ตอนที่ 759
759 / 2060
อ่าน 11 นาที
Chapter 759
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 03:06
‘เกริดสร้างไอเทมระดับตำนานได้งั้นเหรอ? ในเวลาอันสั้นขนาดนี้น่ะนะ?’
แพนมีร์ (Panmir) เคยวิเคราะห์ไว้ว่าความน่าจะเป็นที่เกริดจะสร้างไอเทมระดับตำนานได้นั้นมีน้อยกว่า 0.01% หลักฐานประกอบนั้นมีเพียงพอ เกริดเป็นทายาทของแพ็กม่า (Pagma’s Descendant) มาอย่างน้อยสามถึงสี่ปีกระทั่งตอนนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เกริดมีคุณสมบัติในการผลิตไอเทมระดับตำนานมาตั้งแต่เมื่อสามถึงสี่ป่อนแล้ว ซึ่งถ้านับตามเวลาในซาทิสฟาย (Satisfy) มันก็นานถึง 10 ปีเลยทีเดียว ทว่ามีการคาดการณ์กันว่าเกริดสร้างไอเทมระดับตำนานขึ้นมาได้ไม่ถึง 10 ชิ้นด้วยซ้ำตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้
‘ดาบใหญ่สีน้ำเงิน, ดาบใหญ่สีดำ, ชุดเกราะเกล็ดดำ...’
เกริดใช้ไอเทมเดิมซ้ำๆ มาตลอดหลายปี แม้จะถูกขนานนามว่าเป็นราชาโอเวอร์เกียร์ ทว่าเขากลับต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนไอเทม ด้วยเหตุนี้ แพนมีร์จึงคิดว่าโอกาสที่เกริดจะสร้างไอเทมระดับตำนานนั้นต่ำมาก เขาเชื่อมั่นว่าเกริดมีโอกาสเกือบจะ 0% ที่จะสร้างไอเทมระดับตำนานขึ้นมาได้ในกิจกรรมนี้ แพนมีร์จึงคิดว่ามันคงไม่ได้ต่างจากตัวเขามากนัก
ทว่าความจริงเป็นอย่างไรกันแน่?
[(เมื่อได้เห็นเทคนิคของทวยเทพ) ระดับความชำนาญในทักษะงานฝีมือของช่างตีเหล็กในตำนาน เลเวล 8]
เทคนิคการตีเหล็กของเกริดได้วิวัฒนาการขึ้นและตอนนี้มันก็แสดงประสิทธิภาพได้ดีกว่าเมื่อก่อน ในขณะที่เกริดในอดีตมีโอกาส ‘น้อยมาก’ ที่จะผลิตไอเทมระดับตำนาน ทว่าเกริดในปัจจุบันมีโอกาส ‘ค่อนข้างน้อย’ ที่จะผลิตไอเทมระดับตำนานได้ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด เกริดยังมีพะเนินของช่างตีเหล็กในตำนานที่เขาเป็นคนออกแบบและผลิตขึ้นมาด้วยตนเอง มันคือพะเนินที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างไอเทมระดับตำนานขึ้นไปอีกถึง 1% ตามทฤษฎีแล้ว หนึ่งใน 100 ชิ้นที่เกริดสร้างขึ้นมักจะเป็นไอเทมระดับตำนาน
ถึงกระนั้น ทำไมเกริดถึงมีไอเทมระดับตำนานน้อยนัก? นั่นเป็นเพราะเขาโชคร้ายล้วนๆ ความโชคร้ายที่ติดตัวเกริดมาแต่เกิดได้บดบังค่าความน่าจะเป็นของระบบจนมิด ยุนนาฮี (Yoon Nahee) หัวหน้าทีมปฏิบัติการของเอสเอ กรุ๊ปยังคงจำมันได้ติดตา มันคืออีเมลหลายสิบฉบับที่เกริดส่งมายังทีมปฏิบัติการเมื่อไม่กี่ปีก่อน
[เจ้าหน้าที่ครับ ผมคือช่างตีเหล็กในตำนานนะ ผมสร้างไอเทมตามวิธีการผลิตอย่างถูกต้องชัดเจน แล้วทำไมผมถึงสร้างได้แต่ไอเทมระดับปกติล่ะ? มันเป็นบั๊กหรือเปล่าครับ??]
