ตอนที่ 1216
1225 / 4197
อ่าน 7 นาที
Chapter 1216 - Kolga (Part 2)
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 16:31
**บทที่ 1216 - โคลก้า (ภาค 2)**
“ไม่ใช่แค่การดิ้นรนของพวกมันจะสูญเปล่าเท่านั้น แต่หากพวกมันยอมสยบต่อเรา พวกมันก็จะได้ลิ้มรสพรอันประเสริฐที่องค์เหนือหัวประทานให้เช่นเดียวกับเรา พวกเราจะยาตราทัพจากตาน้ำแห่งหนึ่งไปสู่อีกแห่งหนึ่ง เริ่มจากพิชิตท้องทะเลให้สิ้นซาก แล้วจึงค่อยเหยียบย่ำดินแดนส่วนทวีปให้ราบคาบ”
“ข้าเห็นด้วย” ชายที่เดินเคียงข้างนางเอ่ยสนับสนุน “เหตุใดต้องเลือกระหว่างผืนดินหรือผืนน้ำ ในเมื่อเราสามารถครอบครองได้ทั้งสองอย่าง? พวกสัตว์อสูรและมนุษย์ผูกขาดโลกโมการ์มานานเกินไปแล้ว พวกมันก็ไม่ต่างจากพวกเอลฟ์หรอก... ยุคสมัยของพวกมันสิ้นสุดลงแล้ว เพียงแต่ต้องได้รับการ ‘ตบกะโหลก’ สักทีเพื่อให้พวกมันตื่นจากฝันเท่านั้นเอง”
*‘ไอ้พวกเจ้าเล่ห์เอ๊ย!’* ลิธสบถในใจ *‘ข้าเดาไม่ผิดจริงๆ ลีกาอินกับฟาลูเอลร่วมมือกันส่งข้ามาที่นี่ คำถามเดียวคือ บิดาแห่งความเฮงซวยกับหลานสาวของเขาวางแผนส่งข้ามาเจียร่าร่วมกัน หรือต่างคนต่างฉวยโอกาสจากแผนของอีกฝ่ายกันแน่’*
*‘ฉันว่าอย่าเพิ่งกังวลเรื่องนั้นเลยค่ะ’* โซลัสเปิดใช้งานเครื่องรางสื่อสารในกระเป๋าเพื่อส่งสัญญาณ ‘ปลอดภัย’ ไปให้เรม *‘ลองดูนี่สิ’*
โซลัสแบ่งปันสิ่งที่ประสาทสัมผัสมานาของนางมองเห็นให้ลิธรับรู้ ประชากรทุกคนในโคลก้าต่างสวมใส่ชุดเกราะเวทมนตร์ มีเครื่องรางมิติ และที่สำคัญคือมีแหวนสะสมพลังเวทมนตร์สวมอยู่ครบทุกนิ้วมือ!
ตอนแรกที่กลุ่มของลิธสังเกตเห็นว่า ‘ตัวตนปลอม’ ของพวกเขามีอุปกรณ์ครบครันเพียงใด พวกเขาคิดว่าเป็นเพราะบทบาท ‘ทหารยาม’ แต่การได้พบว่านี่คืออุปกรณ์มาตรฐานของชาวเมืองทุกคน ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นมาทันที
*‘ให้ตายเถอะ! นี่ไม่ใช่แค่ภารกิจแล้ว แต่มันคือฝันร้ายชัดๆ’* ลิธหวนนึกถึงเกมระดับตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องการทรมานผู้เล่นให้จมดิ่งอยู่กับความโศกเศร้ามากกว่าความสนุก
*‘ก็แค่เกมยาก... อย่ากากสิคะมือใหม่’* โซลัสหยอกล้อลิธด้วยคำพูดยอดฮิตในโลกโซเชียลที่มักใช้ตอกกลับพวกขี้บ่น *‘ล้อเล่นนะคะ แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมแม้แต่ผูัตื่นรู้ที่ทรงพลังยังล้ม ‘ราชา’ คนนี้ไม่ได้’*
*‘ทุกคนที่นี่ติดอาวุธครบเครื่อง หอคอยนั่นก็ปราการเหล็กชัดๆ แถมทุ่งนาพวกนั้นยังได้รับการปกป้องยิ่งกว่าพระราชวังเสียอีก ไม่อย่างนั้นแค่การวางยาพิษลงในดินก็เพียงพอจะทำให้ทั้งเมืองพินาศได้แล้ว’*
*‘ยิ่งไปกว่านั้น การปนเปื้อนของมานาและพลังชีวิตที่แผ่ซ่านอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่มีใครนอกจากพวกเราที่สามารถรีดเค้นพลังที่แท้จริงออกมาได้เลย’* โซลัสกล่าวสรุป
