ตอนที่ 3923
3923 / 5804
อ่าน 12 นาที
Chapter 3923
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 11:44
## บทที่ 3923 - เป็นนาง!
**ผู้แปล**: ศิลควินทร์ และ จ้อน
**ผู้ตรวจสอบ**: ปิ้วปิ้วเลเซอร์กัน
**บรรณาธิการและผู้พิสูจน์อักษร**: ลีโอแห่งภูผาสิงขร และ เดล ไลเกอร์คีย์ส
---
ทันทีที่กลุ่มคนจากมณฑลนิรันดร์จากไป หยวนเสี่ยวหม่านพลันวูบกายมายังหยางไค่ และทรุดกายนั่งลงทางด้านซ้ายของเขา ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้
หยางไค่เอ่ยเรียกไป๋ชีแล้วชี้ไปยังอาหารที่พร่องไปเบื้องหน้า "เก็บจานพวกนี้ไป แล้วเตรียมชุดใหม่มา!"
ไป๋ชีถลึงตาใส่ ในเมื่อพวกเขาเพิ่งจะสนทนาจิบสุรากันในห้องของเขาแท้ๆ เขานึกว่าพวกเขาเป็นสหายกันแล้วเสียอีก แต่หยางไค่กลับสั่งเขาประหนึ่งเป็นแค่พนักงานธรรมดา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ ถึงกระนั้น เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดเนื่องจากนี่คืองานของเขาโดยแท้ หลังจากเก็บจานออกไป เขาก็ตรงไปยังห้องครัวและสั่งให้พ่อครัวเตรียมอาหารชุดใหม่
ขณะเดียวกัน บุรุษอีกสามคนก็ลุกจากที่นั่ง หนึ่งในนั้นคือชายชราร่างกำยำผู้มีใบหน้าแดงระเรื่อเปล่งปลั่ง อีกคนคือชายหนุ่มท่าทางเย็นชาในอาภรณ์รัดรูป และคนสุดท้ายดูคล้ายบัณฑิตพร้อมพัดอันวิจิตรในมือ
จากนั้น พวกเขาก็เคลื่อนกายมายังโต๊ะของหยางไค่และนั่งลงร่วมวงด้วยกัน
บัดนี้ ปรมาจารย์ขอบเขตโอเพ่นเฮฟเว่นระดับกลางทั้งสี่กำลังจ้องมองหยางไค่อย่างไม่วางตา พูดตามตรง แม้จะสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน แต่เขาก็มิได้หวาดหวั่น เถ้าแก่เนี้ยกำลังจับจ้องพวกเขาอยู่จากชั้นสอง ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้าก่อเรื่องที่นี่ เมื่อล่วงรู้ถึงสิ่งที่หยางไค่กำลังกระทำ นายหญิงหลันก็มีสีหน้ามืดครึ้ม ทว่าเพื่อปกป้องธุรกิจของนาง นางย่อมไม่อาจปล่อยให้ชื่อเสียงของโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งต้องมัวหมองได้
"เจ้าหนูน้อย เจ้านี่ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ" หยวนเสี่ยวหม่านเป็นคนแรกที่เอ่ยปาก นางดูสนใจในตัวหยางไค่ราวกับเพิ่งได้พบของเล่นชิ้นใหม่ "ไม่มีใครคาดคิดว่าเจ้าจะกลับมายังโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งได้อย่างปลอดภัย"
หยางไค่เอียงศีรษะมองนาง สายตากวาดผ่านหน้าอกอวบอิ่มของนางชั่วครู่ก่อนจะแย้มยิ้ม "แม่นางมีนามว่าอะไร?"
"หยวนเสี่ยวหม่าน!"
หลังจากนั้น นางก็ชี้ไปยังคนอื่นๆ และแนะนำพวกเขาให้หยางไค่รู้จัก บัดนี้เองที่เขาได้ล่วงรู้นามและภูมิหลังของเหล่าคนที่ไล่ล่าเขามาหลายวัน
"เจ้าหนูน้อย สนใจเข้าร่วมกับดินแดนบุปผาในคันฉ่องจันทราในวารีหรือไม่? เห็นได้ชัดว่าเจ้าเพิ่งมาถึงจักรวาลภายนอก การจะหยั่งรากฐานที่นี่ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ชีวิตจะง่ายขึ้นมากหากมีผู้หนุนหลัง"
หยางไค่เอ่ยถามด้วยความสงสัย "ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็นคนมาใหม่?"
คนของโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งสามารถสืบหาภูมิหลังของเขาได้เพราะนั่นเป็นงานของพวกเขา แต่ไม่น่าเป็นไปได้ที่หยวนเสี่ยวหม่านจะทำได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่คิดว่าตนเองเผลอเปิดเผยสิ่งใดออกไป
หยวนเสี่ยวหม่านยกมือขึ้นปิดปากและหัวเราะคิกคัก "เจ้าไม่แม้แต่จะรู้จักกฎการเคลื่อนย้ายจักรวาล แถมยังเดินดุ่มๆ เข้ามาติดกับที่โรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งอีก แบบนี้ยังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือว่าเจ้าไม่ใช่คนมาใหม่?"
สีหน้าของหยางไค่พลันมืดทะมึนลงเมื่อได้ยิน นี่นับเป็นความอัปยศครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตและเป็นรอยด่างพร้อยบนเส้นทางการบ่มเพาะของเขา ตอนที่อยู่ในดินแดนเจ็ดสุดยอด ไม่มีใครเคยบอกเขากี่ยวกับกฎการเคลื่อนย้ายจักรวาล เขาจึงไม่ตระหนักถึงการใช้งานและความลี้ลับของมัน เมื่อเขาเห็นนายหญิงหลันนอกโรงเตี๊ยมเมื่อก่อนหน้านี้ เขายังคิดว่านางเป็นน้องสาวฝาแฝดของเถ้าแก่เนี้ยเสียอีก
ทันใดนั้น ผู้เฒ่าหงร่างท้วมก็แค่นเสียงเย็นชา "เจ้าเด็กเมื่อวานซืน ข้ามีคำถามเดียวจะถามเจ้า และเจ้าควรตอบข้ามาตามตรง มิฉะนั้น... ผลที่ตามมาเจ้าจะต้องรับผิดชอบเอง"
หยางไค่ยิงสายตาเย็นชาใส่ "เก็บลมปากของท่านไปเถอะ ข้าไม่บอกอะไรท่านทั้งนั้น"
"เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!" ผู้เฒ่าหงแผดคำราม
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยางไค่ก็ทุบโต๊ะดังปังและผุดลุกขึ้นยืน จ้องเขม็งไปยังอีกฝ่าย "ข้าท้าให้เจ้าลงมือกับข้าเลยสิ!"
ผู้เฒ่าหงถึงกับยืนตะลึงงันด้วยดวงตาเบิกกว้าง เขาไม่เคยคาดคิดว่าหยางไค่จะตอบโต้เช่นนี้ ในชั่วขณะนั้น เขาถึงกับยืนนิ่งแข็งทื่อราวกับถูกสาป รู้สึกอับอายเล็กน้อย
บนชั้นสอง เถ้าแก่เนี้ยผู้กำลังขบเคี้ยวเมล็ดพันธุ์ประหลาดบางอย่าง กัดฟันกรอดขณะจ้องมองหยางไค่อย่างเคียดแค้น นางรู้ดีว่าเขากำลังใช้ตนเป็นยันต์คุ้มภัย
ไม่มีผู้ใดกล้าก่อความวุ่นวายในโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่ง เขาต้องตระหนักถึงข้อนี้เป็นอย่างดี จึงได้มีโทสะกล้าเผชิญหน้ากับผู้เฒ่าหงเช่นนี้ มิฉะนั้นแล้ว ในฐานะผู้เยาว์ขอบเขตจักรพรรดิ เขาคงไม่มีความกล้าพอที่จะทำเรื่องเช่นนี้
ทางด้านข้าง หยวนเสี่ยวหม่านอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ขณะที่จางฉีและจี้เทียนสิงก็ตกตะลึงเช่นกัน ภายในโถงอาหาร เหล่าปรมาจารย์ขอบเขตโอเพ่นเฮฟเว่นระดับล่างต่างพากันมองหยางไค่ด้วยสายตาชื่นชม
"ถ้าไม่กล้าลงมือก็หุบปากไปซะ" หยางไค่นั่งลงอีกครั้งและตะโกนไปยังห้องครัว "อาหารข้าพร้อมรึยัง? ทำไมมันนานขนาดนี้?"
เสียงของไป๋ชีดังตอบกลับมา "อาหารใกล้จะพร้อมแล้ว หยุดเร่งพวกเราได้แล้ว!"