[เจ้าหน้าที่?? ผมส่งอีเมลไปให้เมื่อวันก่อนนะ ผมใช้เวลาหลายชั่วโมงในการสร้างไอเทมชิ้นหนึ่ง แต่ทำไมมันถึงออกมาแค่ระดับปกติไม่ก็ระดับหายากล่ะ?? กระทั่งไอเทมระดับหายากก็ยังแทบจะไม่โผล่ออกมาเลยด้วยซ้ำ]
[เฮ้ย ไอ้พวกคน XXX! ฉันสร้างไอเทมมาเป็นร้อยชิ้นแล้วนะ แต่ยังไม่เห็นระดับมหากาพย์เลยสักชิ้น! หือ? นี่มันเรื่องตลกหรือไง? ทำไมถึงเรียกฉันว่าเป็นตำนานทั้งที่ฉันสร้างไอเทมระดับตำนานไม่ได้ล่ะ ไอ้พวก XXX!! นี่มันบั๊กหรือว่าเป็นการควบคุมของพวกเจ้าหน้าที่กันแน่? เอ๊ะ?? เอ๊ะ?!]
[อา! ไอ้พวกบ้า! ไอ้พวกหลอกลวง! นี่ฉันต้องไปถึงสำนักงานใหญ่เลยไหม?? คำพูดดีๆ จะหยุดการโกงของพวกแกได้หรือเปล่า??]
“...”
นี่คือเนื้อหาในอีเมลของเกริด ในตอนนั้น หัวหน้าทีมยุนนาฮีและทีมบริหารไม่ได้ลงโทษเกริดแต่อย่างใด พวกเขาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับพฤติกรรมที่ไร้สติของเขา นั่นเป็นเพราะเขาน่าสงสารเกินไป ในตอนนั้น โอกาสที่เกริดจะสร้างไอเทมได้มันต่ำเกินไปในสายตาของทีมปฏิบัติการ ทีมปฏิบัติการถึงกับสงสัยว่ามีบั๊กหรือเปล่าและเข้าไปตรวจสอบดู แน่นอนว่าข้อสรุปก็คือมันไม่ใช่บั๊ก ปรากฏว่าดวงของเกริดมันแค่แย่เฉยๆ ทีมปฏิบัติการจึงรู้สึกเห็นใจเกริดมาก
‘ในตอนนั้น ฉันจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ’ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของยุนนาฮีในยามที่เธอยืนยันผลลัพธ์ของกิจกรรมการตีเหล็ก ‘ฉันไม่คิดเลยว่าคนคนนั้นจะเติบโตขึ้นได้มากขนาดนี้’
พละกำลังที่เกริดสะสมมาตลอดได้นำไปสู่การปะทุของโชคลาภในช่วงเวลาที่สำคัญ มันเป็นไปได้เพราะเกริดสู้มาจนถึงที่สุด แทนที่จะรู้สึกท้อแท้หรือละทิ้งความพยายามไป หัวหน้าทีมยุนนาฮีทำความเคารพเกริด
“ยินดีด้วยนะคะ ฉันตั้งตารอชมความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของคุณในอนาคตค่ะ”
***
‘...โชคก็ถือเป็นทักษะอย่างหนึ่ง ความพ่ายแพ้ของฉันมันเป็นเรื่องธรรมชาติสินะ’
คู่ต่อสู้คือช่างตีเหล็กในตำนาน ข้อเท็จจริงที่ว่าเดิมทีเกริดเป็นตำนานอยู่แล้วนั้นบ่งบอกว่าโชคของเขาจะต้องดีอย่างท่วมท้น แพนมีร์พยายามปลอบใจตัวเองหลังจากพ่ายแพ้มาสองปีซ้อน ทว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน เขารู้สึกหมดแรงเมื่อคิดว่าความพยายามของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมามันไร้ความหมาย
ลองมองไปที่กิจกรรมของช่างเย็บผ้าและกิจกรรมของนักทำอัญมณีดูสิ ช่างเย็บผ้าอันดับหนึ่งและนักทำอัญมณีอันดับหนึ่งต่างก็คว้าเหรียญทองมาครองได้ทั้งคู่ ในทางกลับกัน ช่างตีเหล็กอันดับหนึ่งกลับไม่เคยคว้าเหรียญทองมาได้เลยแม้แต่เหรียญเดียว
‘พยายามไปก็ไม่มีประโยชน์’
ทำไมสวรรค์ถึงได้ส่งให้แพนมีร์กับเกริดเกิดมาในยุคสมัยเดียวกันด้วยนะ? แพนมีร์กำลังคร่ำครวญและรู้สึกท้อแท้อยู่นั้นเอง ในยามที่ประสิทธิภาพของเฟลาเออร์ (Failure) ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน
“ว้าว! ดูประสิทธิภาพนั่นสิ บ้าไปแล้วจริงๆ”
“นี่คือไอเทมจากการสร้างงั้นเหรอ? ประสิทธิภาพมันดีกว่าไอเทมดรอปเยอะเลยไม่ใช่หรือไง?”
