ตอนที่ 765
765 / 2060
อ่าน 13 นาที
Chapter 765
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 03:06
ทั่วโลกนั้นมีสำเนียงภาษามากมาย ว่ากันว่าในจีนมีสำเนียงมากกว่า 100 สำเนียงเนื่องจากพื้นที่ที่กว้างใหญ่และประชากรที่มหาศาล
“รวมศูนย์ภาษามาตรฐาน”
ทันทีที่เขาเชื่อมต่อเข้าสู่ซาทิสฟาย เกริด (Grid) ก็ปิดระบบแปลภาษาถิ่นลง นั่นคือเหตุผลที่เขาได้ยินสำเนียงเหยียนเปียน (Yanbian) ของจางเจิ้ง (Zhang Zheng) ถูกแปลออกมาเป็นภาษาเกาหลีแบบมาตรฐาน
“ฉันน่ะเกลียดเหยียนเปียนเป็นการส่วนตัวเลยล่ะ”
“อะไรนะ?”
ท่ามกลางกำแพงปราสาทที่พังทลายและผุพังไปตามแรงลม จางเจิ้งปรากฏตัวออกมาจากด้านหลังและประกาศก้อง “เกริด แกอย่าคิดว่าแกจะตายไปอย่างไม่เจ็บปวดเลยนะ”
มันส่งผลให้ผ่านไปสองปีกับอีกสามเดือนแล้วตั้งแต่จางเจิ้งเริ่มต้นในซาทิสฟาย เขาภาคภูมิใจอย่างมากในฐานะผู้ที่ใช้ความมั่งคั่งของข้อมูลและพรสวรรค์อันมหาศาลเพื่อไล่ตามผู้เล่นที่มีอยู่เดิมทัน จนกลายเป็นผู้เล่นระดับท็อปที่ก้าวข้ามเหล่ารุกกี้รุ่นที่สองไปแล้ว
เกริดงั้นเหรอ? คราวเซล (Kraugel) งั้นเหรอ? เขาไม่เชื่อเลยว่าคนที่อยู่บนจุดสูงสุดจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
“ความมั่นใจของฉันเพิ่มขึ้นหลังจากได้เข้าร่วมในการแข่งขันระดับโลกครั้งนี้นี่แหละ ผู้เล่นที่มีอยู่เดิมน่ะมันช่างอ่อนแอ พวกนั้นน่ะเน่าเปื่อยและทื่อไปหมดแล้ว มันไม่มีค่าอะไรหรอกที่จะเป็นราชาในกองขยะเนี่ย จริงไหมล่ะ?”
ถ้าจะให้อธิบายถึงซาทิสฟายในตอนนี้ มันก็เหมือนกับสิงโตที่หลงทางอยู่ในป่า ซึ่งเต็มไปด้วยหมาป่าและสุนัขจิ้งจอก จางเจิ้งเชื่อว่าเขาคือผู้มีพรสวรรค์ที่จะเข้ามาเติมเต็มตำแหน่งสิงโตที่ว่างเปล่าไปนั่นเอง
“ฉันจะเป็นเจ้าป่าแห่งนี้เอง”
เขาจะเป็นฝ่ายชนะ จางเจิ้งมั่นใจในเรื่องนั้น พรสวรรค์ที่ทำให้เขาสามารถกระโดดข้ามเหล่ารุกกี้รุ่นที่สองที่คนรุ่นเก่าพากันยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะนั่นแหละที่เป็นรากฐานของความมั่นใจ เขาแน่ใจว่าเขาเจ๋งกว่าเกริด
“แกอยากจะถูกฉันฟันงั้นเหรอ?”
จางเจิ้งแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายและอวดดีในยามที่เขาอวดอาวุธระดับตำนานทั้งแปดประเภทออกมาทีละชิ้น พวกมันคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดซึ่งมีผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน รูปลักษณ์ที่ไม่ธรรมดาของพวกมันบ่งบอกว่าพวกมันผ่านการตีบวกมาอย่างดี
“โอ้ววว...”
