ตอนที่ 1128
1137 / 4197
อ่าน 8 นาที
Chapter 1128 Plots and Schemes Part 2
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 14:05
บทที่ 1128 แผนการและเล่ห์กล ภาค 2
“เจ้ามังกรจอมปลอมทรยศนั่น! มันรับปากเป็นมั่นเหมาะว่าจะเรียกข้าหากต้องเผชิญหน้ากับหนึ่งในสี่จตุรอาชา แต่กลับงุบงิบเก็บ ‘ไนท์’ ไว้กับตัวคนเดียว แล้วยังกล้าเรียกฟาลูเอลไปแทนข้าเพียงเพราะนางไม่มีความกล้าพอจะผสานร่างกับโบราณวัตถุทรงพลังนั่น... แค่มิติจัดเก็บออมนิพ็อกเก็ตอันเดียว ยังไม่พอปรนเปรอความโลภของเจ้าสถุลนั่นอีกหรืออย่างไร!”
ในความเป็นจริง ลิธเคยสัญญาว่าจะเรียกไวเวิร์นตนนี้ก็ต่อเมื่อเขาเผชิญหน้ากับ ‘ดอว์น’ อีกครั้งเท่านั้น ทว่าเมื่อมีเดิมพันเป็นชีวิตของครอบครัว ลิธจึงเลือกเรียกเฉพาะคนที่เขามั่นใจว่าจะมุ่งเป้าไปที่การปลิดชีพจตุรอาชา มากกว่าจะพะวงเรื่องการจับเป็นเพื่อช่วงชิงพลัง
“มิติจัดเก็บออมนิพ็อกเก็ตงั้นหรือ?” สการ์เล็ตถึงกับอุทานด้วยความตกตะลึง
ยามที่นางได้พบกับโซลัสครั้งแรก อีกฝ่ายยังมีแก่นพลังสีเหลือง ซึ่งทำให้สการ์พิคอร์สาวตนนี้ปักใจเชื่อว่าวัตถุต้องสาปที่อ่อนแอเช่นนั้นย่อมเป็นผลงานที่ล้มเหลว ทว่าความจริงกลับตบหน้าหน้าฉาดใหญ่ เพราะมีเพียงโบราณวัตถุระดับตำนานที่ทรงพลานุภาพที่สุด อย่างเช่นเหล่าจตุรอาชาของบาบายาก้าเท่านั้นที่จะมี ‘ออมนิพ็อกเก็ต’ ไว้ในครอบครอง
ทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์ที่ลิธสามารถสยบดอว์นลงได้ ก็ดูไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันที่เกินจริงอีกต่อไป
“สวัสดีท่านป้าสการ์เล็ต ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะขอรับ” เซดรา บุตรชายคนเล็กของฟาลูเอลและศิษย์ของเซดรอสเอ่ยทักทาย
บัดนี้ไฮดราหนุ่มมีลำตัวยาวกว่าหกเมตร พร้อมด้วยหัวที่พัฒนาจนสมบูรณ์ถึงสามหัว และเมื่อพิจารณาจากช่องว่างระหว่างลำคอ ดูเหมือนว่าหัวที่สี่กำลังจะงอกเงยออกมาในไม่ช้า
ทว่าสิ่งที่ทำให้สการ์เล็ตสะท้านไปด้วยความโกรธเกรี้ยวหาใช่พัฒนาการทางร่างกายอันรวดเร็วในรอบปีของเซดราไม่ แต่เป็นภาพของแก่นพลังสีน้ำเงินที่ได้รับการ ‘ตื่นรู้’ (Awakened) แล้วต่างหาก
“พระแม่เจ้าเถิด เซดรา! ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าไม่ได้ฉลาดหลักแหลมอย่างที่เจ้าคิด แต่ข้าไม่เคยคาดฝันเลยว่าเจ้าจะโง่บรมถึงเพียงนี้!” สการ์เล็ตแผดเสียงกู่ร้องกัมปนาทใส่ไวเวิร์นเฒ่า พร้อมกับแผ่สยายปีกออกกว้างในเชิงท้าทาย
เซดรอสกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ เขาเฝ้าภาวนาให้สการ์พิคอร์ตัวนี้โง่พอที่จะเปิดฉากโจมตีเขาในถิ่นของตัวเอง ซึ่งรายล้อมไปด้วยข่ายอาคมนับไม่ถ้วนที่เข้มแข็งพอจะทำลายกองพันผู้ตื่นรู้ขนาดย่อมได้สบาย
“โง่งั้นหรือ? ท่านหมายความว่าอย่างไร? ไม่เหมือนท่านหรือท่านแม่ของข้าหรอกนะ ท่านอาจารย์เซดรอสเล็งเห็นถึงพรสวรรค์ของข้าตั้งแต่แรกเห็น ท่านช่วยให้ข้าตื่นรู้ทันทีที่รับข้าเป็นศิษย์ และตั้งแต่นั้นมา ข้าก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่ท่านจะจินตนาการได้!”