ผู้เฒ่าหงโกรธจัดจนใบหน้าแดงก่ำราวกับมีไอน้ำพวยพุ่งออกจากศีรษะ หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาก็เอ่ยเสียงเหี้ยม "เจ้าเด็กเมื่อวานซืน... เจ้ามันใจกล้า ข้ายอมรับ! ผู้เฒ่าผู้นี้ขอแนะนำให้เจ้าอยู่ในโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งไปตลอดชีวิต มิฉะนั้นข้าจะฉีกร่างเจ้าออกเป็นหมื่นๆ ชิ้น!"
เขาเดือดดาลอย่างแท้จริงเมื่อหยางไค่ทำให้เขาต้องอับอายต่อหน้าผู้คนมากมายในโถงแห่งนี้ เขาไม่เคยถูกหยามเกียรติเช่นนี้มาก่อน
หยางไค่ยังคงไม่สะทกสะท้าน ในเมื่อเขาเคยล่วงเกินชายชราผู้นี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เขาก็ไม่กังวลที่จะทำให้ขุ่นเคืองใจอีกสักครั้ง
จางฉีขมวดคิ้ว เขาพอจะมองนิสัยของหยางไค่ออกแล้ว ดังนั้น เขาจึงเรียกแหวนมิติวงหนึ่งออกมาแล้วเลื่อนไปเบื้องหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยว่า "เจ้าหนูน้อย ราชันย์ผู้นี้ก็มีคำถามจะถามเจ้าเช่นกัน"
หยางไค่มองเขาด้วยแววตาประหลาดใจ แม้จะไม่แน่ใจว่ามีอะไรอยู่ภายในแหวนมิติ แต่เขาก็คาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นโอสถโอเพ่นเฮฟเว่น... นี่เขาผันตัวมาขายข้อมูลได้แล้วหรือ?
หยางไค่รับแหวนมาด้วยความยินดีและใช้จิตสำรวจ เมื่อพบว่าภายในมีโอสถโอเพ่นเฮฟเว่นถึง 10,000 เม็ด เขาก็ยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริแล้วพยักหน้า "ได้เลย ได้เลย"
ในชั่วขณะนั้น เขาคิดว่าปรมาจารย์ขอบเขตโอเพ่นเฮฟเว่นระดับขั้นที่สี่ช่างใจกว้างนัก จางฉีมอบโอสถให้เขาโดยตรงถึง 10,000 เม็ด แม้ว่าโอสถเหล่านี้จะมีค่าเท่ากับค่าที่พักในโรงเตี๊ยมโจรแห่งนี้เพียงสิบวัน แต่มันก็ยังนับเป็นจำนวนเงินมหาศาล
จางฉีแย้มยิ้ม และขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปาก หยางไค่ก็ยกมือห้ามเขาไว้ แล้วหันไปมองหยวนเสี่ยวหม่านและจี้เทียนสิง "พวกท่านมีคำถามอะไรด้วยหรือไม่? นี่เป็นโอกาสเดียวของพวกท่านแล้ว อีกอย่าง ข้าจะตอบคำถามของผู้ที่เสนอราคาสูงที่สุดเท่านั้น และข้าจะตอบแค่คำถามเดียว ดังนั้น พวกท่านควรตัดสินใจให้ดีว่าสิ่งใดที่อยากรู้มากที่สุด"
ในชั่วพริบตา มุมปากของจางฉีก็กระตุกขึ้นมา
จี้เทียนสิงและหยวนเสี่ยวหม่านเองก็ถึงกับพูดไม่ออก ในฐานะปรมาจารย์ขอบเขตโอเพ่นเฮฟเว่นระดับขั้นที่สี่ แม้พวกเขาจะไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดในมหาดาราเขตใกล้เคียง ทว่าในวันนี้ พวกเขากลับถูกเด็กน้อยขอบเขตจักรพรรดิคนหนึ่งจูงจมูก
ผู้เฒ่าหงแค่นเสียงเย็นชา "เจ้าหนู ดูเหมือนช่วงนี้โชคชะตาของเจ้าจะไม่ค่อยดีนัก และดูท่าว่าเจ้ากำลังจะตกอยู่ในอันตรายในไม่ช้า"
"หุบปาก! นี่ไม่ใช่เรื่องกงการอะไรของเจ้า!" หยางไค่ตวาดลั่น "อยู่ห่างๆ ข้าไว้!"