ฝูงชนต่างพากันส่งเสียงชื่นชมเนื่องจากเอฟเฟกต์อันตระการตาที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่จางเจิ้งสลับเปลี่ยนอาวุธ
“มันไม่สำคัญหรอกว่านายจะชักอาวุธออกมามากแค่ไหน ฉันจะไม่ยอมให้นายมีโอกาสได้กวัดแกว่งมันหรอก” เกริดเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย มันเพียงพอที่จะกระตุ้นโทสะของจางเจิ้งได้แล้ว
“ไอ้ราชาของพวกสุนัขป่ากระจอกๆ! สุนัขอย่างแกจะมาท้าทายสิงโตได้ยังไงกัน? วันนี้ฉันจะแสดงให้แกเห็นถึงความเป็นจริงเอง! ฉันจะทำให้แกตระหนักได้ว่าโลกที่แกเคยปกครองอยู่น่ะมันช่างไร้ค่าและไร้สาระขนาดไหน!”
ใบหน้าของจางเจิ้งแดงก่ำในขณะที่เขาแผดเสียงตะโกน เขาดูราวกับปีศาจในยามที่ยกขวานขึ้นสูง เกริดยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
‘ตัวกลายพันธุ์รุ่นหน้าใหม่สินะ...’
เกริดคือราชาของประเทศหนึ่ง เขามีข้อมูลที่ผู้เล่นทั่วไปไม่อาจครอบครองได้และรู้จักจางเจิ้งดี อัจฉริยะผู้ซึ่งเติบโตได้อย่างไร้ที่ติและอยู่เหนือเหล่ารุกกี้ทั้งสิบคนในรุ่นที่สาม ผู้ที่ถูกกล่าวขานว่าจะก้าวข้ามรุ่นที่สองไป
‘อุตส่าห์คาดหวังไว้ตั้งเยอะ’
ความจริงแล้ว จางเจิ้งก็เป็นแค่ก้อนความโอหังก้อนหนึ่งเท่านั้น เกริดรู้สึกถึงความรับผิดชอบในยามที่เห็นจางเจิ้งดูถูกคนรุ่นเก่า เขาได้รับภาระหน้าที่ที่จะต้องกำจัดอคติที่มีต่อคนรุ่นเก่าออกไปให้หมด มันคือพันธสัญญาที่เกริดรู้สึกต่อตนเองและพวกพ้องที่แสนล้ำค่าของเขา เกริดไม่ต้องการให้ผู้คนที่เคยถากถางเส้นทางนี้มาก่อนถูกมองว่าเป็นพวกไร้ค่า
*วึบ!*
มือสีทองสี่ข้างปรากฏขึ้นเบื้องหลังของเกริด พวกมันถือครอง ‘มยอลเนียร์’ (Mjolnir) อาวุธที่ทรงพลังที่สุดในด้านการสร้างสภาวะผิดปกติ ดวงตาของจางเจิ้งเป็นประกายเมื่อเห็น ‘ก็อดแฮนด์’ (God Hands) อันเลื่องชื่อปรากฏโฉมออกมา
“คุๆๆ! คูฮ่าๆๆๆ! อย่างนี้นี่เอง! ในที่สุดแกก็ยอมรับแล้วสินะว่าแกกำลังหวาดกลัวฉันอยู่!”
ในการแข่งขันพีวีพีระดับโลกครั้งที่ผ่านๆ มา มันหาได้ยากมากที่เกริดจะใช้ก็อดแฮนด์ นอกเสียจากยามที่ต้องเผชิญหน้ากับคราวเซล มันไม่มีกรณีไหนเลยที่เกริดจะชักก็อดแฮนด์ออกมาใช้งานอย่างกระตือรือร้นตั้งแต่เริ่มต้นแบบนี้ ในมุมมองของจางเจิ้ง นี่คือการยอมรับที่ชัดเจน มันพิสูจน์ให้เห็นว่าเกริดจัดให้เขาอยู่ในระดับเดียวกับคราวเซลนั่นเอง!
ฝูงชนเองก็นึกตื่นเต้นเช่นกัน
“เกริดถึงกับชักก็อดแฮนด์ออกมาแล้ว!”
“จางเจิ้งดูเหมือนจะแข็งแกร่งจริงๆ นะเนี่ย...”
“สมกับที่เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาลิสต์รุกกี้รุ่นที่สามเลย!”