ดวงตาของทั้งสามหัวของเซดราเปล่งประกายแสงสีที่แตกต่างกัน เป็นสัญญาณเริ่มต้นของการสำแดงอำนาจ ‘โดมิแนนซ์’ (Dominance)
“ไม่ เจ้าคนเบาปัญญา! เขาทำให้เจ้ากลายเป็นทาสต่างหาก! ในอีกหนึ่งร้อยปีต่อจากนี้ ชีวิตของเจ้าเป็นของเขา และแม้แต่แม่ของเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์คัดค้านการตัดสินใจของเขา เหตุผลที่ไม่มีใครยอมให้ศิษย์ตื่นรู้ตั้งแต่เริ่มแรก ก็เพราะคนที่มีสมองแม้เพียงน้อยนิดย่อมรู้ดีว่าต้องปฏิเสธ!” สการ์เล็ตตวาดลั่น
“ไม่จริง... แล้วลิธคนนั้น...” เซดราพยายามจะโต้แย้ง
“ลิธน่ะตื่นรู้อยู่ก่อนแล้ว เจ้าโง่! แม่ของเจ้าตัดสินเขาในฐานะสมาชิกสภาเท่านั้น แต่นางไม่มีอำนาจเหนือชีวิตของเขา หากนางไล่ลิธออก เขาก็แค่ไปหาอสูรจักรพรรดิตนอื่นให้รับเลี้ยงดูแทน แต่ถ้าเซดรอสไล่เจ้าออก... เจ้าก็มีแต่ความตายเท่านั้น!” สการ์เล็ตตัดบทอย่างรุนแรง
“ท-ท่านอาจารย์เซดรอสไม่มีวันทำเช่นนั้น! ท่านถึงกับเสนอให้ข้าเป็น ‘ฮาร์บิงเจอร์’ (Harbinger) ของท่าน และจะถ่ายทอดความลับแห่งศาสตร์แห่งแสงให้ข้าด้วย!” เซดราพยายามทำเสียงให้ดูมั่นใจ แต่กลับตะกุกตะกักไปตลอดทั้งประโยค
“แล้วทำไมเขาจะไม่ทำล่ะ? เพราะด้วยวิธีนั้น เซดรอสจะได้ทาสถาวรที่ไม่อาจขัดขืนคำสั่งใดๆ หรือปกปิดความลับใดๆ จากเขาได้เลย รวมถึงพลังทั้งหมดในสายเลือดของเจ้าด้วย เจ้าโง่เอ๊ย!” ความโง่เขลาของเซดราทำเอาสการ์เล็ตสะท้านไปถึงกระดูกดำ
“คิดว่าทำไมแม่ของเจ้าถึงไม่เคยสอนอะไรเจ้าเลยล่ะ? ก็เพราะความลับนั้นถูกขโมยกันได้ และมรดกทั้งสายเลือดอาจพินาศสิ้นด้วยน้ำมือของคนโง่เพียงคนเดียวที่โอ้อวดวิชาเพียงเพื่อให้ตัวเองดูดี!”
