ตอนที่ 952
960 / 4197
อ่าน 7 นาที
Chapter 952.2 The Apprentice Surpasses the Master Part 1
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 11:02
บทที่ 952.2 ศิษย์เหนือครู ภาค 1
"ถึงเวลาของเราแล้ว ไบท์"
เซนากรอชเอ่ยขึ้น ในจังหวะเดียวกับที่มโนภาพแห่งเวทมนตร์โกลาหลระดับสองแผดพุ่งเข้าใส่ แหวะทรวงอกของแวมไพร์สาวจนเป็นรูโหว่ขนาดเท่าลูกเบสบอล พลังทำลายล้างนั้นบดขยี้หัวใจของเลเธจนแหลกลาญ ปลิดชีพนางลงในชั่วพริบตา
"ฉันจะคุ้มครองพวกมนุษย์เอง ส่วนเธอ... จัดการพวกอันเดดซะ" เซนากรอชดีดตัวถอยหลัง พลางคว้าตัวเรนทะยานขึ้นไปบนอัฒจันทร์
"ใครทำอะไรนะ?" ไบตร้าถึงกับชะงักด้วยความตกใจ เมื่อเห็นระลอกคลื่นแห่งซากศพเดินดินจากหลากหลายเผ่าพันธุ์ทะลักเข้าสู่ลานประลอง กลิ่นอายกระหายเลือดอันเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจนแม้แต่ ‘สัตว์ประหลาดบรรพกาล’ (Eldritch Abomination) อย่างพวกนางยังรู้สึกสั่นสะท้าน
"ฆ่าพวกมันให้หมด!" ยูเรีย สตรีชุดขาว ไม่มีแผนที่จะทำตามกติกาเกมของเซนากรอช นางบัญชาการกองทัพซากศพให้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มมนุษย์ทันที
อันเดดร่างกำยำตนหนึ่งกระโจนพรวดเดียวถึงหน้าแนวเขตของมนุษย์ พลางบิดเบี้ยวร่างกลายเป็น ‘เกรนเดล’ อสูรกายกระหายเลือด
อสุรกายเบื้องหน้าเซนากรอชมีความสูงกว่า 3 เมตร รูปลักษณ์ประหลาดล้ำด้วยเศียรกลมโต นัยน์ตาป่าเถื่อนเบิกกว้างราวกับจานรองแก้ว รูม่านตาสีแดงฉานขีดขวางตั้งตรงเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นและพยาบาท
ทั่วทั้งกายาของมันปกคลุมด้วยขนหนาสีน้ำตาลกรังคล้ายหนูท่อขนาดมหึมา ปากของเกรนเดลไร้ซึ่งริมฝีปากและกว้างจนกินพื้นที่ครึ่งล่างของใบหน้า ภายในเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมเรียงราย แต่ละซี่มีความยาวร่วมสิบเซนติเมตร
"เกรนเดลรึ? ช่างเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักและหาดูยากเสียจริงนะเนี่ย ดูไปดูมาก็เหมือนนกตัวเล็กๆ เลยแฮะ" เซนากรอชแสยะยิ้มก่อนจะขยายร่างกลายเป็น ‘มังกรเงา’ มหึมา "เล็กขนาดที่วางบนฝ่ามือฉันได้พอดีเลยล่ะ"
เกรนเดลตนนั้นแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อตระหนักได้ว่าเท้าของมันไม่ได้เหยียบลงบนพื้นดิน แต่กลับเป็นฝ่ามือเกล็ดมังกรขนาดมหาศาล นัยน์ตาสีแดงทั้งสี่ดวงของเซนากรอชจับจ้องมาที่มันด้วยความนึกสนุก และดวงตาแต่ละข้างของนางก็มีขนาดใหญ่โตเท่ากับร่างของเกรนเดลทั้งตัว
เศียรของมังกรเสียดสีจนเพดานถ้ำปริร้าว ขณะที่กรงเล็บฝังลึกลงในปฐพีจนแผ่นดินยุบตัวเป็นหลุมยักษ์ตามแรงกดทับของน้ำหนักตัว ปีกอันกว้างใหญ่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งลานประลอง กั้นขวางเหล่าอันเดดไม่ให้ย่างกรายเข้าถึงตัวมนุษย์ได้แม้แต่ก้าวเดียว
เซนากรอชปลิดชีพเกรนเดลเพียงแค่การกำมือเพียงครั้งเดียว ก่อนจะพ่นระลอกคลื่น ‘เพลต้นกำเนิด’ (Origin Flames) สีม่วงแผดเผาเหล่าผู้บุกรุกระลอกแรกจนมลายสิ้นกลายเป็นเพียงกลุ่มควัน
เหล่าอันเดดหยุดชะงักงัน พวกมันไม่อาจเชื่อในประสาทสัมผัสของตนเอง ร่างกายแข็งทื่อไม่อาจขยับเขยื้อนกล้ามเนื้อได้แม้แต่มัดเดียว ความเงียบสงัดเข้าครอบงำโถงกว้างชั่วอึดใจ ก่อนที่บนอัฒจันทร์จะระเบิดเสียงโห่ร้องยินดีอย่างบ้าคลั่ง ราวกับแฟนบอลที่กำลังฉลองชัยชนะให้แก่ทีมรัก
