Chapter 642
642 / 2060
9 min read
Chapter 642
Published Apr 3, 2026, 07:51 PM
อาณาจักรฮวาน... มันคือเสาหลักที่ค้ำจุนผืนทวีปทั้งมวล และเป็นอาณาจักรที่ตั้งตระหง่านอยู่ภายใต้สรวงสวรรค์ นับตั้งแต่วันที่เด็กชายผู้มีเอกลักษณ์ถือกำเนิดขึ้นใน ‘อาณาจักรเล็กๆ’ แห่งนี้ มันก็ได้แผ่ขยายอิทธิพลปกครองไปทั่วหล้า เหตุใดอาณาจักรฮวานถึงได้ครองความเป็นใหญ่? และมันถูกต้องแล้วหรือที่จะแบ่งแยกมนุษย์ออกเป็นชนชั้น ‘ยังบัน’ และสามัญชน?
คำถามเหล่านี้เคยถูกตั้งขึ้นโดยเด็กชายผู้หนึ่ง... ผู้ซึ่งตั้งข้อสงสัยในสิ่งที่ทุกคนต่างยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ
“เด็กคนนั้นมีนามว่าปักม่า... เขาเป็นไอ้คนโง่เขลาที่เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนล้วนมีคุณค่าเท่าเทียมกัน”
“...”
กาลัมมีสีหน้าเปี่ยมสุขยามเมื่อย้อนรำลึกถึงอดีต รอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า ดวงตารูปจันทร์เสี้ยวคู่นั้นงดงามเสียจนหยาดเยิ้มชวนให้เคลิบเคลิ้ม หากแต่ความจริงเขาก็คือบุรุษเพศ
‘ไอ้ระยำนี่!’
เกริดรู้สึกเป็นอริต่อความงามของกาลัมอย่างรุนแรง และแต่เดิมกาลัมก็ไม่ได้แสดงไมตรีต่อเกริดอยู่แล้ว แม้ปากจะยิ้ม แต่ดวงตาที่จดจ้องมายังเกริดนั้นกลับเยือกเย็นและว่างเปล่า ราวกับเขากำลังก้มมองดูหนอนแมลงตัวหนึ่งก็ไม่ปาน
“การเดินทางของปักม่าผู้โง่เง่านั่นมาถึงจุดสูงสุด ก็แค่เรื่องทักษะสายผลิตที่ไร้ประโยชน์ในการต่อสู้”
ตั้งแต่ปรากฏตัว กาลัมเอาแต่พ่นคำดูแคลนปักม่าราวกับเป็นคนไร้ค่า ทว่าเกริดไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองในเรื่องนั้น เพราะเขาไม่เคยพบหน้าปักม่ามาก่อน จึงไม่ได้ใส่ใจว่าปักม่าจะถูกเย้ยหยันเพียงใด แต่มีสิ่งหนึ่งที่สะกิดใจเขาอย่างรุนแรง
“ทักษะสายผลิตที่ไร้ประโยชน์... เจ้าหมายถึงการตีเหล็กอย่างนั้นหรือ?”
เกริดไม่มีความผูกพันพิเศษกับชายที่ชื่อปักม่า แต่เขานับถือในเทคนิคของปักม่าและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้สืบทอดมันมา สำหรับเกริด อาชีพช่างตีเหล็กคือพรที่ประเสริฐที่สุดซึ่งได้เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล แต่กาลัมกลับปัดส่งมันเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เกริดจะรู้สึกขุ่นเคืองจนตาขวาง
กาลัมตอบสนองต่อสายตาพิฆาตของเกริดด้วยท่าทีเรียบเฉย
“ก็ใช่น่ะสิ เจ้ากล้าจ้องหน้าข้าเชียวรึ?”
“...ขออภัย ข้าเผลอตัวตื่นเต้นไปชั่วขณะ...”
เกริดเริ่มประจบสอพลอทันควัน เพราะสัญชาตญาณมันร้องเตือนว่า กาลัมแข็งแกร่งกว่าเขาอย่างเทียบไม่ติด โดยเฉพาะในตอนนี้ที่เกริดไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ทักษะบัฟเกือบทั้งหมดรวมถึง ‘พลังแห่งเบเรียล’ ยังอยู่ในช่วงคูลดาวน์ การทำให้กาลัมกลายเป็นศัตรูในตอนนี้ถือเป็นการกระทำที่เกินตัว
‘ข้าไม่ได้ขี้ขลาดเพราะกลัวตายนะ! แต่มันจะดีกว่าถ้าจะแสดงท่าทีนอบน้อมเพื่อหลอกถามข้อมูลเกี่ยวกับปักม่า!’
