ตอนที่ 123
123 / 330
อ่าน 10 นาที
Chapter 123: Easier
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 06:34
## บทที่ 123: ง่ายดายกว่า
“ร่างกายของเจ้าเปียกปอนไปหมดแล้ว” น้ำเสียงของซีอันดึงสติของฉันให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน ฝ่ามือของเขายังคงประคองใบหน้าของฉันไว้ ไออุ่นจากมือเขาสัมผัสได้เด่นชัดขัดกับผิวที่เย็นเยียบของฉัน “เราควรทำให้ตัวเจ้าแห้งก่อน”
โอเมก้าหญิงที่ได้รับมอบหมายให้คอยดูแลฉันปรากฏตัวขึ้นข้างกายเขา เธอยื่นผ้าขนหนูให้โดยไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว ดวงตาของเธอเอาแต่ก้มมองพื้นอย่างระแวดระวัง
ซีอันรับผ้าผืนนั้นมาแล้วบรรจงคลุมลงบนลาดไหล่ของฉัน สัมผัสของเนื้อผ้านั้นนุ่มนวลและอบอุ่น มันซึมซับหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนผิวไปได้บ้าง เขาใช้ผ้าลูบแขนของฉันผ่านเนื้อผ้าอย่างแผ่วเบา พยายามจะมอบความอบอุ่นให้แก่ร่างกายที่สั่นสะท้าน
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ” ฉันกล่าว
“เจ้าแน่ใจนะ?” เขาขมวดคิ้วมุ่น แววตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลนั้นดูจริงใจจนสัมผัสได้ “ข้าไม่ยากให้เจ้าต้องมาล้มป่วยหรือเป็นอะไรไป”
ฉันพยักหน้าพลางกระชับผ้าขนหนูให้แน่นขึ้น น้ำหนักของชุดที่เปียกโชกช่างน่ารำคาญใจ เนื้อผ้าแนบสนิทไปกับทุกสัดส่วนของร่างกาย และทำให้ทุกการเคลื่อนไหวรู้สึกหนักอึ้งกว่าที่ควรจะเป็น
กรามของซีอันบดเข้าหากันแน่น เขามองข้ามไปยังทิศทางที่เอลาร่าเพิ่งหายลับตาไป ก่อนจะหันกลับมาสบตาฉันอีกครั้ง
“เรื่องทั้งหมดนั้นมันคืออะไรกันแน่?”
คำถามนั้นอบอวลอยู่ในอากาศระหว่างเรา ฉันรู้สึกได้ถึงพันธะที่สั่นไหวด้วยความสอดรู้สอดเห็นของเขา แม้โทสะของเขาจะมอดดับลงไปบ้างแล้ว แต่มันยังคงคุกรุ่นอยู่ใต้ผิวหน้า พร้อมจะระเบิดออกมาอีกครั้งหากฉันให้เหตุผลที่เพียงพอ
ฉันชั่งใจว่าจะบอกเขาดีหรือไม่ ทั้งหมดทุกเรื่อง... ทุกความสงสัย ทุกหลักฐานที่ฉันรวบรวมมาได้แม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัด ความจริงนั้นจ่ออยู่ที่ปลายลิ้นแล้ว
ทว่าสุดท้าย... ฉันกลับเลือกที่จะถอนหายใจออกมาแทน
“เอลาร่าเชื่อว่าฉันไปข่มขู่ท่านพ่อของเธอค่ะ”
ซีอันเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ “เหตุใดเอลาร่าถึงคิดเช่นนั้นได้?”
