Chapter 641
641 / 2060
10 min read
Chapter 641
Published Apr 3, 2026, 07:50 PM
“เสียงระเบิดนั่น... มาจากทิศทางของคุกอัคคี”
เหล่า ‘ยังบัน’ (Yangbans) รับรู้ถึงต้นตอของแรงสั่นสะเทือนได้ในพริบตา เมื่อพิจารณาจากระยะห่างระหว่างพระราชวังและคุกอัคคีแล้ว โสตประสาทของพวกเขานั้นนับว่าอยู่เหนือล้ำเกินขอบเขตของมนุษย์ไปไกลโข
“ข้าไม่เข้าใจ เหตุใดจึงเกิดความวุ่นวายขึ้นในเมืองหลวง หรือว่ามีสงคราม?”
“ไม่มีทางเป็นไปได้”
อาณาจักรอื่นต่างรู้ดีว่าเหล่ายังบันพำนักอยู่ในคาร์ส พวกเขาไม่มีทางบังอาจก่อความไม่สงบขึ้นแน่ ทุกคนต่างประจักษ์แจ้งว่า ผู้ใดก็ตามที่ไร้ความยำเกรงต่อยังบัน จักต้องพบกับจุดจบอันน่าอเนจอนาถ
“ข้าได้ยินมาว่าฮันซอกบงถูกจองจำอยู่ในคุกอัคคี เป็นไปได้ว่าอาจมีกลุ่มคนพยายามจะชิงตัวเขาจนก่อให้เกิดเหตุจลาจลขึ้น”
“โห... พวกมันไม่กลัวเกรงพวกเราเลยรึ?”
“กลัวสิ แต่ก็ยังมีพวกที่ยอมแลกชีวิตเพื่อช่วยฮันซอกบง สองพ่อลูกตระกูลฮันเป็นขุนนางที่เป็นหน้าเป็นตาของอาณาจักรโชและมีผู้เลื่อมใสอยู่ไม่น้อย”
“หืม ข้าได้ยินมาว่ามี ‘เจียงซือม้าดำ’ เฝ้าอยู่ที่คุกอัคคี ในอาณาจักรโชยังมีใครที่ต่อกรกับมันได้อีกหรือ?”
“หากเป็น ‘10 ดารา’ แห่งอาณาจักรโชก็นับว่ามีความเป็นไปได้”
“10 ดาราอย่างนั้นรึ? ไม่ใช่ว่าราชาโชหรอกหรือที่เป็นคนตัดสินประหารชีวิตฮันซอกบง? มันสมเหตุสมผลแล้วหรือที่คนสนิทของเขาจะบุกไปช่วยนักโทษ? อา... หรือว่า?”
“นั่นแหละคือคำตอบ ราชาโชขึ้นชื่อเรื่องความรักใคร่เอ็นดูที่มีต่อฮันซอกบงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
เหตุผลที่ราชาโชประกาศประหารชีวิตฮันซอกบงนั้นเป็นเพราะแรงกดดันจากเหล่ายังบัน ในใจลึกๆ แล้วเขาย่อมปรารถนาจะรักษาชีวิตสหายผู้นี้ไว้ จึงไม่แปลกเลยหากเขาจะแอบวางแผนชิงตัวประกัน
“ที่แท้ราชาโชก็อยู่เบื้องหลังกลุ่มคนที่มาช่วยฮันซอกบงงั้นรึ? หึๆ... ราชาโชบังอาจลวงหลอกยังบันเชียวหรือ?”
*กรอด!*
บุรุษในชุดอาภรณ์หรูหราเกินผู้ใดแผดรังสีอำมหิตออกมา เขาคือ ‘การัม’ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความถือดีในสายเลือดอย่างรุนแรง เขาจะไม่มีวันยกโทษให้ผู้ใดก็ตามที่ทำให้เกียรติภูมิของยังบันต้องมัวหมอง สำหรับเขาแล้ว ชีวิตมนุษย์อื่นใดล้วนไร้ค่าเป็นเพียงเศษผง
“ข้าจะทำให้ราชาโชต้องหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด”
ชายอีกสองคนมองตามการัมที่ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไป
“เจ้าจะทำอะไรก็เชิญ แต่อย่าลืมว่าที่นี่ไม่ใช่อาณาจักรฮวาน เราต้องรักษาความสง่างามของยังบันต่อหน้าเหล่าราษฎรเอาไว้ด้วย”
“ข้าจัดการเองได้”
การัมผู้กรุ่นด้วยโทสะมุ่งหน้าไปยังท้องพระโรงทันที ทว่ากลับไร้เงาของราชาโช
“องค์เหนือหัวเสด็จไปยังลานประหารแล้วขอรับ อย่างที่ท่านทราบ วันนี้คือวันประหารฮันซอกบง...”