- เจ้ากำลังคุยกับใครอยู่?
‘...อย่าเข้าใจผิดว่าข้ากำลังยอมจำนนล่ะ’
*กรอด!*
เกริดหาข้ออ้างให้กับบราแฮม คำพูดเหล่านั้นเหมือนใบมีดคมกริบที่กรีดลึกลงในใจ ภาพจำในอดีตที่เขาเคยอ่อนแอจนไม่อาจต่อกรกับผู้แข็งแกร่งได้หวนกลับมาอีกครั้ง เขาเริ่มรู้สึกรังเกียจตัวเอง
‘ไอ้งี่เง่าเอ๊ย... ข้าสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะมีความมั่นใจเสมอ แต่นิสัยเดิมๆ นี่มันแย่ที่สุด เป็นขยะจริงๆ’
เสียงหัวเราะเยาะของบราแฮมดังขึ้นในโสตประสาท
- การตัวลีบเล็กต่อหน้าผู้แข็งแกร่งไม่ใช่เรื่องน่าอาย แม้แต่สัตว์ป่ายังรู้จักเกรงกลัวต่อผู้ที่เหนือกว่า แล้วมนุษย์จะประเสริฐไปกว่าสัตว์ป่าได้อย่างไร? เจ้าไม่ได้โง่หรอก
“...”
- แต่อย่าได้สยบต่อความอยุติธรรม หากมีใครรังแกหรือบังคับขู่เข็ญเจ้าเพียงเพราะมันแข็งแกร่งกว่า จงเตรียมตัวตายเสียดีกว่ายอมก้มหัวให้มัน การอ่อนแอจนทิ้งศักดิ์ศรีได้นั้นไม่ใช่เรื่องดี... แต่ก็นะ ข้าเองก็สังหารคนอ่อนแอที่บังอาจมาลองดีกับข้าไปจนหมดสิ้นแล้วเหมือนกัน
“...”
บราแฮมให้คำแนะนำพร้อมกับแสดงความถือดีตามแบบฉบับของตน เกริดยิ้มออกมาและรู้สึกผ่อนคลายขึ้น เขาไม่รู้สึกละอายใจอีกต่อไปที่เคยวางท่าทีหดหู่ต่อหน้ากาลัม ขณะที่กาลัมยังคงเอ่ยต่อไป
“แต่มันก็น่าแปลกที่มันไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว เมื่อปักม่าเรียนรู้เรื่องการตีเหล็กมากขึ้น พวกยังบันในอาณาจักรฮวานต่างก็มีชีวิตที่สะดวกสบายขึ้นมาก เครื่องมือที่ปักม่าสร้างมีคุณภาพเหนือชั้นกว่าเครื่องมือชิ้นไหนๆ ในใต้หล้า”
*ซู่ว*
กาลัมสอดมือเข้าไปในเสื้อแล้วหยิบกล้องยาสูบออกมา มันเป็นกล้องยาสูบสีขาวนวลตา ดูประณีตและเรียบลื่น
“กล้องยานี้ ปักม่าทำขึ้นจากไม้ฟอสฟอรัสขาว... คุคุ ทุกครั้งที่ข้าสูบมัน ข้าก็อดคิดถึงปักม่าที่หนีไปไม่ได้จริงๆ ภาพจำตอนที่ข้าข่มเหงทรมานมันยังชัดเจนอยู่ในใจเสมอ”
“...”
ช่างตีเหล็กในตำนาน... ถึงกับต้องทำกล้องยาสูบให้คนอื่นเชียวหรือ?
‘พวกยังบันมันแข็งแกร่งแค่ไหนกัน ถึงได้ปฏิบัติกับปักม่าเหมือนเป็นขี้ข้าแบบนี้?’
ปักม่าคือผู้แข็งแกร่งที่สามารถโค่นจอมปีศาจลงได้หลังจากทำสัญญาเป็นผู้รับใช้ของบาอัล แม้จะคำนึงถึงความจริงที่ว่าจอมปีศาจที่ลงมายังโลกไม่สามารถใช้พลังได้เต็มที่ แต่พลังรบของปักม่าก็ยังเทียบเคียงได้กับตำนานสายต่อสู้คนอื่นๆ แต่น่าประหลาดที่กาลัมกลับปฏิบัติกับปักม่าราวกับสิ่งของ
‘ปักม่าคนนี้ คือปักม่าคนเดียวกับที่ข้ารู้จักหรือเปล่า?’
