินทางท่องไปในหลายโลกหล้ามานานหลายปี แต่เขาก็ไม่เคยประสบพบเจอเรื่องราวเช่นนี้มาก่อน กระนั้น เหตุการณ์นี้ก็ยิ่งตอกย้ำการคาดเดาของเขา... การเดินทางมายังนครยุทธ์สวรรค์ในครั้งนี้ เขาได้ก้าวเข้ามาพัวพันกับปัญหาที่น่าปวดหัวเข้าเสียแล้ว
“น้องชาย... โอสถของเจ้าได้ผลชะงัดนัก!” เหมี่ยวหงเอ่ยชมด้วยความจริงใจ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังชีวิตของตนกำลังฟื้นฟูอย่างเชื่องช้า หากก่อนหน้านี้เขาเพียงคิดว่าเป็นการลองยาให้ม้าที่ใกล้ตาย แต่บัดนี้ความเชื่อมั่นที่เขามีต่อหยางไค่ได้เพิ่มพูนขึ้นหลายส่วน “ถึงจุดนี้ ข้ามั่นใจว่าเจ้าคงเดาความจริงได้แล้ว ข้าผู้เป็นเจ้าเมืองหาได้จับกุมลูกน้องของเจ้าที่มาส่งมอบยาไม่ แต่เป็นฝีมือของคนอื่น... พวกมัน... ต้องการให้ข้าผู้เป็นเจ้าเมืองต้องตาย!”
หยางไค่ขมวดคิ้ว “ถ้าเช่นนั้น เหตุใดพวกมันไม่ลงมือกับท่านโดยตรงเล่า?”
ด้วยสภาพของเหมี่ยวหงในตอนนี้ หากถูกโจมตีเข้าจริงๆ เขาคงไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้าน
เหมี่ยวหงแค่นเสียงเย็นชา “หากพวกมันลงมือ ย่อมจะทิ้งร่องรอยไว้มากเกินไป ข้ามีสหายผู้หนึ่งซึ่งกำลังจะเดินทางมายังนครยุทธ์สวรรค์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หากเขาสังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ คนเหล่านั้นจะไม่มีทางรอดชีวิตไปได้”
หยางไค่พลันเข้าใจในบัดดล ในที่สุดเขาก็ประจักษ์แล้วว่าเหตุใดฮูหยินเจ้าเมืองจึงถ่อมาถึงที่นี่และใช้ถ้อยคำชั่วร้ายเช่นนั้นเพื่อยั่วยุเหมี่ยวหง ทั้งหมดก็เพื่อทำให้อาการบาดเจ็บของเขาทรุดหนักและเร่งให้เขาตายเร็วขึ้น
สหายที่เหมี่ยวหงกล่าวถึงคงจะเป็นเกาซินเผิง ด้วยสายตาและประสบการณ์ของปรมาจารย์โอสถระดับสวรรค์ เกาซินเผิงย่อมมองออกได้อย่างแน่นอนหากเหมี่ยวหงถูกใครบางคนสังหาร ในทางกลับกัน หากเหมี่ยวหงตายด้วยสาเหตุตามธรรมชาติ เขาก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้
“โชคดีที่สวรรค์ไม่เคยปิดตายทุกเส้นทาง ข้าผู้เป็นเจ้าเมืองต้องขอบคุณที่ได้พบน้องชายเช่นเจ้า... น้องชาย เจ้ายังมีโอสถที่ให้ข้าเมื่อครู่อีกหรือไม่?”
“ข้ามี” หยางไค่พยักหน้า “แต่ว่า ยังมีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง”
“ปัญหาอะไร?”
หยางไค่หน้านิ่ว “ตอนที่ข้าหลอมโอสถเหล่านี้ ข้าไม่ทราบถึงสภาพของท่านในปัจจุบัน จึงไม่ได้คำนึงถึงเรื่องหนึ่ง โอสถฟื้นฟูชีวานี้จะกระตุ้นพลังชีวิตในร่างกายของท่านหลังจากบริโภคเข้าไป แต่ท่านจำเป็นต้องได้รับสารอาหารบำรุงอย่างเข้มข้นตามไปด้วย มิฉะนั้น ท่านจะเบิกพลังที่เหลืออยู่ของตนเองมาใช้เกินควร แม้จะผ่านพ้นความยากลำบากในปัจจุบันไปได้ แต่ในอนาคต ท่านจะต้องเผชิญกับปัญหาไม่รู้จบ”
เหมี่ยวหงเข้าใจ “เป็นเช่นนี้นี่เอง!”
