ตอนที่ 1166
1175 / 4197
อ่าน 7 นาที
Chapter 1166 Chaos Force Part 2
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 15:14
บทที่ 1166 ขุมพลังโกลาหล (ตอนที่ 2)
แม้แต่แกนพลังของโทรลล์ก็ยังมิอาจตอบสนองต่อความหิวโหยอันไร้ก้นบึ้งของอะโบมิเนชันที่กำลังคุ้มคลั่งได้ เพราะความกระหายอันเป็นเอกลักษณ์ของอสุรกายวิปริตเหล่านี้มิได้ถือกำเนิดขึ้นเพียงจากแกนพลังสีดำของพวกมันเท่านั้น
พลังชีวิตของพวกมันเปรียบเสมือนหลุมลึกที่ไม่มีวันเติมเต็ม ซึ่งจะถูกสะกดไว้ได้ก็ด้วยความสมดุลจากการมีแกนพลังหลายแกนในร่างไฮบริดขององค์ศาสดา หรือในกรณีของลิท คือการปรับแต่งอันละเอียดอ่อนระหว่างพลังชีวิตที่แตกต่างกันของเขา
ย้อนกลับไปในวัยเยาว์ ก่อนที่เขาจะบรรลุถึงแกนพลังสีน้ำเงิน ธรรมชาติความเป็นไฮบริดในตัวเขายังอ่อนแอเกินกว่าจะสำแดงฤทธิ์ ร่างกายที่กำลังเติบโตในตอนนั้นแทบจะแบกรับกระแสมานาจากแกนพลังของตนเองไม่ไหว ส่วนเสี้ยวแห่งอะโบมิเนชันจึงได้แต่หลับใหลอยู่ภายใน
มันทำได้เพียงเปลี่ยนกลิ่นกายและช่วยสมานบาดแผลให้เขาเป็นครั้งคราว มิอาจสำแดงเดชได้มากกว่านั้นโดยไม่ทำให้เปลือกนอกที่เป็นมนุษย์ต้องพังทลายลง มีเพียงยามที่ลิทในวัยหนุ่มใช้เวทมนตร์แห่งความมืดเท่านั้นที่พลังโกลาหลจะเล็ดลอดออกมาเพื่อสูบฉีดเรี่ยวแรงจากศัตรู
ทว่าหลังจากที่ลิทบรรลุถึงแกนพลังสีน้ำเงิน พลังชีวิตไฮบริดระหว่างอสูรและอะโบมิเนชันก็แข็งแกร่งทัดเทียมกับมนุษย์
เนื่องจากพลังชีวิตมนุษย์ช่วยกดทับอะโบมิเนชันไว้จากภายนอก และพญาสัตว์อสูรกดทับไว้จากภายใน ความหิวโหยของมันจึงถูกควบคุมไว้ได้เสมอมา
ตัวตนอะโบมิเนชันทำได้เพียงสำแดงพลังผ่านเกล็ดของลิท ย้อมพวกมันให้กลายเป็นสีดำสนิท และมอบพลังป้องกันการสูบพลังจากพวกอันเดดหรืออะโบมิเนชันตัวอื่นที่ใช้ความสามารถโดยกำเนิดของพวกมัน
จนกระทั่งบัดนี้ เมื่อแกนพลังสีน้ำเงินเจิดจรัสได้หลอมรวมสามพลังชีวิตที่แตกต่างเข้าด้วยกัน พลังงานโกลาหลจึงได้ระเบิดออกมาเพื่อตอบโต้ต่อภัยคุกคามโดยตรง บาดแผลฉกรรจ์นับไม่ถ้วนและการใช้เพลิงต้นกำเนิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้บั่นทอนพลังชีวิตอีกสองส่วนจนอ่อนแรงลง ส่งผลให้ความสมดุลพังทลาย
พลังงานที่ลิทสูบกินจากเหยื่อช่วยเสริมอำนาจให้ทั้งภาคย์มนุษย์และไฮบริด ทว่ามีเพียงส่วนที่เป็นอะโบมิเนชันเท่านั้นที่สามารถเขมือบกินได้อย่างไร้ขีดจำกัด ภาคย์พญาสัตว์อสูรนั้นถูกจำกัดด้วยมวลร่างกายของลิท ในขณะที่ภาคย์มนุษย์ก็ถูกจำกัดด้วยรอยร้าวที่รุมเร้าตัวตน
หากพลังงานน้อยเกินไปพวกมันจะเลือนหาย แต่หากมากเกินไป พลังชีวิตเหล่านั้นจะพองขยายจนเกินรับไหว มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น ก่อนที่ตัวตนอะโบมิเนชันจะกลืนกินอีกสองส่วนที่เหลือจนหมดสิ้น
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของลิทนั้นรุนแรงเกินกว่าจะมาใส่ใจในรายละเอียดเช่นนี้ แต่โซลัสไม่ใช่