‘เป็นคนชักใยแผนชิงตัว แต่กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อนงั้นรึ?’
ช่างเป็นเจ้าเมืองที่เจ้าเล่ห์นัก การัมทะยานขึ้นสู่ห้วงอากาศอย่างเย็นชา ก่อนจะหยุดนิ่งกลางเวหา ดวงตาที่ทรงพลังยิ่งกว่าพญาเหยี่ยวเพ่งเล็งไปยังคุกอัคคี
“มันจะน่าตื่นเต้นกว่าไหมนะ ถ้าแผนการช่วยฮันซอกบงต้องพังทลายลง? หึๆๆ!”
*ฟึ่บ!*
ร่างของการัมพุ่งผ่านท้องฟ้าสีเถ้าถ่าน เขาขยับเท้าเพียงแผ่วเบาก็เลือนหายไปอย่างรไร้ร่องรอยราวกับภูตพราย
***
“โอเวอร์เกียร์...? ราชาโอเวอร์เกียร์อย่างนั้นหรือ?”
เขาสยบเจียงซือม้าดำได้เพียงเพราะเขาคือราชาโอเวอร์เกียร์งั้นรึ? ซัมดาซูไม่อาจเข้าใจสิ่งที่ได้ยินแม้แต่น้อย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ‘โอเวอร์เกียร์’ คืออะไร แต่คำว่า ‘ราชา’ นั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับฮันซอกบงและซูอา
“ราชา...? เกริด ตอนนี้ท่านเป็นราชาแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“อา...”
เกริดเพิ่งนึกขึ้นได้เมื่อได้ยินคำถามของฮันซอกบง เขาตระหนักว่าตนเองยังไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้สองพ่อลูกได้รับรู้เลย
‘ตอนที่มาทวีปตะวันออกครั้งแรก เราต้องระมัดระวังตัวหลายอย่าง’
แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว เกริดเชื่อใจฮันซอกบงและซูอาอย่างเต็มเปี่ยม พวกเขาห่วงใยเขาแม้ในยามที่ชีวิตตนเองแขวนอยู่บนเส้นด้าย ความซื่อสัตย์และคุณธรรมของพวกเขาช่างมั่นคงจนหยดสุดท้าย
‘ธาตุแท้ที่เปิดเผยก่อนความตายนั้นช่างบริสุทธิ์นัก’
ช่างแตกต่างจากเขาสิ้นดี เกริดคลี่ยิ้มพลางพยักหน้า
“ถูกต้องแล้ว ผมคือราชา”
“...”
ใบหน้าของฮันซอกบงและซัมดาซูแข็งค้างราวกับรูปสลักหิน บนทวีปนี้มีเพียงสี่คนเท่านั้นที่กล้าเรียกตนเองว่าราชา แต่เกริดไม่ได้อยู่ในรายชื่อเหล่านั้น นั่นหมายความว่าเกริดคือพวกคนเถื่อนที่ไม่สยบต่อกษัตริย์องค์ใด
“สวรรค์...”
ผู้ช่วยชีวิตของเขาคือราชาคนเถื่อนงั้นหรือ? ใบหน้าของฮันซอกบงซีดเผือด ซัมดาซูชี้หน้าเขาพลางตะโกนก้อง “ฮันซอกบง เจ้ามันโสมม! เบื้องหน้าทำเป็นใสสะอาดไร้ราคี แต่เบื้องหลังกลับลักลอบคบค้ากับราชาคนเถื่อน! เจ้าต้องพินาศแน่!”
‘ราชาคนเถื่อน?’
เกริดขมวดคิ้วอย่างสงสัยกับปฏิกิริยาของฮันซอกบงและคำด่าของซัมดาซู
“ราชาคนเถื่อน? คนของทวีปตะวันออกเรียกคนจากทวีปตะวันตกว่าคนเถื่อนงั้นเหรอ?”
“?!!”
“!!!”
ฮันซอกบง ซูอา และซัมดาซูต่างตกตะลึงจนตัวโยน พวกเขาประหลาดใจที่เกริดขนานนามตนเองว่าเป็นคนจากทวีปตะวันตก
ซูอามองเขาด้วยสายตาที่สั่นไหวและถามอย่างระมัดระวัง “ท่านมาจากทวีปตะวันตกจริงๆ หรือ?”
“ใช่แล้ว”
คำตอบที่ดูเป็นธรรมชาติของเกริดทำให้ซัมดาซูระเบิดหัวเราะออกมา เขาแผดเสียงลั่น
“โกหกทั้งเพ! เจ้าแค่ปั้นน้ำเป็นตัวเพื่อกลบเกลื่อนความเป็นคนเถื่อนของตัวเอง! ข้ามทะเลแดงมาเนี่ยนะ? ใครจะไปเชื่อเรื่องไร้สาระแบบนั้น... อึก!”