จากนั้นเขาก็หันไปมองจี้เทียนสิงและหยวนเสี่ยวหม่าน "แน่ใจนะว่าไม่มีคำถามอะไรจะถามข้า? ถ้าเช่นนั้น ข้าจะตอบคำถามของอาวุโสจางแล้ว"
จี้เทียนสิงและหยวนเสี่ยวหม่านสบตากันก่อนจะกัดฟันกรอด ทว่าพวกเขาก็มีคำถามที่ต้องถามจริงๆ ดังนั้น แม้จะไม่เต็มใจ พวกเขาก็ยังคงล้วงหยิบแหวนมิติออกมาอย่างเสียไม่ได้
หยวนเสี่ยวหม่านส่งยิ้มที่ไม่ใช่ยิ้มแล้วเอ่ยถาม "เจ้าหนูน้อย เจ้าไม่กังวลบ้างหรือว่าจะถูกเผือกร้อนที่กำลังจะรับไปลวกมือเอา?"
หยางไค่ฉวยแหวนจากมือนางมาทันทีแล้วแค่นเสียง "ข้าเคยเจอเผือกที่ร้อนกว่านี้มาแล้ว ไยข้าต้องมากลัวตอนนี้ด้วย?"
คำตอบนั้นทำให้หยวนเสี่ยวหม่านถึงกับจนคำพูด เมื่อลองคิดดู นางก็ตระหนักได้ว่าในเมื่อหยางไค่กล้าพอที่จะฉกชิงซากอีกาทองคำต่อหน้าปรมาจารย์ขอบเขตโอเพ่นเฮฟเว่นมากมาย แล้วเหตุใดเขาจะไม่กล้าที่จะรับแหวนมิติของพวกนาง? เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นพวกเห็นแก่เงินยิ่งกว่าชีวิต
หลังจากสำรวจแหวน หยางไค่ก็รู้สึกปีติยินดีเป็นล้นพ้น จากนั้นเขาก็มองไปยังจี้เทียนสิง "อาวุโสจี้เสนอราคาสูงที่สุด ดีมาก คำถามของท่านคืออะไร? ข้าจะบอกทุกสิ่งที่ข้ารู้"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จางฉีและหยวนเสี่ยวหม่านก็หันไปจ้องมองจี้เทียนสิง
จี้เทียนสิงผู้ไม่สะทกสะท้านใช้จิตสื่อสารกับหยางไค่อย่างลับๆ "ตอนนี้ซากอีกาทองคำอยู่ที่ใด?"
หยางไค่ถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยิน แม้จะรู้ว่าคำถามของพวกเขาต้องเกี่ยวข้องกับอีกาทองคำ แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าจะเป็นคำถามประเภทนี้ เขาเกือบจะโพล่งออกไปแล้วว่าซากนั่นอยู่ในมือของเขา แต่จำเป็นต้องถามเพื่อให้รู้เรื่องนั้นด้วยหรือ? ทว่าในไม่ช้า เขาก็พลันตระหนักถึงบางสิ่งและตกตะลึง
ความจริงที่ว่าซากอีกาอยู่ในมือของเขามีเพียงเถ้าแก่เนี้ยและตัวเขาเท่านั้นที่รู้ ส่วนคนอื่นๆ ทำได้เพียงคาดเดา ในเวลานั้น ไม่มีใครอยู่ด้านนอกโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่ง พวกเขารู้เพียงว่าเขาหนีมาที่โรงเตี๊ยมและถูกเถ้าแก่เนี้ยสกัดไว้ก่อนจะได้รับบาดเจ็บ
ทว่า หากมองจากมุมของคนนอก เขาก็คงคาดเดาว่าซากนั้นอาจถูกนายหญิงหลันชิงไปแล้ว เพราะเมื่อพิจารณาจากความแข็งแกร่งของเขา มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะหลบหนีหรือชิงไหวชิงพริบปรมาจารย์ขอบเขตโอเพ่นเฮฟเว่นระดับขั้นที่หกได้ มันควรจะเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับนายหญิงหลันที่จะฉกชิงบางสิ่งไปจากเขา
เมื่อตระหนักถึงข้อนี้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดจี้เทียนสิงจึงถามคำถามนี้ ปรากฏว่าจางฉีและหยวนเสี่ยวหม่านก็มีคำถามเดียวกัน ทั้งหมดเป็นเพราะพวกเขายังไม่แน่ใจว่าซากอีกาทองคำอยู่ที่ใดกันแน่
ความคิดมากมายผุดขึ้นในใจของหยางไค่ขณะที่เขาไตร่ตรองถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเลือก และเพียงชั่วครู่ต่อมา เขาก็ทุบโต๊ะอย่างเกรี้ยวกราดและกระโจนลุกขึ้นยืน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวและไม่ยินยอม เขาชี้ไปยังเถ้าแก่เนี้ยบนชั้นสองแล้วกรีดร้อง "เป็นนาง! นางนั่นแหละ! นางฉกชิงสมบัติที่ข้าทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อให้ได้มา! คนของโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งข่มเหงข้าเพราะข้าอ่อนแอกว่า! นี่มันโรงเตี๊ยมโจรชัดๆ! ข้าขอบอกเลยว่านี่คือโรงเตี๊ยมโจร!!"