เขามองออกว่าหยางไค่ไม่ได้โป้ปด ในฐานะผู้ที่ได้ลิ้มลองโอสถฟื้นฟูชีวาด้วยตนเอง เขาย่อมตระหนักถึงผลกระทบต่อร่างกายของตนดีที่สุด หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็มองหยางไค่ด้วยสายตาจริงจัง “น้องชาย ข้าเกรงว่าคงต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าอีกครั้ง เจ้าช่วยข้านำของบำรุงกำลังเข้ามาให้ในช่วงสองสามวันนี้ได้หรือไม่? ด้วยฝีมือของเจ้า การเข้าออกสถานที่แห่งนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องยากตราบใดที่เจ้าระมัดระวัง หากข้าผู้เป็นเจ้าเมืองสามารถรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ในอนาคตข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงามแน่นอน”
หยางไค่กล่าวอย่างจนใจ “ดูเหมือนว่าคงมีเพียงหนทางนี้แล้ว”
เขาเพียงต้องการมาสืบสถานการณ์ในจวนเจ้าเมืองเท่านั้น แต่ใครจะรู้ว่าเรื่องราวจะกลับกลายเป็นเช่นนี้? หยางไค่ได้แต่รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
“ท่านเจ้าเมืองเหมี่ยว ลูกน้องของข้ายังคงถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินของท่าน ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร!” หยางไค่เอ่ยขึ้นหลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง
เหมี่ยวหงครุ่นคิดเงียบๆ “ข้าจะมอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้เจ้า ไปตามหาชายที่ชื่อหวงต้า เขาเป็นผู้ดูแลของจวนเจ้าเมือง ด้วยความช่วยเหลือของเขา ลูกน้องของเจ้าจะปลอดภัย”
แม้ว่าเขาจะถูกภรรยาของตนกักบริเวณไว้กลายๆ แต่เหมี่ยวหงก็ยังมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่ภักดีอยู่บ้าง ผู้ดูแลที่ชื่อหวงต้าผู้นี้คงเป็นหนึ่งในนั้น
ขณะพูด เหมี่ยวหงหยิบป้ายหยกขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากใต้หมอน
หยางไค่รับป้ายหยกซึ่งให้สัมผัสเย็นเยียบมาไว้ในมือ แล้วเอ่ยถาม “ท่านเจ้าเมืองเหมี่ยว หากหวงต้าถามถึงอาการของท่าน...”
แววตาของเหมี่ยวหงสว่างวาบ “เจ้าบอกความจริงกับเขาได้เลย!”
“ดี!”