ในขณะที่เกริดกำลังตั้งข้อสงสัย...
“ฟู่ววววว”
กาลัมจุดกล้องยาสูบ เขาสูดควันเข้าไปลึกๆ ก่อนจะพ่นออกมาจนกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมใบหน้าของเขาไว้ เป็นการกระทำที่แสดงออกถึงความเมินเฉยต่อตัวตนของเกริดอย่างสิ้นเชิง
“ใช่ ปักม่าเป็นแรงงานที่ใช้งานได้สะดวกมือมาก มียังบันหลายคนที่เสียดายที่มันหนีไปจากอาณาจักร แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่ผู้สืบทอดเทคนิคของปักม่าปรากฏตัวขึ้นเสียที”
กาลัมกวาดสายตามองเกริดราวกับกำลังมองดูผลไม้รสเลิศ ก่อนจะตัดสินใจ
“ข้าจะพาเจ้าไปยังอาณาจักรฮวาน ข้าไม่คิดว่าอากาศบริสุทธิ์ของอาณาจักรจะแปดเปื้อนเพียงเพราะมีไอ้คนไร้การศึกษาคนหนึ่งไปอาศัยอยู่ที่นั่นหรอกนะ... คุคุ”
‘ไอ้บ้านี่’
ความอดทนของเกริดมาถึงขีดจำกัด ความขี้ขลาดถูกลบเลือนหายไปเหลือไว้เพียง ‘สันดาน’ ดั้งเดิม การนอบน้อมไม่ใช่ตัวตนของเกริดแม้แต่น้อย
‘เขาตัดสินใจเองเออเองอะไรกัน?’
ความกลัวจางหายไปจากแววตาของเกริดยามที่เขามองกาลัม มือทั้งสองขยับกำแน่นด้วยเพลิงโทสะ
“แกบังอาจมาดูหมิ่นเทคนิคที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกอย่างนั้นรึ? คิดว่าข้าจะโอนอ่อนผ่อนตามแกไปง่ายๆ หรือไง ไอ้บัดซบ! คิดว่าข้าจะยืนนิ่งเป็นใบ้ให้แกข่มเหงงั้นเหรอ!”
แต่ในเสี้ยววินาทีที่เกริดกำลังจะแผดคำราม...
- ใจเย็นก่อน แล้วลองหลอกถามมันดูอีกนิด
บราแฮมห้ามเขาไว้ บราแฮมเองก็ต้องการรู้เรื่องราวของปักม่าให้มากกว่านี้
แม้ปักม่าจะเคยทำร้ายบราแฮม แต่ครั้งหนึ่งพวกเขาก็เคยเป็นสหายกัน
‘อืม...’
เกริดเข้าใจในเจตนาของบราแฮม เมื่อลองคิดดูอย่างใจเย็น เขาก็อยากรู้เรื่องราวของปักม่ามากขึ้นเช่นกัน ยิ่งเข้าใจปักม่ามากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งเข้าใกล้เควสเปลี่ยนอาชีพและเบาะแสลับมากขึ้นเท่านั้น เกริดสะกดกลั้นอารมณ์พลุ่งพล่านและเอ่ยถามกาลัม
“ข้าใคร่รู้... เหตุใดปักม่าถึงต้องหนีออกจากอาณาจักรฮวาน? เบื้องหลังเรื่องนี้มีสิ่งใดซ่อนอยู่? อีกอย่าง เจ้าเองก็ดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกับข้า แล้วเจ้าจะมีชีวิตอยู่ในยุคสมัยเดียวกับปักม่าที่แก่ตายไปนานแล้วได้อย่างไร?”
ทว่าผู้ที่ตอบคำถามไม่ใช่กาลัม
“ไอ้คนเสียสติ... เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาถามเช่นนี้! นี่คือท่านยังบันผู้ยิ่งใหญ่! พวกเขาเหนือสามัญสำนักจนสามารถปัดเป่ากาลเวลาได้ด้วยซ้ำ!”
ซัมดาซู... ชายที่หมอบกราบอยู่กับพื้นตั้งแต่อีกฝ่ายปรากฏตัว ตะโกนขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ปูดโปนด้วยเส้นเลือด ดูเหมือนเขาจะเทิดทูนพวกยังบันราวกับเป็นตัวตนที่สูงส่ง
‘ปัดเป่ากาลเวลาอย่างนั้นรึ?’