“ฉันเองก็ไม่ทราบจริงๆ ค่ะ”
รสชาติของคำลวงช่างขมปร่าเหลือเกิน ฉันเกลียดมัน... เกลียดที่ต้องปกปิดความจริงเอาไว้ ทั้งที่ส่วนหนึ่งในใจเชื่อว่าเขาจะรับฟังเหตุผล เชื่อว่าเขาจะเข้าใจ และเชื่อว่าเขาจะช่วยฉันกระชากหน้ากากของอัลดริกลงมาได้
แต่ความโกรธแค้นทำให้ซีอันมืดบอด ฉันประจักษ์เรื่องนี้มากับตาตัวเอง วิธีที่เขาเกรี้ยวกราด วิธีที่เขาปกป้องคนที่เขาไว้วางใจอย่างไม่มีเงื่อนไข ทั้งมาเรนและธอร์นต่างก็เตือนฉันแล้ว แม้แต่การสังเกตของฉันเองก็ยืนยันความจริงข้อนี้
ฉันอยากจะเสี่ยง... อยากจะลองเชื่อใจเขาดูสักครั้ง
แต่มันยังทำไม่ได้... ยังไม่ใช่ตอนนี้ หากก้าวพลาดเพียงคราเดียว อัลดริกอาจจะหลุดรอดไปได้ หรือที่แย่กว่านั้นคือมันอาจทำให้ซีอันเริ่มระแวงในตัวฉันแทน
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ฉันเดาว่า... ฉันอาจจะเผลอพูดเป็นนัยไปว่าเขาคือคนสุดท้ายที่อยู่ในห้องกับเธอ และมันดูไม่สมเหตุสมผลเลยที่ยารักษาจะส่งผลข้างเคียงร้ายแรงกับเธอขนาดนั้น เอลาร่าคงได้ยินเรื่องนั้นแล้วก็เลยเก็บเอาไปคิดเป็นจริงเป็นจัง”
สีหน้าของซีอันเปลี่ยนไป ความกังวลจางหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกอื่น... อาจจะเป็นความสับสน หรือไม่ก็ความไม่เชื่อถือ
“เหตุใดเจ้าถึงคิดเช่นนั้น? ท่านอาของข้าไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด”
นั่นไงล่ะ... คำตอบที่ฉันคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ศรัทธาอันมืดบอดที่ฉันต้องการการยืนยัน
ซีอันยังคงเชื่อมั่นในตัวอัลดริกอย่างหมดหัวใจ โดยไม่คิดจะตั้งคำถามเลยสักนิด
“คุณไม่ควรเชื่อใจใครลึกซึ้งขนาดนั้นนะคะ” ฉันกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น “เชื่อฉันเถอะ... จงตั้งคำถามกับทุกคนและทุกสิ่งเสมอ”
“ข้าก็ทำอยู่” เขาตอบกลับทันควันอย่างปกป้องตัวเอง “อย่างน้อยข้าก็พยายามจะทำ...” เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เบือนหน้าหนีไปทางอื่น “แต่เจ้าจะเป็นกองทัพที่มีเพียงคนเดียวไม่ได้หรอกนะ เจ้าต้องมีคนคอยสนับสนุนบ้าง”
“ไม่ใช่ว่าระบบสนับสนุนทุกอย่างจะคงอยู่ตลอดไปหรอกนะคะ” คำพูดของฉันโพล่งออกมาอย่างเผ็ดร้อนเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ “ดูฉันเป็นตัวอย่างสิ... ฉันถูกหลอกลวงให้สวมรอยแทนพี่สาว และถูกทรยศหักหลังในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่คนๆ หนึ่งจะโดนได้”
มือของเขาเอื้อมมากุมมือฉันไว้แล้วบีบเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน “ข้าพอจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมไว้ใจผู้คนส่วนใหญ่”
เขานำทางฉันเดินกลับไปยังคฤหาสน์ วงแขนแข็งแรงโอบรอบเอวของฉันไว้เพื่อรั้งให้ฉันอยู่แนบชิดกาย ไออุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านผ้าขนหนูที่เปียกชื้นซึมเข้าสู่ผิวหนังของฉัน
“ฉันเคยพยายามแล้วนะคะ” ฉันกระซิบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “แต่นั่นล่ะ... เมื่อคุณต้องการใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง คุณก็มักจะดึงดูดเอาคนประเภทที่เลวร้ายที่สุดเข้ามาหาตัวเองเสมอ”
เราเดินไปในความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เสียงรองเท้าที่เปียกโชกของฉันกระทบเข้ากับทางเดินหินดังแฉะๆ ไปตลอดทาง
“ฉันเคยเชื่อใจโบ” การยอมรับความจริงข้อนี้ช่างเจ็บปวด “โบคือคนแรกๆ ที่มอบความใจดีให้กับฉันที่นี่... แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าเธอทำงานให้กับท่านอาอีกคนของคุณ”
ซีอันหยุดก้าวเดิน วงแขนที่โอบเอวฉันอยู่กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย “นี่คือเรื่องที่เจ้าไม่อยากบอกข้าเมื่อวานนี้ใช่หรือไม่?”
“คงจะใช่ค่ะ” ฉันเงยหน้ามองเขา ประสานสายตากับดวงตาคู่นั้น “ฉันยังรู้สึกว่ามีศัตรูอยู่ล้อมรอบตัวคุณเต็มไปหมด”
กรามของเขาขบกันแน่น “เจ้าสงสัยท่านอาของข้าอย่างนั้นหรือ?”