หลังจากนั้น เหมี่ยวหงก็บอกเส้นทางไปยังที่พักของหวงต้าให้หยางไค่ทราบ จากนั้นหยางไค่จึงปลีกตัวจากไป
จวนเจ้าเมืองนั้นไม่เล็กเลย โชคดีที่หยางไค่ยังคงจดจำแผนผังคร่าวๆ ได้จากการสำรวจก่อนหน้านี้ ประกอบกับคำชี้แนะของเหมี่ยวหง ในไม่ช้าเขาก็พบที่พักของหวงต้า
เป็นธรรมดาที่การพบกันครั้งแรกจะมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นบ้าง
แต่หลังจากที่หยางไค่แสดงป้ายอาญาสิทธิ์ออกมา หวงต้าก็มีท่าทีตื่นเต้นอย่างยิ่งและถามถึงอาการของเหมี่ยวหง หยางไค่จึงอธิบายทุกอย่างให้เขาฟัง หวงต้าทั้งดีใจและประหลาดใจกับข่าวที่ได้ยิน จนกระทั่งหยางไค่เอ่ยถึงชื่อสือหมิงฮุ่ย เขาจึงได้ตระหนักในที่สุดว่าคนผู้นั้นคือลูกน้องของหยางไค่
“ไม่ต้องกังวล ลูกน้องของท่านเพียงแค่ถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินชั่วคราวและไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายที่แท้จริง ตอนนี้จวนเจ้าเมืองกำลังเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความวุ่นวาย มีผู้คนมากมายที่วางแผนการลับและไม่ต้องการสร้างความวุ่นวายเพิ่มเติม ดังนั้นเขาจะไม่ตกอยู่ในอันตรายจนกว่าฝุ่นควันจากเหตุการณ์ใหญ่ครั้งนี้จะจางลง หากมีสิ่งใดไม่คาดฝันเกิดขึ้น ข้าผู้ชราผู้นี้จะช่วยจับตาดูให้เอง” หวงต้าให้คำมั่น
“ขอบคุณมาก ท่านผู้ดูแลหวง” หยางไค่ตอบอย่างสุภาพ
หลังจากวุ่นวายมาทั้งคืน พอหยางไค่กลับถึงที่พักก็ใกล้จะรุ่งสางแล้ว
อีกไม่นาน ตู้อวี้อวี้ก็เข้ามาทักทาย หยางไค่ส่งกระดาษที่เขาเตรียมไว้ล่วงหน้าให้นางและส่งนางไปซื้อของบางอย่าง
เหมี่ยวหงต้องการสารอาหารจำนวนมหาศาลเพื่อค้ำจุนพลังชีวิตที่ร่วงโรย ทว่าร่างกายของเขาในปัจจุบันไม่สามารถทนรับภาระจากยาบำรุงที่รุนแรงได้ แม้แต่พลังบำเพ็ญเพียรที่อยู่ในจุดสูงสุดของขอบเขตสวรรค์ก็ไม่อาจช่วยได้ในกรณีนี้ ดังนั้น หยางไค่จึงต้องคิดหาวิธีที่อ่อนโยนกว่า หลังจากการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน หยางไค่ตัดสินใจว่าการเตรียมซุปสมุนไพรเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
ตู้อวี้อวี้ไม่รู้ว่าหยางไค่ต้องการส่วนผสมเหล่านี้ไปเพื่ออะไร แต่คุณธรรมอันยิ่งใหญ่ที่สุดของนางคือความเชื่อฟัง ไม่นานนางก็กลับมาหลังจากซื้อของตามรายการครบถ้วน
ในระหว่างนั้น หยางไค่ก็เอ่ยถามถึงโค่วหย่งอย่างไม่ใส่ใจ
โค่วหย่งคือชายชู้ของฮูหยินเจ้าเมือง ตามคำกล่าวของนาง ลูกสาวของนางคือผลพวงจากสัมพันธ์สวาทกับเขา
“โค่วหย่ง?” ตู้อวี้อวี้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ท่านหมายถึงรองเจ้าเมืองแห่งนครยุทธ์สวรรค์หรือเจ้าคะ? ข้าคิดว่าเขาอยู่ในขอบเขตสวรรค์ขั้นที่เจ็ดหรือแปด!”
หยางไค่เลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดนั้น... ไม่ใช่ว่าเขากำลังตัดสินอะไร เขาแค่รู้สึกว่าชีวิตของเหมี่ยวหงช่างน่าสมเพชนัก
หยางไค่สาละวนอยู่ทั้งวัน และเมื่อราตรีมาเยือน เขาก็แอบย่องเข้าไปในจวนเจ้าเมืองอีกครั้ง คราวนี้เพื่อนำอาหารไปส่งให้เหมี่ยวหง...