จางเจิ้งคือคนที่โค่นบูบัต (Bubat) หนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเก่าลงได้ ในสถานการณ์ที่เกริดเปิดเผยพละกำลังออกมาตั้งแต่ต้นในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับรุกกี้สัตว์ประหลาดคนนี้ ผู้คนจึงอดไม่ได้ที่จะยกย่องจางเจิ้งมากขึ้ไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีน บรรยากาศนั้นราวกับมีงานเทศกาลเฉลิมฉลอง
“ในที่สุด วีรบุรุษก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศที่ยิ่งใหญ่ของพวกเราแล้ว!”
“เขาเป็นอัจฉริยะที่ต่างกับเห่า (Hao) ที่เอาแต่ก้มหัวให้เกริดทุกครั้งลิบลับเลย! ทั้งที่เป็นหน้าใหม่ ทว่าเกริดกลับต้องระแวงเขาขนาดนี้!”
“จางเจิ้งน่ะเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ในประเทศที่ยิ่งใหญ่ของเรายังมีผู้คนอีกมากมาย และคนรุ่นใหม่ก็กำลังวิวัฒนาการขึ้นในทุกวัน ลูกหลานของเหล่าวีรบุรุษในประวัติศาสตร์จะยังคงปรากฏตัวออกมาและครอบครองเวทีโลกต่อไป!”
ความภาคภูมิใจในชาติของคนจีนนั้นสูงที่สุดในโลก พวกเขาต่างพากันมัวเมาอยู่ในชื่อของลัทธิชาตินิยมและใฝ่ฝันถึงอนาคตที่รุ่งโรจน์ พวกเขาไม่สงสัยเลยว่าจีนจะกลายเป็นหนึ่งในมหาอำนาจชั้นนำในซาทิสฟาย ประชากรกว่า 1,500 ล้านคนต่างพากันตื่นเต้น
“ยอมรับว่าหวาดกลัวงั้นเหรอ? ฉันเนี่ยนะ? หวาดกลัวนายน่ะ?” จากนั้นเกริดก็มอบความสิ้นหวังให้กับพวกเขา “นายมันก็แค่แมลงวันสำหรับฉันนั่นแหละ ฉันไม่จำเป็นต้องลงมือจับนายด้วยตัวเองหรอก...”
“จงออกมา อิยารุกต์ (Iyarugt)”
*ครืนนนน!*
เกริดชักดาบอิยารุกต์ออกมาและมันก็ส่งเสียงคำราม เกริดไม่ได้ถือครองมันในขณะที่แสงสีแดงเลือดสาดกระจายไปทั่วทุกแห่งหน
*วาบ!*
อิยารุกต์หลุดออกมาจากมือของเกริดและพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า สีแดงโปร่งแสงของบลัดสโตนที่ผ่านการถลุงเริ่มเข้มข้นขึ้น ตัวอักษรสีทองโบราณที่ปรากฏอยู่นั้นมอบภาพลักษณ์ที่ลึกลับและงดงาม
‘อะไรน่ะ?’
จางเจิ้งรวมถึงฝูงชนต่างพากันพร่ามัวไปด้วยภาพลักษณ์อันน่าทึ่งนั้น
*โฮกกกกก-*
อิยารุกต์ไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไป แสงที่ถูกแผ่ออกมาเริ่มสงบลงและทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
“...”
มันคือความคงที่ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ มันเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ
*ป๊อป!*
ความคงที่นั้นถูกทำลายลงเมื่อมีลูกบอลสีแดงกระเด้งออกมาจากอิยารุกต์ที่ยังคงลอยคว้างอยู่ในอากาศ ยอดนักดาบแห่งนรก, ปีศาจดาบ, คู่ปรับเพียงคนเดียวของมหาปีศาจเซพาร์ (Zepar) ฯลฯ มันคือช่วงเวลาที่วิญญาณของอิยารุกต์ ผู้ซึ่งมีสารพัดฉายาติดตัว ได้ปรากฏโฉมต่อหน้าสาธารณชน
“นี่มันตัวอะไรกัน...?”