“ไม่นะ อะไรนะ? นี่มันกระทั่งเป็นไอเทมที่เกริดออกแบบเองงั้นเหรอ?”
“ชื่อของมันคือ เฟลาเออร์ (ความพ่ายแพ้)...”
“ถ้าไอ้นั่นคือความพ่ายแพ้ แล้วความสำเร็จมันจะเป็นขนาดไหนกันเนี่ย...?”
ไอเทมชิ้นแรกที่เกริดสร้างขึ้นอย่างเฟลาเออร์นั้นเป็นเพียงไอเทมระดับเทียร์สอง (Tier 2) เท่านั้นหากนับตามมาตรฐานปัจจุบันของเกริด เฟลาเออร์ยังขาดประสิทธิภาพไปบ้างหากนำไปเทียบกับธนูหงส์แดงหรือดาบแห่งความหยั่งรู้ ทว่าประชาชนกลับมองว่าเฟลาเออร์คือยอดศัสตราวุธ เฟลาเออร์เริ่มปรากฏขึ้นในคำค้นหาแบบเรียลไทม์ของพอร์ทัลไซต์ในประเทศต่างๆ เหล่าเน็ตไทเซ็นต่างก็ยุ่งอยู่กับการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของมัน
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น
“แพนมีร์”
เกริดเดินเข้าไปหาแพนมีร์ เกริดรู้สึกกังวล ดวงตาของแพนมีร์เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เหมือนกับข่าน (Khan) ที่กำลังจดจำถึงการสูญเสียลูกชายของตนเอง มันราวกับว่าเขาจะเลิกเล่นเกมไปซะตอนนี้เลย แพนมีร์ เกริดไม่อยากให้เหตุการณ์มันเป็นแบบนั้น ช่างตีเหล็กที่ยอดเยี่ยมคือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอาณาจักรโอเวอร์เกียร์!
“ดูนี่สิ”
[ผู้เล่นเกริดต้องการแบ่งปันข้อมูลไอเทมกับคุณ คุณต้องการจะยอมรับหรือไม่?]
“...?”
แพนมีร์ถึงกับตะลึง เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเกริดถึงได้ยื่นพะเนินมาให้เขาแบบนี้
“เหะ...!” แพนมีร์ยอมรับการแบ่งปันข้อมูลไอเทมด้วยความงุนงง มันราวกับว่าเขาได้เห็นผีในตอนที่ดวงตาของเขาเบิกกว้างออกมา
[พะเนินของช่างตีเหล็กในตำนาน]
ระดับ: ตำนาน
ความทนทาน: 550/550 พลังโจมตี: 130~150
โอกาสในการสร้างไอเทมระดับหายาก: +30%
โอกาสในการสร้างไอเทมระดับมหากาพย์: +20%
โอกาสในการสร้างไอเทมระดับเอกลักษณ์: +8%
โอกาสในการสร้างไอเทมระดับตำนาน: +1%
* ปริมาณค่าประสบการณ์ที่ได้รับสำหรับทักษะที่เกี่ยวข้องกับการผลิตจะเพิ่มขึ้น
เงื่อนไขการใช้งาน: ทายาทของแพ็กม่า
“ม-ไม่อยากจะเชื่อเลย!!!”