ผลของโอสถฟื้นฟูชีวานั้นเห็นได้ชัดเจน หลังจากซดซุปสมุนไพรหม้อใหญ่จนหมดสิ้น สีหน้าของเหมี่ยวหงก็ดูมีเลือดฝาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาเอ่ยปากชมหยางไค่ไม่ขาดปาก ยกยอว่าเขาเป็นชายหนุ่มที่มีอนาคตไกล เป็นที่ประจักษ์ว่าเขากำลังพยายามเอาชนะใจหยางไค่... ท้ายที่สุดแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาคนอีกคนในโลกยุทธ์เทวะที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของขอบเขตปฐพีและยังเป็นปรมาจารย์โอสถระดับปฐพีในวัยเยาว์เช่นนี้ได้อีก หากเขาสามารถผูกมิตรกับหยางไค่ได้ ย่อมเป็นประโยชน์อย่างแน่นอน
ในอีกหลายวันต่อมา หยางไค่จะมุ่งหน้าไปยังจวนเจ้าเมืองในตอนกลางคืนเพื่อนำยาบำรุงที่อุดมด้วยสารอาหารไปให้เหมี่ยวหง เพื่อเสริมฤทธิ์ของโอสถฟื้นฟูชีวาที่เขาได้มอบให้
อาการของเหมี่ยวหงดีขึ้นวันต่อวัน แต่บาดแผลภายในของเขายังไม่หายดี ไม่อาจบอกได้แน่ชัดว่าเขาสามารถใช้พลังได้มากน้อยเพียงใด ดังนั้นเขาจึงยังคงอดทนต่อไปภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ และจะแสร้งทำเป็นใกล้ตายทุกครั้งที่ภรรยาของเขามาเยี่ยม
ฮูหยินเจ้าเมืองจะมาเยี่ยมทุกสองสามคืน และทุกครั้งที่นางมา นางจะยั่วยุเขาอย่างเหี้ยมโหดจนเขากระอักเลือดออกมา ก่อนจะจากไปอย่างพึงพอใจ
มีอยู่คราหนึ่ง หยางไค่ที่ซ่อนตัวอยู่บนขื่อหลังคาได้เห็นฮูหยินเจ้าเมืองและโค่วหย่งมาด้วยกัน ทั้งสองจุมพิตและพลอดรักกันอย่างเปิดเผยต่อหน้าเหมี่ยวหง...
ครั้งนี้ เหมี่ยวหงคงจะโกรธจัดจนหมดสติไปจริงๆ เพราะหยางไค่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการปลุกเขาให้ฟื้นคืนสติ
ในวันหนึ่ง หยางไค่มาที่นี่เพื่อส่งซุปสมุนไพรและโอสถฟื้นฟูชีวา หลังจากเหมี่ยวหงบริโภคทั้งสองอย่างเสร็จ เขาก็เอนกายลงบนเตียงและกล่าวว่า “น้องชาย ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องเจ้า”
หยางไค่เก็บของที่นำมาและกล่าวว่า “ท่านเจ้าเมืองเหมี่ยว โปรดพูดมาได้เลย”
...
“ข้าอยากให้เจ้าไปต้อนรับปรมาจารย์โอสถระดับสวรรค์แห่งนิกายโอสถล้ำลึก เกาซินเผิง!” เหมี่ยวหงหอบหายใจ “ตามแผน ปรมาจารย์โอสถเกาจะมาถึงนครยุทธ์สวรรค์ในอีกสามวัน แต่คู่ชู้นั่นจะรอไม่นานถึงเพียงนั้น เจ้าก็ได้เห็นสถานการณ์ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาแล้ว พวกมันแทบจะรอให้ข้าตายไม่ไหว หากข้ายังมีชีวิตอยู่เมื่อเกาซินเผิงมาถึง พวกมันคงจะเสี่ยงลงมือโดยตรง นั่นคือเหตุผลที่ข้าอยากให้เจ้าไปพบปรมาจารย์เกาและขอให้เขารีบเดินทางมาเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยไม่ให้ใครล่วงรู้”
หยางไค่ยิ้ม “ท่านเจ้าเมืองเหมี่ยวไม่ต้องกังวล ข้าจัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปรบกวนปรมาจารย์เกา”
หยางไค่ได้คาดการณ์สถานการณ์ที่เหมี่ยวหงกล่าวถึงไว้แล้ว เขารู้ว่าฮูหยินเจ้าเมืองและโค่วหย่งจะต้องจนตรอก เขาจึงได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า
“โอ้?” เหมี่ยวหงประหลาดใจ “เจเตรียมการอะไรไว้รึ น้องชาย?”