จางเจิ้งเริ่มรู้สึกวิตกขึ้นมาและถอยฉากออกมา สัญชาตญาณของเขาบอกว่าไม่ควรปล่อยให้ดาบสีแดงเล่มนั้นทำอะไรให้สำเร็จ ทว่ามันก็สายเกินไปแล้ว วิญญาณของอิยารุกต์ระเบิดออกราวกับแสงดาวในจักรวาลและก่อร่างสร้างตัวเป็นรูปร่างขึ้นมา
ชายชราที่ร่างค่อมลงเล็กน้อย เขามีเขาที่แหลมคมงอกออกมาจากหน้าผาก ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีแดงเพลิง และดวงตาของเขาก็ปูดออกมาเหมือนกับกล้ามเนื้อที่ผ่านการพัฒนามาอย่างดี ม่านตาที่มองเห็นได้ในดวงตาที่เป็นเงามืดนั้นดำสนิทราวกับก้นทะเลลึก
“ปีศาจ...!”
ผู้เล่นสามารถอัญเชิญปีศาจออกมาได้ด้วยงั้นเหรอ? ไม่สิ พวกเขารู้ว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้สำหรับเนโครแมนเซอร์ (Black Magician) คลาสที่สาม ทว่ากับช่างตีเหล็กอย่างเกริดเนี่ยนะ? จางเจิ้งถึงกับหน้าซีดเผือดกับสถานการณ์ที่ขัดกับความคาดหมาย จากนั้นชายชราที่ถูกอัญเชิญออกมาตรงหน้าเขาก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ พลางเพลิดเพลินกับอากาศอันแสนหวานที่เข้าสู่ปอดของเขา
“หอมหวานจริงๆ”
เขามีพลังมานาของปีศาจชั้นต่ำ ทว่าวิชาดาบของเขากลับยอดเยี่ยมเกินกว่าที่จะไปเปรียบเทียบกับมหาปีศาจได้ มาร์บัส (Marbas) หนึ่งในผู้ที่มีอำนาจหลักในนรกได้ประเมินอิยารุกต์ไว้ว่าเป็น ‘ผู้ที่สามารถเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของนรกได้’
*ฉัวะ!*
เขาคว้าจับดาบอิยารุกต์ที่ลอยอยู่และมุ่งหน้าเข้าหาจางเจิ้ง
“อั๊ก...!”
[จุดอ่อนในวิชาดาบของคุณถูกเปิดเผย]
[อัตราการหลบหลีกถูกละเลย, พลังป้องกันลดลง และคุณจะได้รับความเสียหายคริติคอล]
[คุณได้รับความเสียหาย 12,150 หน่วย]
“อึก... ค่อก...!”
เพียงดาบเดียว ทว่าการจู่โจมครั้งนี้ทำให้จางเจิ้งเสียเลือดไปถึงหนึ่งในห้าส่วนเลยทีเดียว ไอ้ปีศาจนี่มันตัวอะไรกันแน่? จางเจิ้งถึงกับพูดไม่ออกกับการปรากฏตัวของสัตว์ประหลาดที่คาดไม่ถึง
*หมับ!*
มันยากที่จะเชื่อว่าอิยารุกต์เป็นชายชราในยามที่เขาเคลื่อนไหวและกดร่างของจางเจิ้งลงกับพื้น
*โครม!*
จางเจิ้งไม่อาจขัดขืนได้และล้มฟาดลงกับพื้น
“...”