เธอมองเห็นอย่างชัดเจนว่าในขณะที่ลิทกำลังฉีกกระชากฝูงสัตว์อสูรระลอกแล้วระลอกเล่า ร่างกายของเขาก็เริ่มสูญเสียความเป็นเวิร์มลิง และดูคล้ายคลึงกับเหล่า 'ปีศาจแห่งความมืด' ของเขาเข้าไปทุกที
'ด้วยนามแห่งผู้สร้าง... เจ้าพวกนั้นไม่ใช่ทหารเงา แต่มันคืออะโบมิเนชันในร่างอันเดด หรือว่าจริงๆ แล้วลิทจะเป็นพวกพัพเพเทียร์ (ผู้เชิดหุ่น) ด้วย? เพราะเขาก็เข้ามาสวมร่างของลิทตัวจริง เหมือนที่ศัตรูของเราสิงร่างออร์คอยู่นี่ไง'
โซลัสสลัดความกังวลทิ้งไปเมื่อปัญหาที่ใหญ่กว่าปรากฏขึ้น
'บัดซบ พลังชีวิตและร่างกายของลิทจะรับไม่ไหวแล้ว พลังโกลาหลที่คลุ้มคลั่งกำลังสร้างความเสียหายให้ตัวเขาพอๆ กับที่มันทำกับศัตรู แต่ถ้าฉันหยุดเขาตอนนี้ เขาก็ต้องตายอยู่ดี'
โซลัสต้องเลือกระหว่างการปล่อยให้เขาตายในฐานะมนุษย์ หรือยอมให้เขาแปรสภาพเป็นอะโบมิเนชันและสูญเสียทุกสิ่งที่เขาต่อสู้เพื่อปกป้องมาตลอดชีวิต
"ลิท ถ้าข้างในนั้นยังมีสติเหลืออยู่ละก็ ฟังฉันนะ! ยิงศรโรคระบาดออกมาให้มากที่สุดเดี๋ยวนี้!" เธอตะโกนก้อง
ลิททำตามคำสั่งทันที และโซลัสก็ปลดข่ายมนต์ผนึกความมืดของเธอออก
ศรโรคระบาดสูญสิ้นธาตุแสงในพริบตาเมื่อพลังชีวิตสีดำดูดกลืนแม้กระทั่งมนตราของตนเองจนเหือดแห้ง พลิกโฉมกลายเป็นห่าฝน 'ศรโกลาหล' เวสธาร์พยายามจะปัดป้องพวกมันบางส่วน แต่ปีกที่เหลือทั้งสามข้างของลิทนั้นกว้างใหญ่เกินไป และไม้เท้าคริสตัลก็คุ้มครองได้เพียงพื้นที่เล็กๆ เท่านั้น
ซ้ำร้าย ศรโกลาหลแต่ละดอกยังพุ่งทะยานรวดเร็วดุจสายฟ้าและมีอำนาจทำลายล้างมากกว่าหลายสิบเท่า พวกมันย่อยสลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าจนกลายเป็นความว่างเปล่า ทำลายไม้เท้าคริสตัลจนย่อยยับ และเจาะร่างพัพเพเทียร์จนเป็นรูพรุนขนาดใหญ่จนมองทะลุเห็นอีกฝั่ง
ทว่านั่นยังไม่เพียงพอจะสังหารมัน ด้วยอัญมณีนับไม่ถ้วนในมือและพลังงานมหาศาลที่มันสั่งสมไว้ เวสธาร์จะไม่มีวันตายตราบเท่าที่มีเศษเสี้ยวพลังโกลาหลหลงเหลืออยู่ในร่าง
มันสูบพลังจากคริสตัลจนแห้งขอดเพื่อสมานบาดแผล และสวนกลับด้วยมหาเวทธาตุโกลาหลระดับสาม 'ห่าฝนหายนะ' ลิทพยายามจะใช้เวทเคลื่อนย้ายพริบตา (Blink) แต่ธาตุโกลาหลได้เข้ามาแทนที่ความมืด และเขาไม่มีความรู้ว่าจะควบคุมมันอย่างไร
เวทมนตร์ล้มเหลว ลิทถูกตรึงอยู่กับที่ เขาเบี่ยงหลบกระสุนมนตราได้บางส่วน และใช้ศพศัตรูเป็นโล่กำบัง แต่ส่วนใหญ่เขากลับรับมันเข้าไปเต็มๆ ชุดเกราะสเกลวอล์คเกอร์เริ่มแตกร้าวหลายจุด เช่นเดียวกับดาบ 'วอร์' ที่พยายามอย่างยิ่งยวดในการเบี่ยงเบนการโจมตีออกจากจุดสำคัญของนายมัน
"เจ้าสู้ได้ดี... แต่มันยังดีไม่พอ ลาก่อน" เวสธาร์กล่าวพลางร่ายมหาเวทโกลาหลระดับห้า 'ดาราแตกดับ' (Shattered Star)
มันต้องสูญเสียกองทัพไปเกือบหมดในศึกนี้ แต่มันก็คุ้มค่า สัตว์อสูรใช้เวลาไม่นานก็เพาะพันธุ์ขึ้นมาใหม่ได้ แต่การสังหารไฮบริดตนนี้จะถือเป็นการสั่งสอน 'องค์ศาสดา' และยังได้รับยุทโธปกรณ์ล้ำค่ามาไว้ในครอบครอง