ซัมดาซูที่กำลังเดือดดาลต้องหุบปากฉับพลันด้วยความหวาดเกรง เกริดจ้องมองเขาเหมือนมองเหยื่อที่ไร้ทางสู้ ชายคนนี้คือมหาบุรุษผู้สังหารเจียงซือม้าดำได้ หากขยับเขยื้อนเพียงนิด ศีรษะของเขาอาจหลุดจากบ่าได้ทุกเมื่อ
ฮันซอกบงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างแท้จริง
“ที่แท้... ท่านก็เป็นคนจากทวีปตะวันตก”
ทวีปตะวันตกและตะวันออกถูกตัดขาดจากกันอย่างสมบูรณ์โดยมี ‘ทะเลแดง’ กั้นขวาง ทว่าในบันทึกประวัติศาสตร์ มีบางคราที่ผู้คนจากทวีปตะวันตกพลัดหลงมายังทวีปตะวันออกเพราะเหตุเรืออับปางในทะเลแดง
“เกริดคงจะประสบเคราะห์กรรม...”
ซูอาส่งสายตาเวทนามาให้ ราวกับมองเกริดเป็นผู้พลัดถิ่นที่โดดเดี่ยว
เกริดยิ้มตอบ “เปล่าหรอก ผมมาที่นี่ด้วยความตั้งใจของตัวเอง และผมก็มีวิธีกลับไปยังทวีปตะวันตกด้วย”
“...!!”
ฮันซอกบงและซัมดาซูตะลึงงัน ตลอดหลายร้อยหลายพันปีที่ผ่านมา ทั้งสองทวีปไม่เคยมีการติดต่อสื่อสารกันเลย แต่เกริดกลับบอกว่าเขาสามารถเดินทางข้ามทวีปได้ตามใจชอบ นี่คือคำกล่าวที่ทำลายสามัญสำนึกของพวกเขาจนสิ้นซาก ซัมดาซูคิดในแง่ร้ายทันที
“เหลวไหล...! เรื่องแบบนั้นจะเป็นไปได้ยังไง?”
หากสิ่งที่เกริดพูดเป็นความจริง มันคือปัญหาใหญ่ระดับโลก สองทวีปดำรงอยู่โดยไม่ก้าวก่ายกันมาเนิ่นนาน หากมีการแลกเปลี่ยนเกิดขึ้น ย่อมนำมาซึ่งความวุ่นวายที่มิอาจคาดเดา!
‘เฮือก!’
ซัมดาซูได้สติ เขารู้ตัวว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้ เขาต้องลากตัวฮันซอกบงไปที่ลานประหาร
‘แต่จะทำยังไงล่ะ?’
เขาจะเอาชนะปีศาจที่ฆ่าเจียงซือม้าดำได้อย่างไร? ในขณะที่ซัมดาซูกำลังลนลาน เกริดเองก็เริ่มเกิดความสงสัยเช่นกัน
‘ทำไมเควสต์ยังไม่จบ?’
เควสต์ลับ [ช่วยเหลือสองพ่อลูกตระกูลฮัน] กำหนดให้เขาต้องช่วยฮันซอกบงและซูอา ตอนนี้เขาช่วยพวกเขาออกมาได้แล้ว แต่ระบบกลับยังไม่แจ้งเตือนว่าสำเร็จ นั่นหมายความว่าภารกิจนี้ยังมีเงื่อนไขอื่นอีก
‘อา... หรือว่าต้องพาพวกเขาออกจากคาร์สให้ได้อย่างปลอดภัย?’
เมื่อคิดได้ดังนั้น เกริดจึงเร่งรัดสองพ่อลูกทันที
“เรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ หากชักช้าจะอันตรายเกินไป”
เกริดคาดหวังว่าพวกเขาจะตามเขาไปโดยง่าย ทว่าเขาคิดผิด ฮันซอกบงปฏิเสธมือที่ยื่นมาของเกริด
“ข้าไปไม่ได้”
“หือ?”
เกริดชะงักด้วยความงุนงง ฮันซอกบงจึงเริ่มอธิบายเหตุผล
“ข้าคือผู้ต้องโทษประหารเพราะทำให้พวกยังบันแห่งอาณาจักรฮวานผิดหวัง พวกเขาต้องการตัวยอดช่างฝีมือ แต่ข้าไม่รู้ว่าท่านอยู่ที่ไหนจึงไม่อาจให้คำตอบที่พวกเขาต้องการได้”
“พวกยังบันตามหาผมงั้นเหรอ? เพื่ออะไร?”