ไม่มีใครเชื่อว่ามังกรมีอยู่จริงจนกระทั่งวันนี้ ภาพสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ปรากฏแก่สายตาได้สลักลึกคำสอนที่เคยละเลยเข้าไปในก้นบึ้งของหัวใจและจิตวิญญาณ
"พวกเรายอมจำนน... จงบอกเงื่อนไขของเจ้ามา" ยูเรีย สตรีชุดขาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เซนากรอชแตกต่างจากลิธ นางมีดวงตาเพียงสองคู่ คู่แรกอยู่ในตำแหน่งปกติ ส่วนคู่ที่สองเรียงขนานกันไปตามแนวจมูกมังกร มอบทัศนวิสัยรอบด้านที่สมบูรณ์แบบให้นาง
"ฉันไม่มีเงื่อนไข พาลารอนเป็นของนายท่านแล้วในตอนนี้ ทางเลือกเดียวของพวกเจ้าคือ ยอมจำนนเพื่อรอความตาย หรือไม่ก็โค่นล้มหนึ่งในพวกเราเพื่อเอาชีวิตรอด" สุรเสียงดังกึกก้องกัมปนาทราวกับเสียงคำรามจากขุมนรก สั่นประสาททุกคนที่ได้ยิน
"เจ้ากำลังจะบอกว่า หากพวกเราโจมตีผู้หญิงอีกคน เจ้าจะไม่สอดใช่อย่างนั้นรึ?" ยูเรียถาม และได้รับเพียงการพยักหน้าเป็นคำตอบ
"หากพวกเราฆ่านางได้ เจ้าจะให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะปล่อยให้ผู้รอดชีวิตทั้งหมดออกจากเมืองนี้อย่างปลอดภัยใช่หรือไม่?" มังกรเงาพยักหน้าอีกครั้ง
"ฉันนึกว่าเราเป็นเพื่อนกันเสียอีกนะ โซ... ทำไมเธอต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย?" ไบตร้าเอ่ยทั้งน้ำตาที่คลอเบ้า ท่าทีอ่อนแอนั้นเป็นสิ่งที่เหล่าอันเดดชื่นชอบพอๆ กับการที่นางมัวแต่จ้องมองมังกรเงาโดยไม่ระวังตัว
พวกมันพุ่งเข้าใส่ไบตร้าด้วยความรุนแรงประดุจกระแสน้ำหลาก และความกร้าวแกร่งที่ขัดเกลามานับร้อยปีในสนามรบ เหล่าอันเดดต่างก็ชิงชังคนในสภาคนอื่นๆ มากพอที่จะจดจำความสามารถของคู่แข่งได้แม่นยำเท่ากับของตนเอง
นั่นทำให้พวกมันสามารถสอดประสานการโจมตีได้อย่างไร้รอยต่อ แม้จะแทบไม่เคยต่อสู้ร่วมกันมาก่อนก็ตาม
"เราเป็นเพื่อนกัน ไบท์... แต่ไม่ใช่เพื่อนประเภทที่เที่ยวร่อนเร่ไปทั่วโมการ์เพื่อร้อยพวงมาลัยและสร้างความทรงจำที่สวยงามหรอกนะ" โซเรธตอบกลับ "ฉันต้องการให้เธอตื่นขึ้นเสียที ถ้าเธอยังเป็นแบบนี้อยู่ เธอจะต้องตาย ไม่ด้วยน้ำมือศัตรู ก็ด้วยน้ำมือของพวกที่เรียกตัวเองว่าพันธมิตรนั่นแหละ"
ไบตร้าปลดปล่อยเวทมนตร์โกลาหลระดับสี่ ‘เสียงหอนแห่งความว่างเปล่า’ (Howling Void) ออกจากมือทั้งสองข้าง พลังนั้นแหวกทะเลศัตรูเบื้องหน้าจนดับสูญไปหลายสิบตน ทว่ากลับยังมีอีกนับร้อยที่ถมเข้ามา สิ่งที่นางทำได้เป็นเพียงการซื้อเวลาแค่เพียงวินาทีหรือสองวินาทีเท่านั้น
"ฉันไม่อยากฆ่าพวกเขานะ ฉันแทบไม่รู้จักพวกเขาเลย พวกเขาเป็น..." นางพยายามจะพูดก่อนจะถูกกลบหายไปในพายุแห่งคมเขี้ยว กรงเล็บ และเวทมนตร์ พลังเวทความมืดที่สถิตอยู่ในกายอันเดดทำให้พวกมันสามารถใช้เวทมนตร์แท้จริงผสานเข้ากับการโจมตีได้อย่างร้ายกาจ
เวทมนตร์ที่ระดมซัดเข้ามาอย่างไม่ขาดสายกัดกินร่างกายของไบตร้าทั้งภายนอกและภายใน ขณะที่เนื้อหนังของนางถูกฉีกกระชากด้วยพายุมีคมแห่งพยศรุมล้อม
"พวกเขาเป็นอะไร? ผู้บริสุทธิ์งั้นเหรอ? ทุกตนที่นี่ต่างก็มีเลือดเปื้อนมือไม่ต่างจากเธอหรอก พวกมันก็แค่หมูโสโครกที่อ้วนพีจากการกัดกินเนื้อหนังเพื่อนบ้านของตัวเอง พวกมันไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับความหิวโหยหรือความอ้างว้างของพวกเรา... แล้วเธอจะมัวออมมือไปเพื่ออะไรกัน!"