“ฉันเคยสงสัยค่ะ” ฉันเว้นจังหวะ ปล่อยให้คำพูดนั้นซึมลึกเข้าไป “ฉันขอโทษด้วยหากเรื่องนี้ทำให้คุณขุ่นเคืองใจ”
“แน่นอนว่าข้าไม่เคือง” ทว่าน้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปแล้ว... มันดูเย็นชาและระแวดระวังมากขึ้น “แต่ข้าสามารถยืดอกยืนยันกับเจ้าได้เลยว่า ท่านอาอัลดริกไม่มีวันทำเช่นนั้นกับข้าเด็ดขาด”
ฉันเลือกที่จะเงียบ และปล่อยให้เขาได้พูดต่อ
“หลายคนอาจจะไม่รู้เรื่องนี้ แต่กาเบรียลพี่ชายของเขาเกือบจะปลิดชีพข้าได้สำเร็จแล้ว และอัลดริกนั่นเองที่เป็นคนช่วยชีวิตข้าไว้” น้ำเสียงของซีอันเต็มไปด้วยความหนักแน่นที่มาจากศรัทธาอันแรงกล้า “หากเขาอยากให้ข้าตายเมื่อไหร่ เขาก็มีโอกาสนับไม่ถ้วนที่จะลงมือ แต่เขาก็ไม่ทำ เขาคือพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้าในการปกป้องมรดกของท่านพ่อ เขาไม่ใช่สัตว์ร้ายอย่างที่เจ้าคิดหรอก”
ฉันระบายยิ้มบางๆ ที่ดูฝืนเคร่งเครียด “ฉันเริ่มจะตระหนักเรื่องนั้นแล้วล่ะค่ะ”
คำลวงครั้งนี้ดูจะหนักอึ้งกว่าครั้งก่อน ทว่าฉันยังคงรักษามันเอาไว้ แสดงสีหน้าเรียบเฉย และควบคุมจังหวะหัวใจให้เต้นเป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ข้าต้องขอโทษแทนลูกพี่ลูกน้องของข้าด้วย” ซีอันกล่าว “นางเป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นิสัยเหมือนมารดาของนางไม่มีผิด”
“เกิดอะไรขึ้นกับแม่ของเธอหรือคะ?”
“ไม่มีอะไรหรอก” เขาไหวไหล่ “นางกับอัลดริกแค่เหินห่างกันไปเอง”
“นั่นไม่ใช่คู่ครองตามพรหมลิขิตหรือคะ?”
ซีอันส่ายหัว “เปล่าหรอก... มันคือพันธะที่ทั้งคู่เลือกกันเอง และเทพธิดาก็ไม่ได้อวยพรให้แก่พันธะเปราะบางเช่นนั้น... ไม่เหมือนกับคู่ของเรา”
ฉันพยักหน้า รับรู้ข้อมูลเหล่านั้นและจดจำเอาไว้เพื่อใช้ในภายหลัง
มันคงเป็นเรื่องยากที่จะโน้มน้าวให้ซีอันเชื่อในสิ่งที่เห็น ความจงรักภักดีที่มืดบอดนั้นหยั่งรากลึกกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ในตอนแรกเสียอีก ดังนั้นฉันจึงจำเป็นต้องหาหนทางอื่นเพื่อ ‘แสดง’ ให้เขาเห็นธาตุแท้ของอัลดริก แทนที่จะเป็นเพียงการ ‘บอกเล่า’
แต่ตอนนี้ เมื่อเรามาถึงตัวบ้านแล้ว จิตใจของฉันก็เริ่มฟุ้งซ่าน มันย้อนกลับไปถึงเรื่องราวเมื่อคืนที่ผ่านมา... สัมผัสจากมือของเขาบนผิวของฉัน ริมฝีปากของเขาที่ทาบลงบนกลีบปากของฉัน และร่างกายของฉันที่สั่นสะท้านตอบรับสัมผัสจากเขา
หัวใจของฉันเริ่มเต้นรัว ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นสู่พวงแก้มทั้งสองข้าง แม้จะมีน้ำเย็นเยียบหยดลงมาจากเส้นผมก็ตาม
“เจ้าเป็นอะไรไปหรือ?”
ฉันเงยหน้าขึ้นพบว่าซีอันกำลังจ้องมองฉันอยู่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย ดวงตาของเขาค้นหาคำตอบจากฉัน
“เปล่าค่ะ” ฉันพยายามทำเสียงให้ดูปกติที่สุด “ฉันแค่หนาวน่ะค่ะ”
“เจ้าควรจะกำบังพันธะให้มิดชิดกว่านี้หน่อยนะหากเจ้าคิดจะโกหก”
พวงแก้มของฉันร้อนผ่าวขึ้นกว่าเดิม “ก็นะ... ถ้าฉันทำแบบนั้น คุณก็คงจะรู้อยู่ดีว่าฉันกำลังมีความลับต่อคุณ”
รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา “วันนี้ข้าว่าง... เจ้าอยากจะเรียนเต้นรำเพิ่มเติมอีกไหม?”
คำถามนั้นจู่โจมฉันราวกับพละกำลังที่มองไม่เห็น ใบหน้าของฉันร้อนราวกำลังถูกไฟแผดเผา ภาพความทรงจำที่มือของเขาโอบประคองฉัน ร่างกายที่แนบชิดกัน และสายตาที่เขาใช้มองฉันในตอนนั้น...