เหล่าผู้ชมชาวจีนและเน็ตไทเซ็นต่างก็พากันเงียบกริบเมื่อเห็นภาพลักษณ์อันไร้ทางสู้อย่างน่าสังเวชของจางเจิ้ง
***
ชื่อ: อิยารุกต์ (Iyarugt)
อายุ: ?? เพศ: ชาย
เผ่าพันธุ์: ปีศาจมีเขา (Horned Demon)
ฉายา: สุดยอดนักดาบแห่งนรก
* เมื่อใช้งานอาวุธประเภทดาบ พลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า มีโอกาส 100% ที่จะเกิดแรงกระแทกคริติคอลเมื่อโจมตีถูกจุดอ่อน อัตราการหลบหลีกจะเพิ่มขึ้น 50%
พละกำลัง: 3,503 ความอดทน: 1,090
ว่องไว: 3,201 สติปัญญา: 330
ทักษะ: เนตรนักดาบ (Swordsman’s Eyes) (S), หนึ่งวิถีแห่งชีวิต (One Way of Life) (SS-), ระบำดาบปะทุ (Sword Dance Explosion) (SS), วงล้อภูเขาไฟ (Volcanic Circulation) (SS), จันทร์นรกโลกันตร์ (Hell Moon Cut) (SS), ดาบสุดยอด (Sublime Sword) (SS+)
ปีศาจมีเขาที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มปีศาจชั้นต่ำ ผลลัพธ์จากการฝึกฝนวิชาดาบโดยไม่ย่อท้อ ทำให้เขากลายเป็นนักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในนรก ทว่าเขากลับล้มเหลวในการก้าวข้ามขีดจำกัดด้านเผ่าพันธุ์ของตนเอง และพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับมหาปีศาจเซพาร์จนเสียชีวิตลง
หลังจากนั้น วิญญาณของเขาก็ถูกสาปและผนึกติดอยู่กับดาบ
* ด้วยการเอาชนะในการต่อสู้กับผู้ที่แข็งแกร่ง เขาจะสามารถกู้คืนความรู้สึกของชีวิตกลับมาได้ การทำซ้ำแบบนี้อีกไม่กี่ครั้งจะสามารถกู้คืนทักษะทั้งหมดของเขากลับมาได้ (1/10)
* คุณต้องชนะคู่ต่อสู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘ศัตรู’ เท่านั้น
* อิยารุกต์มีความสัมพันธ์อันดีเป็นพิเศษที่จะพัฒนาไปสู่ความชอบที่มีต่อตัวคุณได้
มันระบุไว้ชัดเจนว่าอิยารุกต์ยังกู้คืนพละกำลังกลับมาได้ไม่เต็มที่ ในการต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับเกริดในตอนนี้ อิยารุกต์คงถูกเกริดอัดจนเหมือนหมาทุกครั้งแน่ๆ แน่นอนว่าหากมองจากมุมมองทั่วไป เขาคือปีศาจที่ทรงพลังมาก พลังชีวิตและการป้องกันของเขาไม่ได้ต่างจากผู้เล่นทั่วไปมากนัก ทว่าพลังโจมตีของเขากลับตั้งอยู่บนพื้นฐานของการโจมตีคริติคอลที่แน่นอน และแทบจะทัดเทียมกับพลังโจมตีของเกริดเลยทีเดียว กระทั่งในกิลด์โอเวอร์เกียร์เองก็มีเพียงแค่ 10 คนเท่านั้นที่สามารถทัดเทียมกับพลังโจมตีของอิยารุกต์ได้
จางเจิ้งที่อยู่คลาสที่สามจึงไม่อาจทนต่อการถูกเขาโจมตีได้ แล้วทักษะการควบคุมที่จางเจิ้งภูมิใจนักภูมิใจหน้าที่ล่ะ? มันก็ใช้ไม่ได้ผลต่อหน้าอิยารุกต์ แล้วไอเทมของจางเจิ้งล่ะ? พวกมันก็กลายเป็นของเด็กเล่นสำหรับอิยารุกต์ไปแล้วหลังจากที่เครื่องประดับของเกริดถูกใช้งานหลายต่อหลายครั้ง
“ย้ากกกก!”
จางเจิ้งแผดเสียงตะโกนด้วยความอับอายและพยุงร่างลุกขึ้น เขาพยายามจะกวัดแกว่งดาบที่สร้าง ‘ความเสียหายเพิ่มเติมต่อปีศาจ’ ทว่าอิยารุกต์กวัดแกว่งดาบของเขาอีกครั้งและการโจมตีของจางเจิ้งก็มลายหายไป จางเจิ้งถลึงตาจ้องมองเกริด
“แก! ไอ้ปังจื่อชาติชั่ว! แกมันคนขี้ขลาด! แกไม่กล้าสู้กันแบบยุติธรรม แกเลยพาไอ้สัตว์ประหลาดแบบนี้มาด้วยงั้นเหรอ!!”