เซนากรอชเดือดดาลจนสั่นเทิ้ม เพื่อนรักของนางกำลังถูกรุมสังหารต่อหน้าต่อตา แต่นางยังต้องยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น น้ำตาสีเลือดไหลรินผ่านโหนกแก้มเกล็ดมังกร ขณะที่เท้ากระทืบลงบนพื้นดินเพื่อระบายความโกรธแค้น
เสียงรัวกลองสีเลือดแห่งความบ้าคลั่งดังก้องจนแทบจะทำให้ศีรษะของไบตร้าระเบิดออก อาการปวดหัวอย่างรุนแรงนั้นบดบังแม้กระทั่งความเจ็บปวดจากบาดแผลทั่วร่าง ทว่าเสียงของโซเรธ เสียงตะโกนเร่งเร้าที่แฝงไปด้วยความสิ้นหวังนั้นคือสิ่งที่นางไม่อาจทนทานได้อีกต่อไป
ไบตร้าหยุดการฝืนรั้งความบ้าคลั่ง และปล่อยให้หัวใจเต้นไปตามจังหวะกลองศึกสีเลือดนั้น
นางกลายร่างเป็น ‘ไรจู’ และเริ่มโต้กลับ ไรจูคือวิวัฒนาการของสัตว์เวทประเภทอาชา (Cyr) ที่มีพลังพื้นฐานจากธาตุแสงและธาตุลม รูปลักษณ์ของมันประดุจมังกรจีนที่หลอมรวมเข้ากับอาชาศึก
สิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นมีเกล็ดสีเงินยวบปกคลุมร่างอาชา บนศีรษะมีเขากิ่งขนาดใหญ่ มีหนวดยาว แผงคอสีเงินหนานุ่ม และหางมังกรยาวที่ปกคลุมด้วยเกล็ด
ทว่าไบตร้าคือลูกครึ่งระหว่างสัตว์อสูรจักรพรรดิและสัตว์ประหลาดบรรพกาล กายาของนางจึงเป็นสีดำทมิฬ แผงคอสีแดงฉานดั่งโลหิต และนัยน์ตาสีเหลืองทอง การเปลี่ยนร่างมาพร้อมกับการระเบิดของสายฟ้าและพลังงานโกลาหลที่ซัดเหล่าอันเดดรอบกายจนกระเด็นหายไป เปิดทางให้นางหลุดจากการปิดล้อม
กีบเท้าของไบตร้าพ่นประกายสายฟ้าออกมาทุกครั้งที่กระทบพื้น สร้างประจุไฟฟ้าขั้วตรงข้ามที่ทำให้ความเร็วในการหวดทะยานของนางรวดเร็วประดุจรถไฟแม่เหล็ก นางอัดฉีดเวทมนตร์โกลาหลเข้าไปในเขาทั้งคู่จนพวกมันกลายเป็นสีดำสนิท
เวทมนตร์ความมืดคือหายนะของเหล่าอันเดด และเวทมนตร์โกลาหลก็คือพลังความมืดที่รุนแรงกว่าหลายเท่าตัว อันเดดทุกตนที่ขวางทางเดินทัพของนางสูญสลายกลายเป็นเพียงกลุ่มควัน ราวกับว่าพวกมันเป็นเพียงหุ่นปั้นจากหมอกควันมากกว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง
เสียงรัวกลองสีเลือดแห่งความบ้าคลั่งยิ่งกระชั้นถี่ขึ้นทุกครั้งที่นางพรากชีวิตศัตรู และในไม่ช้า บทเพลงแห่งสงครามนั้นก็แปรเปลี่ยนจากเสียงกลายเป็นภาพนิมิตอันแจ่มชัด...
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.