13 ปี นั่นคือระยะเวลาที่แพนมีร์ทำอาชีพช่างตีเหล็กมาในซาทิสฟาย แพนมีร์สร้างไอเทมมานับไม่ถ้วนตลอดหลายปีที่ผ่านมาและเคลียร์เควสต์มาทุกรูปแบบ ทำให้เขามีโอกาส 0.01% ในการสร้างไอเทมระดับตำนาน ทว่าพะเนินที่เกริดสร้างขึ้นมากลับช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างไอเทมระดับตำนานให้เขาถึง 1% ทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างไร้ค่าต่อหน้าพลังของไอเทมจริงๆ
แพนมีร์ได้รับความตกตะลึงอย่างมากจนตัวเซ เขาพยายามออกแรงที่ขาทั้งสองข้างที่กำลังอ่อนแรงลง
“ฉันยินดีจะสร้างพะเนินให้นายนะ”
เกริดเข้าไปพยุงเขาไว้ เกริดคว้าหมับเข้าที่เอวหนาของแพนมีร์เพื่อช่วยพยุงและยื่นข้อเสนอ
“เงื่อนไขก็คือ นายต้องย้ายมาอยู่ที่อาณาจักรโอเวอร์เกียร์ แพนมีร์ ฉันต้องการนาย โปรดมาร่วมกิลด์โอเวอร์เกียร์กับพวกเราเถอะ”
“...ท-ทว่า”
แพนมีร์รู้สึกโลภมากกับข้อเสนอของเกริด เขากลับมามีไฟอีกครั้ง ทว่าหลังจากที่ได้เรียนรู้วิธีการสร้างไอเทมที่มีตัวตน (Ego Items) ในอาณาจักรคนแคระแล้ว ตอนนี้แพนมีร์จึงเป็นถึงหัวหน้าช่างตีเหล็กของจักรวรรดิ เขาเอาชนะเหล่า NPC ที่โดดเด่นและได้รับการการันตีโดยตรงจากองค์จักรพรรดิ เขาจึงไม่ได้ขาดแคลนทั้งทรัพย์สินและอำนาจหลังจากได้รับความคุ้มครองจากจักรวรรดิที่ปกครองทวีปนี้อยู่ มันคุ้มค่าจริงๆ เสียเหรอที่จะสละสิ่งเหล่านี้เพื่อย้ายไปอยู่ที่อาณาจักรโอเวอร์เกียร์น่ะ?
เกริดทำให้แพนมีร์ที่กำลังลังเลอยู่ได้ตระหนักถึงความจริง
“มีอะไรสำคัญไปกว่าไอเทมอีกงั้นเหรอในโลกใบนี้น่ะ? จักรวรรดิไม่อาจมอบไอเทมให้คุณได้หรอกนะ”
“อา...!”
หมอกร้ายในใจของแพนมีร์มลายหายไป ชีวิตคือไอเทม! แพนมีร์ตระหนักถึงสัจธรรมและความลังเลใจของเขาก็อันตรธานไป
“เข้าใจแล้วครับ...! ผมจะส่งใบสมัครเข้าร่วมกิลด์โอเวอร์เกียร์เดี๋ยวนี้เลยครับ!”
“มันไม่ใช่กิลด์โอเวอร์เกียร์หรอก ทว่าเป็นแรงงานโอเวอร์เกี... ไม่สิ ส่งใบสมัครไปที่โอเวอร์เกียร์ทู (Overgeared Two) นะ นั่นคือกิลด์สำหรับคลาสสายที่ไม่เน้นการต่อสู้ทั้งหมด”
“ครับ...? ข-เข้าใจแล้วครับ”
ถ้าเขาฟังไม่ผิด เกริดเกือบจะพูดคำว่าแรงงานออกมางั้นเหรอ? แพนมีร์สงสัยในหูตัวเองและพยักหน้าตอบกลับ
จากนั้น...
“อะไรน่ะ...?”