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
แต่มันมิเคยคาดคิดว่าจะมีนกตัวที่สามที่ใหญ่กว่ามาก ซึ่งสร้างขึ้นจาก 'อัสนีมีชีวิต' (Living Thunder) โฉบลงมาถล่มพื้นที่แห่งนั้น มันเผาผลาญทุกชีวิตในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรจนกลายเป็นศพไหม้เกรียม และขัดขวางมหาเวทดาราแตกดับลงได้สำเร็จ
ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวคือลิทที่ได้รับการละเว้นอย่างตั้งใจ และเวสธาร์ที่รอดชีวิตมาได้อีกครั้ง ร่างของมันถูกฉีกเป็นชิ้นๆ จากการโจมตี ทว่าเส้นใยสีดำกลับถักทอพวกมันเข้าด้วยกันด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ยิ่งตอกย้ำความหวาดกลัวในใจของโซลัส
"พระเจ้าช่วย สกาจ เจ้ายังไหวไหม!" วิหคร็อคโผบินเข้าช่วยในทันทีที่สัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังงานโลก
"ไม่ เขาไม่ไหวแล้ว" พัพเพเทียร์ไม่มีเวลาพอจะร่ายดาราแตกดับอีกครั้ง มันจึงเรียกห่าฝนหายนะออกมาแทน
โอลัวใช้พริบตาพาตัวเธอและลิทไปยังที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที ในขณะที่โบเดียผุดขึ้นจากใต้ดินและปลดปล่อยเวทระดับห้า 'ภูเขาไฟทลาย' (Collapsing Volcano) เปลวเพลิงและปฐพีหลอมรวมกัน เปลี่ยนพื้นดินใต้ร่างอสุรกายวิปริตให้กลายเป็นลาวาที่เดือดพล่าน
'ฉันต้องช่วยพวกเขา... ขอพลังชีวิตอีกนิดเดียว... แค่อีกนิดเดียวเท่านั้น' แม้จะมีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่าง แต่ลิทกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด สิ่งเดียวที่เขารู้สึกคือความหิวโหย
'ไม่ ลิท ไม่ต้องแล้ว! นายต้องไปที่ปลอดภัยและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเขา!' โซลัสร้องห้าม
'พูดอะไรของเธอ? ฉันยังไหว ฉันแค่หิว—'
'นายนกําลังจะตาย!' เธอตัดบทลิทและแสดงสภาพพลังชีวิตของเขาผ่านการเชื่อมต่อทางจิต 'ถ้าไม่รักตัวเอง ก็เห็นแก่ครอบครัว... และเห็นแก่ฉันด้วย!'
ในตอนนั้นเองที่ลิทเพิ่งสังเกตเห็นว่า ดาบวอร์และแหวนของโซลัสกำลังส่งเสียงฉ่า... แต่มันไม่ได้เกิดจากเวทของพัพเพเทียร์หรือกรดของนีดฮอกก์ สัมผัสของเขากลายเป็นพิษร้ายต่อพวกเธอไปเสียแล้ว เขากำลังสูบกินพลังชีวิตของโซลัสแทนที่จะหล่อเลี้ยงดั่งเช่นปกติ
ทว่าทั้งคมดาบที่สั่นสะท้านและตัวเธอ กลับไม่มีใครยอมจากมือของลิทไป พวกเขายอมทนทุกข์อย่างเงียบงันเพียงเพื่อได้ยืนหยัดสู้เคียงข้างเขา ลิทตกอยู่ในความตระหนกสุดขีด เขาไม่รู้เลยว่าจะกำจัดพลังชีวิตส่วนเกินที่เขมือบกินเข้าไปได้อย่างไร
ภาคย์มนุษย์และอสูรในตัวเขาไม่อาจไล่ตามความเร็วของอะโบมิเนชันได้ทัน และพวกมันกำลังค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดมิด...
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.