เสียงคำรามของเขาก้องกังวานไปทั่วโถง ทุกคนได้ยินข้อกล่าวหาที่เปี่ยมไปด้วยเลือดและน้ำตาของเขาอย่างชัดเจน และเมื่อมองตามทิศที่เขาชี้ พวกเขาก็หันไปจับจ้องที่เถ้าแก่เนี้ย
นายหญิงหลันถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง เมล็ดพันธุ์ในปากของนางร่วงหล่นลงมาบนริมฝีปากสีแดงสด ชั่วครู่ต่อมา นางก็กัดฟันกรอดและแผดเสียงลั่น "เจ้าเด็กสารเลว คงจะเบื่อชีวิตแล้วสินะ!"
แม้จะไม่ได้ยินคำถามของจี้เทียนสิง แต่นางก็เดาได้โดยไม่ต้องฟัง เขาย่อมต้องพยายามสืบหาที่อยู่ของซากอีกานั่น
ข้อกล่าวหาของหยางไค่ในตอนนี้ได้ลากนางลงมาพัวพันกับปัญหานี้ด้วย และมันก็ไร้ประโยชน์ที่นางจะปฏิเสธ เมื่อพิจารณาจากสายตาของผู้คนในโถง นางก็รู้ว่าพวกเขาคาดเดาเช่นนี้อยู่แล้ว และมันก็ถูก 'พิสูจน์' โดยหยางไค่ในขณะนี้
ดังนั้น จึงไม่มีทางที่นางจะล้างมลทินให้ตนเองได้ มันคงไม่เป็นไรถ้านางได้ยึดซากนั้นไปจริงๆ แต่ปัญหาคือแม้ว่านางจะลงมือแล้ว แต่หยางไค่กลับใช้เล่ห์เหลี่ยมและลอบเร้นเข้าไปในโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งได้สำเร็จ
แทนที่จะได้ประโยชน์ใดๆ นางกลับหาเหาใส่หัวตัวเอง นางโกรธจนแทบมีเปลวไฟพุ่งออกจากดวงตา ไม่เคยพบเห็นบุรุษใดที่ชั่วช้าและไร้ยางอายเท่าหยางไค่มาก่อน หากทำได้ นางคงทำให้เขารู้สึกเสียใจที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้ในทันที ถึงกระนั้น นางคือเถ้าแก่เนี้ยของโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่ง และนางมีหน้าที่ต้องปกป้องชื่อเสียงของโรงเตี๊ยม
"เถ้าแก่เนี้ย เหตุใดท่านจึงแสดงจิตสังหารอันหนาทึบเช่นนี้? ท่านคิดจะฆ่าข้าปิดปากรึ!?" หยางไค่แผดเสียง
"หุบปาก!" นายหญิงหลันเดือดดาลจนขว้างของว่างในมือใส่อีกฝ่าย
"ท่านอาจจะปิดปากข้าได้ แต่ท่านปิดปากทุกคนที่นี่ไม่ได้! ความยุติธรรมอยู่ในใจของผู้คน และสวรรค์มีตาเฝ้ามองทุกการกระทำของเราอยู่! เถ้าแก่เนี้ย ท่านควรระวังตัวไว้ให้ดี!"
ทรวงอกของนายหญิงหลันกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงขณะที่นางรู้สึกว่าเลือดในกายเดือดพล่าน นางกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และหลับตาลง
นางมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะลงไปฉีกปากเจ้าเด็กสารเลวนี่ให้สิ้นซาก
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.