“โอ๊ะ...” คำพูดของฉันสั่นเครือและแทบจะขาดห้วง “ค่ะ... ตกลงค่ะ”
“งั้นเราควรไปให้เจ้าเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่า”
เขานำทางฉันเข้าไปข้างใน ผ่านโถงทางเดินที่ฉันเริ่มจะเรียกมันว่าบ้านได้อย่างเต็มปาก ผ่านเหล่าข้ารับใช้ที่พากันก้มหัวทำความเคารพยามที่เราเดินผ่าน สายตาของพวกเขาเหลือบมองชุดที่เปียกโชกของฉัน และรอยน้ำที่ฉันทำหกเลอะเทอะไปตามทาง
แต่ฉันแทบไม่สนใจคนเหล่านั้นเลย จิตใจของฉันมันล่องลอยและสับสนไปหมดแล้ว
การมีซีอันอยู่ข้างกายในตอนนี้ช่างรู้สึกแตกต่างไปจากเดิม มันเปี่ยมไปด้วยพลังงานบางอย่างที่กระตุ้นเร้าใจ พันธะระหว่างเราสั่นไหวอย่างรุนแรงและอบอุ่น มันดึงรั้งบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ลึกเข้าไปในทรวงอกของฉัน
“เจ้าแน่ใจนะว่าไม่เป็นไร?” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความอดทน
“ค่ะ” ฉันบังคับตัวเองให้สบตาเขา “แค่กำลังประมวลผลเรื่องราวทุกอย่างน่ะค่ะ”
เขาพยักหน้า ดูเหมือนจะยอมรับคำตอบนั้น “เอลาร่าจะไม่มารบกวนเจ้าอีก ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง”
“ขอบคุณค่ะ... แต่ฉันก็สู้ในสงครามของตัวเองได้นะคะซีอัน”
“ก็นั่นล่ะ... ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องสู้เพียงลำพัง”
หัวใจของฉันกระตุกวูบเมื่อเขาพูดเช่นนั้น คำพูดเหล่านั้นมันต้องมีความหมายที่ลึกซึ้งแฝงอยู่ใช่ไหม?
เรามาถึงห้องพักของฉัน ซีอันผลักประตูเปิดออกแล้วนำทางฉันเข้าไปข้างใน ห้องยังคงเหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่เตียงถูกจัดให้เป็นระเบียบแล้ว และคราบเลือดของโบก็ถูกขัดล้างออกไปจนหมดสิ้นจากทุกซอกทุกมุม
“ข้าจะให้เวลาเจ้าสักครู่เพื่อเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่แห้งและสะอาด” ซีอันกล่าว
เขาทำท่าจะเดินออกไป แต่ฉันกลับคว้าแขนของเขาไว้โดยสัญชาตญาณ
“ซีอันคะ”
เขาหันกลับมามองพลางรอคอย “ว่าอย่างไร?”
“ขอบคุณนะคะ... สำหรับการช่วยฉันขึ้นมา และสำหรับการปกป้องฉันเมื่อกี้”
แววตาของเขาดูอ่อนโยนลงทันตา “มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย”
คำพูดนั้นโอบล้อมฉันไว้ราวกับคำสัญญา... มันช่างหนักแน่น อบอุ่น และน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน
เขาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเดินจากไป ประตูถูกปิดลงด้วยเสียง ‘คลิก’ เบาๆ
ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน หยดน้ำยังคงไหลลงสู่พื้นห้อง ผ้าขนหนูยังคงพาดอยู่ที่ไหล่ และหัวใจของฉันยังคงเต้นระรัวด้วยเหตุผลที่ไม่เกี่ยวอะไรกับการถูกผลักลงสระน้ำเลยสักนิด
เรื่องราวมันเริ่มซับซ้อนขึ้นทุกที... ซับซ้อนเกินกว่าที่ฉันคาดการณ์ไว้มากนัก พันธะบ้าๆ นี่ทำให้ทุกอย่างมันยากขึ้นไปหมด ทำให้การแยกแยะระหว่างภารกิจใหม่กับความรู้สึกส่วนตัวแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
แต่ฉันจะสูญเสียการจดจ่อไม่ได้... ฉันจะปล่อยให้ความรู้สึกที่ซีอันมอบให้ หรือวิธีที่เขาปกป้องฉันมาทำให้ฉันเขวไม่ได้เด็ดขาด
ฉันยังมีสิ่งที่ต้องทำ... มีสัตว์ร้ายที่ต้องกระชากหน้ากากออกมา และมีฝูงที่ต้องช่วยให้รอดพ้นจากความมืดบอดของตัวเอง
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.