หยางไค่ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบขวดหยกเล็กๆ ออกมา และเทเม็ดยาสีดำขนาดเท่าผลลำไยออกมาจากขวด “นี่คือโอสถจำศีล ท่านเจ้าเมืองเหมี่ยว หลังจากท่านบริโภคโอสถนี้เข้าไป ท่านจะตกอยู่ในสภาวะคล้ายตาย ทั้งพลังชีวิตและรัศมีปราณของท่านจะถูกกดข่มจนถึงจุดที่แม้แต่คนทั้งสองก็ไม่สามารถตรวจจับได้”
เหมี่ยวหงตกตะลึงอย่างยิ่ง เขารับโอสถจำศีลจากมือของหยางไค่และถามอย่างลังเลเล็กน้อย “โอสถนี้มีประสิทธิภาพถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
“ท่านเจ้าเมืองเหมี่ยว ท่านไม่เชื่อใจข้าหรือ?”
เหมี่ยวหงส่ายหน้า “แม้ข้าจะรู้จักเจ้าได้ไม่นาน แต่ข้าก็มองออกว่าเจ้าเป็นชายหนุ่มผู้กล้าหาญและเที่ยงธรรม หากเจ้าต้องการทำร้ายข้าจริงๆ เจ้าคงลงมือไปนานแล้ว อีกอย่าง เจ้าได้ช่วยชีวิตข้าไว้ แล้วข้าจะไม่เชื่อใจเจ้าได้อย่างไร?”
“เป็นการดีที่สุดหากท่านเชื่อใจข้า ท่านเจ้าเมืองเหมี่ยว ท่านไม่ต้องกังวลเช่นกัน เพราะโอสถจำศีลนี้ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย ท่านเพียงแค่ต้องบริโภคยาถอนพิษในภายหลังและท่านจะตื่นขึ้นภายในหนึ่งส่วนสี่ชั่วยาม” หยางไค่หยุดไปครู่หนึ่ง “นอกจากนี้ การไปพบปรมาจารย์เกาในตอนนี้จะยิ่งทำให้พวกมันไหวตัวทัน พวกมันก็รู้ว่าปรมาจารย์เกาคือความหวังเดียวของท่าน ท่านเจ้าเมือง ข้ามั่นใจว่าพวกมันกำลังจับตาดูการมาถึงของเขาอยู่แล้ว ไม่อาจบอกได้ว่าเราจะต้องเผชิญกับผลลัพธ์อะไรหากเราติดต่อเขาอย่างผลีผลามในตอนนี้”
เหมี่ยวหงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “คำพูดของเจ้ามีเหตุผล น้องชาย เช่นนั้นก็ทำตามแผนของเจ้าเถิด”
หยางไค่ไม่รู้ว่าเหมี่ยวหงเชื่อใจเขามากน้อยเพียงใด แต่เป็นที่ชัดเจนว่าคนดื้อรั้นและอดทนอย่างเหมี่ยวหงย่อมไม่ใช่คนใจดีโดยเนื้อแท้ การถูกหักหลังจากคนสนิทที่สุดย่อมทำให้เขาสูญเสียความไว้วางใจในผู้อื่นไปอย่างแน่นอน กระนั้น เขาก็คงสัมผัสได้ว่าหยางไค่ไม่มีเจตนาร้ายต่อเขา ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่าเขาได้ประจักษ์ถึงความสามารถของหยางไค่ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ก็เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะยอมรับข้อเสนอของหยางไค่
...
สองคืนให้หลัง หยางไค่ซ่อนกายอยู่บนขื่อหลังคาเช่นเดิม และได้เป็นประจักษ์พยานด้วยตาตนเอง... ในวินาทีที่ฮูหยินเจ้าเมือง ฉินโหย่วซวง และโค่วหย่ง ยั่วยุเหมี่ยวหงจนเขากระอักโลหิตออกมาสามลิตรและ ‘สิ้นใจ’ คาที่
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.