เหล่าฝูงชนและผู้ชมจำนวนมหาศาลต่างพากันเห็นภาพชายวัยกลางคนกับชายหนุ่มที่กำลังกระซิบกระซาบกันพลางโอบกอดกันอยู่ หลายคนจึงพากันเข้าใจผิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเกริดกับแพนมีร์ ใบหน้าที่แดงก่ำของแพนมีร์กลับยิ่งทำให้ความเข้าใจผิดนั้นเพิ่มขึ้นไปอีก
‘มีอะไรบางอย่างที่น่าสงสัยนะนี่’
เกริดรู้สึกเสียวสันหลังวูบทว่าเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก อย่างไรก็ตาม วันนี้กองกำลังแรงงานของอาณาจักรโอเวอร์เกียร์... ไม่สิ มันเป็นวันที่เขาได้รับยอดอัจฉริยะมาร่วมทีมต่างหาก เกริดรู้สึกมีความสุขมาก ยิ่งการแข่งขันระดับโลกดำเนินไปเท่าไหร่ เกริดก็ยิ่งเติบโตขึ้นมากเท่านั้น
***
“น่าสมเพช”
ภายในห้องพักนักกีฬาของทีมสหรัฐฯ หลังจากจบการแข่งขัน สคัล (Skull) ก็เอ่ยวิพากษ์วิจารณ์แพนมีร์ ไม่ใช่เพราะแพนมีร์พ่ายแพ้ให้กับเกริดมาสองปีซ้อนหรอกนะ แพนมีร์ที่คว้าเหรียญเงินมาได้น่ะควรจะได้รับคำชื่นชมไม่ใช่การถูกตราหน้า ความโกรธของสคัลนั้นเกิดจากการที่แพนมีร์เลือกที่จะไปเข้าร่วมกับเกริดต่างหาก
“ฉันได้ยินมาจากช่างตีเหล็กคนอื่นๆ นายตัดสินใจจะเข้าร่วมกิลด์โอเวอร์เกียร์งั้นเหรอ?”
“ใช่แล้วล่ะ”
“หึ...! นายไม่มีศักดิ์ศรีบ้างเลยหรือไง? นายจะไปรับใช้เกริดจริงๆ งั้นเหรอ? นายไม่ได้พูดหรอกเหรอว่าจะคอยปฏิเสธเกริดที่ได้รับคลาสช่างตีเหล็กในตำนานมาเพราะโชคช่วยอยู่เสมอน่ะ?”
“อย่าได้ดูถูกความสำเร็จของเขาว่าเป็นเพียงเพราะดวงเลยนะ”
“นายบ้าไปแล้ว! นายเสียสติไปแล้วเพราะถูกไอเทมบังตาอยู่ยังไงล่ะ!”
ในความเป็นจริงแล้ว สคัลนั้นชื่นชมในตัวแพนมีร์มาก สคัลเคารพแพนมีร์ที่เป็นถึงระดับท็อปในสายงานของตนเองทั้งที่มีอายุมากแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกผิดหวังมากกว่าเดิม
“แพนมีร์! ฉันน่ะ...! ฉันอยากให้นายขัดขืนเกริดไปจนถึงที่สุดและเอาชนะเขาให้ได้ต่างหาก!”
“...ฉันขอโทษด้วยนะ”
แพนมีร์รู้ดีว่าสคัลชื่นชมเขา แพนมีร์จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
“ฉันไม่เหมือนนายหรอกนะ! ฉันจะปฏิเสธไอเทมและพึ่งพาแต่ทักษะของตัวเองเท่านั้น!” สคัลประกาศกร้าวพลางวิ่งออกจากห้องพักนักกีฬาไป
สองชั่วโมงต่อมา
“...ฉันขอเข้าร่วมกิลด์โอเวอร์เกียร์ด้วยได้ไหม?”
หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งวิบากมอนสเตอร์ สคัลก็ถูกธนูหงส์แดงของจีชูคา (Jishuka) กระหน่ำยิงจนน่วมเหมือนหมาและเดินมาหาเกริด สคัลได้ตระหนักถึงพลังที่แท้จริงของไอเทมเข้าให้แล้ว
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