พวกนี้เป็นเทพเจ้าหรืออย่างไร? ทันทีที่สิ้นคำของซัมดาซู บราแฮมก็กระซิบที่ข้างหูเกริด
- เป็นไปไม่ได้ ปักม่าเองก็ไร้ทางสู้ต่อหน้ากาลเวลาเฉกเช่นมนุษย์ธรรมดาทั่วไป
‘ถ้าอย่างนั้น ไอ้กาลัมนี่ก็แค่ขี้คุยงั้นสิ?’
คำถามเริ่มพอกพูนขึ้นในใจ เกริดยังคงสับสนขณะที่กาลัมเอ่ยต่อ
“ทำไมปักม่าถึงหนีไปน่ะรึ? เพราะมันสิ้นหวังในความอ่อนแอของตัวเอง และมิอาจทนต่อความอับอายที่เกิดขึ้นได้”
“อ่อนแอ... อย่างนั้นรึ?”
ช่างตีเหล็กในตำนานปักม่าเนี่ยนะ?
“ใช่ มันอับอายที่ตัวเองช่างไร้กำลังสิ้นดี มันล้มเหลวในการทดสอบ ‘ชียู’ ของยังบัน และได้หนีไปอย่างผู้แพ้”
“บททดสอบชียู?”
“เรียกสั้นๆ ว่ามันคือบททดสอบเพื่อพิสูจน์แสนยานุภาพทางการรบก็แล้วกัน”
“พลังรบ...”
บททดสอบนั้นมันยากเข็ญเพียงใดกัน ถึงทำให้ผู้แข็งแกร่งอย่างปักม่าต้องล้มเหลว? กาลัมเอ่ยคำพูดที่เกริดยากจะเชื่อลงได้
“ก็นะ ปักม่าน่ะเป็นพวกอ่อนแอที่เลื่องลือเลยล่ะ”
“อ่อนแอ...?”
“ใช่ มันก็เป็นแบบนั้นแหละ เพลงดาบของมันน่ะก็แค่ลูกไม้อ่อนหัด”
“...”
“หืม... ข้ามัวแต่รำลึกอดีตจนเสียเวลาไปมากแล้ว เอาล่ะ ไปอาณาจักรฮวานกับข้าเสียที ข้ายังมีงานต้องทำอีกเยอะ อ้อ... แต่ก่อนหน้านั้น”
สายตาของกาลัมเลื่อนไปที่สองพ่อลูกตระกูลฮัน ในพริบตานั้น เกริด ซัมดาซู และสองพ่อลูกต่างรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น เพราะแววตาที่มองดูพวกเขานั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ต่างจากตอนที่กาลัมมองเกริดอย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นกาลัมยังดูเป็นมิตรเสียมากกว่าด้วยซ้ำ
“ข้าควรจะสังหารพวกมดปลวกที่บังอาจล่อลวงท่านยังบันทิ้งเสีย”
*ซูดดดด*
กาลัมสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ พลันนั้นริมฝีปากของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
‘บ้าน่า!’
เกริดรู้ดีถึงคุณสมบัติของไม้ฟอสฟอรัสขาว นี่คือสัญญาณเตือนก่อนที่มันจะระเบิดออก ปากของกาลัมกำลังจะระเบิด? ตามสามัญสำนึก กาลัมควรจะได้รับบาดเจ็บ แต่กาลัมคือยังบัน... และสามัญสำนึกใช้ไม่ได้กับตัวตนอย่างพวกเขา
“วิชาดาบปักม่า!”
เกริดขยับกายไปตามสัญชาตญาณ เพื่อปกป้องสองพ่อลูกตระกูลฮัน และในจังหวะนั้นเอง!
*เปรี้ยง!*
เปลวเพลิงพุ่งทะลักออกจากปากของกาลัม มุ่งตรงไปยังสองพ่อลูกทันที
“หมุนวน (Revolve)!”
*ตู้ม ตู้ม ตู้ม!*
เกริดทะยานเข้าไปขวางเบื้องหน้าสองพ่อลูกตระกูลฮันและสะท้อนการโจมตีกลับไป
“อา... อ๊า...”
“นี่มัน...”
ซัมดาซูและสองพ่อลูกตระกูลฮันถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นกาลัมถูกกลืนหายไปในกองเพลิง ยังบันได้รับบาดเจ็บอย่างนั้นหรือ? มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!
“ใช้จังหวะนี้หนีไปซะ!”
เกริดตะโกนบอกสองพ่อลูกพร้อมกับยื่นมือออกไป
“เจ้าเสียสติไปแล้วรึ?”
เสียงกระซิบของกาลัมดังมาจากท่ามกลางเปลวไฟ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือด้วยความพิโรธอย่าง
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