สามปากของเซดราอ้าค้างและหุบลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาพยายามหาข้อโต้แย้งในตรรกะของนาง แต่กลับไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมา เป็นครั้งแรกที่ลิ้นของเขานิ่งสนิทพอๆ กับสมองที่ว่างเปล่า ไฮดราหนุ่มหันไปมองไวเวิร์นผู้เป็นอาจารย์ ซึ่งไม่ได้แม้แต่จะใส่ใจปฏิเสธข้อกล่าวหาของสการ์เล็ตเลยแม้แต่น้อย
“วางใจเถอะเจ้าหนู หนึ่งร้อยปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจเป็นฮาร์บิงเจอร์ของข้าหรือไม่ ข้าขอให้คำมั่นว่าตราบเท่าที่เจ้าทำตัวดี ข้าจะปล่อยให้เจ้าเดินออกไปจากที่นี่อย่างมีลมหายใจ” เซดรอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เซดราสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เขาเพิ่งจะรู้สึกยินดีเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ตัวเองทั้งเขลาและเบาปัญญา เซดรอสตั้งใจจะรีดเค้นทุกอย่างที่เขารู้ และนั่นหมายความว่าเหล่าไฮดราจะตราหน้าเขาว่าเป็นคนทรยศและปลิดชีพเขาทันทีที่ภาระจำยอมนี้สิ้นสุดลง
ไวเวิร์นเฒ่าได้บีบเขาจนตรึงเข้ามุมอับ ไร้ซึ่งทางเลือกอื่นใดนอกจากก้มหัวรับใช้ เพราะเส้นทางอื่นล้วนนำพาไฮดราหนุ่มไปสู่ความตายตามกฎเกณฑ์ ไม่ว่าจะด้วยน้ำมือของอาจารย์ฐานพยายามหลบหนี หรือด้วยน้ำมือของเผ่าพันธุ์ตัวเองฐานความโง่เง่า
“ส่วนเจ้า ยัยแมวเหมียว... หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือจากข้า ข้าหวังว่าจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ข้าล่ะอยากจะขอ ‘เนตรแห่งเมนาดิออน’ (Menadion's Eyes) จากเจ้านัก แต่น่าเสียดายที่มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะลบตราประทับของเจ้าได้” เซดรอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเศร้าสร้อยอย่างแท้จริงเมื่อเอ่ยถึงความสามารถในการฆ่าสการ์เล็ตไม่ได้
“แต่เรายังพอตกลงกันได้ บอกข้ามาว่าข้าจะหาชิ้นส่วนอื่นในชุดของเมนาดิออนได้ที่ไหน หรือหามิติจัดเก็บออมนิพ็อกเก็ตที่ไร้เจ้าของมาให้ข้าสักอัน สิ่งใดสิ่งหนึ่งในนี้จะแลกได้กับบทเรียนศาสตร์แห่งแสงทั้งหมดที่เจ้าต้องการ และแม้แต่การปล่อยตัวเจ้าโง่นี่จากการรับใช้ของข้าด้วย”
ตามกฎของสภา การส่งมอบศิษย์ให้แก่อาจารย์คนอื่นสามารถทำได้ หากทุกฝ่ายให้การยินยอม
“เจ้าช่างเบาปัญญาถึงเพียงนี้เชียวหรือ?” สการ์เล็ตแค่นหัวเราะเยาะ “มันไม่มีหรอกสิ่งที่เรียกว่า ‘ชุดของเมนาดิออน’ น่ะ นางสร้างสิ่งของแต่ละชิ้นขึ้นมาเพื่อช่วยให้เหล่าศิษย์เอกก้าวข้ามขีดจำกัดของตน และเก็บไว้เพียง ‘ฟิวรี่’ (Fury) เท่านั้นเพื่อตัวนางเอง”