“พวกเขาสนใจเพราะท่านสร้าง ‘ธนูหงส์แดง’ ที่ทรงอานุภาพยิ่งกว่าต้นฉบับ อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องแย่ ข้าเคยหวังว่าเกริดจะใช้โอกาสนี้เป็นมิตรกับยังบัน แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว บางทีพวกยังบันอาจจะไม่ชอบใจนักที่ท่านมาจากทวีปตะวันตก”
“...หืม”
เกริดเห็นด้วยว่ามีความเป็นไปได้ สำหรับยังบันผู้เป็นขั้วอำนาจสูงสุดในทวีปตะวันออก พวกเขาคงไม่ยินดีนักหากมีชาวตะวันตกที่เก่งกาจกว่าปรากฏตัวขึ้น เพราะนั่นอาจสั่นคลอนความมั่นคงในสถานะของพวกเขาเอง
‘ความประทับใจแรกของเรากับพวกนั้นที่ปังเกียก็ใช่ว่าจะดี’
เกริดมั่นใจในความคิดนั้นจึงยื่นมือไปหาฮันซอกบงอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นก็หนีไปกับผมเถอะ”
“ข้าไปไม่ได้จริงๆ”
“ทำไมล่ะ?”
“ถ้าข้าหนีไปกับท่าน... พวกยังบันจะหันไปลงทัณฑ์อาณาจักรโชแทน และข้าไม่อาจรู้ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอาณาจักรของข้า ข้าจะอยู่ที่นี่และรับโทษประหารตามกำหนดการเดิม ข้าขอเพียงอย่างเดียว... โปรดพาบุตรสาวของข้าหนีไปกับท่านด้วย”
“ไม่สิ ทำแบบนั้นมัน...”
ในขณะที่เกริดกำลังจะโต้แย้ง
*— หนีไปซะ*
เสียงกระซิบจากวิญญาณของบราแฮมดังขึ้นหลังจากเงียบหายไปนาน น้ำเสียงนั้นยังคงเย็นชาเช่นเดิมแต่กลับแฝงไปด้วยความกระวนกระวายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ทำไมจู่ๆ ถึงบอกให้หนีล่ะ?”
*— เจ้านั่นกำลังมา... คนที่เจ้าในตอนนี้ไม่มีปัญญาจะต่อกรด้วยได้เลย*
‘ว่าไงนะ?’
*— ชิ ไม่ทันแล้ว... จงใช้ [สภาวะกลืนกิน] (Assimilation) ซะ!*
‘อะไรนะ...?’
บราแฮมกำลังพูดเรื่องอะไรกันแน่? เกริดยังไม่ทันจะทำความเข้าใจสถานการณ์ ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว เสียงแปลกหูอย่างหนึ่งพลันแทรกเข้ามาในโสตประสาท
“หืม? เจ้าไม่ใช่หนึ่งใน 10 ดารางั้นรึ?”
“...!!”
เสียงนั้นดังมาจากเหนือศีรษะของพวกเขา เกริดเงยหน้าขึ้นและดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง อาภรณ์สีครามโบกสะบัดอยู่บนฟากฟ้า เจ้าของเสียงนั้นจ้องมองลงมาด้วยสายตาเหยียดหยาม ทั้งเครื่องแต่งกาย รูปลักษณ์ และบรรยากาศรอบกายช่างคล้ายคลึงกับพากม่าเหลือเกิน
“แก...!”
บุรุษที่เกริดเคยเห็นในปังเกียกำลังลอยเด่นอยู่กลางอากาศ... เขาคือ ‘ยังบัน’
‘ยังบัน...!’
สถานการณ์เลวร้ายจู่โจมกะทันหันจนดวงตาของเกริดสั่นระริกราวกับเกิดแผ่นดินไหว
“หืม ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นหน้าเจ้านักนะ?”
การัมผู้เป็นยังบันเองก็รู้สึกคุ้นเคยกับเกริดเช่นกัน
“อา... เจ้าคนที่ข้าเห็นในปังเกียนี่เอง ข้าอดไม่ได้ที่จะได้กลิ่นอายของเจ้าสอยอ่อนนั่นจากตัวเจ้า”
คนที่การัมหมายถึงก็คือ...
“กลิ่นอายของพากม่า หึๆ ข้าจำไม่ผิดจริงๆ ที่แท้ก็คือเจ้านี่เองที่เป็นคนสร้างธนูหงส์แดงขึ้นมาใหม่”
[ท่านมีความรู้สึกอยากหมอบกราบ]
[ท่านต้านทานได้สำเร็จ]
“เจ้าคือผู้สืบทอดของพากม่าอย่างนั้นรึ?”
*ตึกตัก!*
หัวใจของเกริดเต้นระรัวอย่างรุนแรงในการเผชิญหน้าครั้งสำคัญนี้!
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.