มันมีขีดจำกัดสำหรับพลังโจมตีของสัตว์เลี้ยง ค่าสถานะของพวกมันจะต่ำหากเลเวลไม่สูงเกินกว่าเลเวลของเจ้านาย ทว่าปีศาจที่อยู่ตรงหน้าเขากลับสร้างความเสียหายได้ถึง 10,000 หน่วย มันเกินกว่าพลังโจมตีของเกริดที่จางเจิ้งคาดการณ์เอาไว้มาก จางเจิ้งเชื่อว่าเกริดทำพันธสัญญากับปีศาจเป็นการชั่วคราวผ่านเควสต์พิเศษ หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ มันถูกตีความว่าเป็นไม้ตายสุดท้าย เขาไม่รู้เลยว่าอิยารุกต์คือสัตว์อัญเชิญเฉพาะของเกริดเอง
เกริดตระหนักถึงกล้องที่กำลังโฟกัสมาที่ตัวเขาและอิยารุกต์ในขณะที่เขาตอบกลับไปว่า “สัตว์ประหลาดอะไรกันล่ะ? เขาคือสัตว์เลี้ยงของฉันต่างหาก”
“อะไรนะ? แกพูดบ้าอะไรกันวะ?”
จางเจิ้งพุ่งเข้าหาเกริด
[เกราะราชาทมิฬ]
ระดับ: ตำนาน
ความทนทาน: 299/299 พลังป้องกัน: 699
* ลดความเสียหายที่ได้รับลง 7%
* มีโอกาส 30% ที่จะเกิดผลการพรางตัวในความมืด
* พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 20% ในความมืด
* ว่องไว +50 ในความมืด
* เมื่อได้รับความเสียหายสะสมครบ 30,000 หน่วย จะสะท้อนความเสียหายเวทมนตร์กลับไปสามเท่า ในตอนนั้น ความทนทานของเกราะจะลดลง 50 นอกจากนี้ ผลลัพธ์จะไม่ถูกทำงานหากได้รับความเสียหายมากกว่า 30,000 หน่วยในครั้งเดียว
จางเจิ้งตั้งใจจะทุบเกริดรวมถึงปีศาจนั่นด้วยเกราะที่แข็งแกร่งที่สุด ในทางทฤษฎีแล้วมันคือเรื่องที่ทำได้ เกราะราชาทมิฬจะสะท้อนความเสียหายได้ถึง 90,000 หน่วย ซึ่งมันมากเกินกว่าที่ผู้เล่นคนไหนจะทนทานไหว! ทว่า...
*ปึก ปึก!*
[คุณตกอยู่ในภาวะชะงักงัน]
[คุณตกอยู่ในภาวะชะงักงัน]
[คุณตกอยู่ในภาวะชะงัก...]
“อั๊ก! อึ๊ก! อ๊ากกก!”
เขาเข้าไม่ถึงตัวเกริดเลย ตั้งแต่วินาทีที่ก็อดแฮนด์กวัดแกว่งมยอลเนียร์ จางเจิ้งก็ตกอยู่ในนรกแห่งสภาวะชะงักงันนิรันดร์ จางเจิ้งยังคงแผดเสียงร้องในขณะที่ถูกค้อนทุบเข้าที่หัว มันดูราวกับท่าเต้นห่วยๆ ในยามที่หัวของเขาสะบัดไปมาซ้ายขวา เกริดหัวเราะออกมาเมื่อสถานะซีซี (CC) ที่ยาวนานขนาดที่เรียกได้ว่าเป็นเรื่องโกงได้ถูกใช้งาน
“ฉันบอกนายแล้วไม่ใช่เหรอ? นายจะไม่มีโอกาสได้แม้แต่จะกวัดแกว่งดาบของนายน่ะ”
เดิมที เกริดคือตัวแทนของคนที่มีความโอหัง หากเขาแสดงออกถึงความอาฆาตพยาบาทอย่างแท้จริงล่ะก็ เขาจะทำให้จางเจิ้งดูน่ารักไปเลยล่ะ
“แก...! ไอ้สารเลว! อั๊ก! อึ๊ก!”
จางเจิ้งขุ่นเคืองในท่าทีของเกริด ทว่าเขาก็ไม่อาจทำอะไรได้เลย ในขณะที่พลังชีวิตของจางเจิ้งค่อยๆ ถูกใช้ไปทีละคนร้อย ประชากรกว่า 1,500 ล้านคนของจีนต่างก็ตกอยู่ในความตกตะลึงและความสิ้นหวัง
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