“หลังจากนางสิ้นชีพ เหล่าศิษย์ต่างพากันกระจัดกระจายไปทั่วดินแดนโมการ์เพื่อหลบซ่อนจากสัตว์ร้ายที่ช่วงชิงฟิวรี่ไป เพราะเกรงว่ามันจะตามล่าพวกเขาเช่นกัน ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาไปที่ใด แมแต่ข้าเองก็พบเนตรคู่นี้โดยบังเอิญเท่านั้น” สการ์เล็ตกล่าว
“ข้าไม่สนหรอกว่ามันจะหายากเพียงใด แต่นั่นคือเงื่อนไขของข้า แน่นอนว่าเจ้าจะไปบอกฟาลูเอลก็ได้นะ ว่าหากศิษย์ของนางเกิด ‘อุบัติเหตุ’ ขึ้นมา ข้ายินดีจะแลกตัวลูกชายของนางกับออมนิพ็อกเก็ตของมัน”
“ส่วนผู้นำที่เคารพรักของเรา... ไปบอกฟีล่าเสียว่า ข้าจะไม่เข้าร่วมสงครามกับพวกอันเดดเด็ดขาด จนกว่านางจะให้คำมั่นว่าสภาอสูรจะคัดค้านข้อเสนอที่จะยอมรับให้พวก ‘อมนุษย์’ (Abominations) เข้าร่วมกับเราในฐานะเพื่อนร่วมสถานะ”
“พวกสถุลนั่นเห็นเราเป็นเพียงอาหารมาโดยตลอด สังหารทายาทที่มีแววที่สุดของข้าไปตั้งเท่าไหร่! หากไม่ใช่เพราะพวกมัน ข้าคงหาทางวิวัฒนาการเป็นมังกรได้ด้วยความช่วยเหลือจากลูกๆ ของข้าไปนานแล้ว!”
เซดรอสไม่อาจให้อภัย ‘เซนากรอช’ (Xenagrosh) ที่สามารถกลับคืนสู่ร่างมังกรได้หลังจากละทิ้งมันไปอย่างเต็มใจ และไม่อาจยกโทษให้ ‘เดอะมาสเตอร์’ (The Master) ที่นำทาง ‘กาดอร์ฟ’ ลูกชายของเขาไปสู่เส้นทางแห่งเวทมนตร์ต้องห้าม
เซดรอสเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าผลลัพธ์ย่อมสำคัญกว่าวิธีการ แต่สำหรับเขาแล้ว การสูบกินมานาจากเผ่าพันธุ์ที่ต่ำต้อยกว่าถือเป็นการกระทำที่มิอาจอภัย ไวเวิร์นตนแรกผู้นี้รู้สึกยินดีด้วยซ้ำเมื่อได้ยินข่าวความตายของกาดอร์ฟ เพราะเขาถือว่านั่นคือบทลงโทษที่เหมาะสมแล้วสำหรับการทำให้สายเลือดอันสูงส่งต้องแปดเปื้อน
ความคิดที่จะเห็นพ้องกับเซดรอสในเรื่องใดก็ตามทำให้สการ์เล็ตรู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบจะเปลี่ยนใจทว่าเขาก็พูดถูก การปล่อยให้พวกอมนุษย์เข้าร่วมสภานั้นอันตรายเกินไป
ไม่มีใครยอมฟังคำร้องของสการ์เล็ตเลยในยามที่นางยื่นเรื่องให้จัดการกับเดอะมาสเตอร์ เพราะทุกคนมองว่าเขาเป็นเพียงคนบ้าอีกคนหนึ่ง ทว่าบัดนี้ เมื่อเหล่าอมนุษย์ไฮบริดของเขาพิสูจน์แล้วว่าสามารถต่อกรกับบาบายาก้าได้โดยตรง เหล่าผู้อาวุโสในสภาจึงต้องติดอยู่ท่ามกลางความกลัวและความหวัง
กลัวว่าหากมีการแลกเปลี่ยนความรู้และทรัพยากรกับเหล่าผู้ตื่นรู้ พวกอมนุษย์จะกลายเป็นตัวตนที่มิอาจหยุดยั้งได้ แต่ก็หวังว่าด้วยฝีมือการสร้างของ ‘ไบตรา’ (Bytra) และพลังของพวกไฮบริด จอมเวทกำมะลอทั้งหลายจะไม่สามารถสั่นคลอนอำนาจสูงสุดของเหล่าผู้ตื่นรู้ได้อีกต่อไป
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.