*‘ถูกต้อง... การปะทะไม่ใช่ทางเลือก หากเกิดอะไรผิดพลาดเพียงนิดเดียว เราจะถูกรุมสกรัมทันที การลอบเร้นคือพันธมิตรที่ดีที่สุดของเรา’* ลิธคิดพลางเปิดการเชื่อมต่อทางจิตกับพวกสาวๆ เพื่อแบ่งปันข้อมูล
ฟลอเรียและทิสต้าไม่มีประสาทสัมผัสมานา และไม่สามารถใช้เนตรชีวิตได้โดยไม่ดึงดูดความสนใจ ทั้งคู่ต่างสบถพึมพำกับโชคชะตาอยู่พักหนึ่งก่อนจะสงบสติอารมณ์ลงได้
*‘ตกลง เราต้องหาคำตอบให้ได้ว่าราชาควบคุมตาน้ำมานาได้อย่างไร ข้อมูลอะไรก็ตามเกี่ยวกับพิธีกรรม และเกิดอะไรขึ้นกับธาตุความมืดที่มันปลดปล่อยออกมา’* ฟลอเรียเอ่ยแผนการ
*‘ถ้าหอคอยนั่นเป็นหอคอยจอมเวทล่ะก็ เราซวยแน่ โซลัสเป็นคนเดียวที่ตรวจสอบมันได้ นางจึงควรไปที่นั่นพร้อมกับลิธ ส่วนฉันกับทิสต้าจะไปหาห้องสมุดหรืออะไรทำนองนั้น’*
*‘สิ่งที่เราต้องการคือข้อมูลพื้นฐาน ถ้าโคลก้ามีระบบเหมือนกับอาณาจักร ข้อมูลพวกนี้อาจมีสอนในโรงเรียนด้วยซ้ำ ปัญหาเดียวคือเราถามทางใครไม่ได้เลย’*
*‘พวกเธอคงหาทางได้เองนั่นแหละ หากเกิดอะไรขึ้นให้รีบติดต่อผ่านเครื่องรางทันที ไม่อย่างนั้นอีกสองชั่วโมงค่อยมาเจอกันที่นี่’* ลิธสร้างนาฬิกาพกให้ทุกคน หลังจากรู้ว่า ‘ดวงตะวันต้องห้าม’ ของที่นี่ไม่มีวันขึ้นหรือตก
เขาอยากจะทะยานร่างบินไปยังหอคอยให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่าผู้คนรอบกายต่างสัญจรด้วยเท้าหรือไม่ก็รถเหินเวทมนตร์ เขาไม่มีความรู้เรื่องการขับขี่หรือการโดยสารเลย ทางเลือกเดียวคือการเดินเท้าและหวังว่าจะเก็บเกี่ยวข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ระหว่างทาง
ในขณะเดียวกัน พวกสาวๆ แยกตัวไปยังอีกฝั่งของถนนเพื่อกระจายกำลังสำรวจเมือง พวกนางต่างประหลาดใจที่ได้ยินชาวเมืองพูดคุยกันเรื่องงาน เรื่องลูกๆ หรือแผนการในอนาคต
มันคือเรื่องเล็กน้อยธรรมดาที่มนุษย์ในอาณาจักรต่างกังวล พวกนางคาดหวังจะเห็นชาวโคลก้าเป็นอสูรกายกระหายเลือด แต่ทว่านอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว พวกเขาก็คือผู้คนธรรมดาทั่วไปนี่เอง
ด้วยข้อมูลจากการว่ายน้ำเหนือเมืองและหน่วยความจำของโซลัส ลิธจึงจดจำแผนผังของโคลก้าได้แม่นยำดั่งลายมือตนเอง เขาก้าวยาวๆ อย่างรวดเร็วพอที่จะไม่ให้ใครสังเกตเห็นใบหน้า แต่ก็ช้าพอที่จะให้โซลัสแอบฟังบทสนทนาที่น่าสนใจได้
*‘ทำไมเราไม่เคยเจอไอ้พวกตัวร้ายที่มันชอบยืนพล่ามแผนการให้ฟังชัดๆ จะได้รู้จุดอ่อนจากปากมันเลยบ้างนะ?’* ลิธบ่นอุบในใจ หลังจากต้องทนฟังชาวเมืองบ่นเรื่องชีวิตอันน่าเบื่อหน่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
*‘ก็เพราะในชีวิตจริงไม่มีใครโง่ขนาดนั้นไงคะ แต่ฉันแอบฟังสูตรแกงกะหรี่มาได้สูตรหนึ่งนะ อยากให้คุณลองทำใจจะขาดเลยล่ะ’* โซลัสตอบกลับอย่างอารมณ์ดี
การเดินทางไปยังหอคอยจากเขตที่พักอาศัยจำเป็นต้องเดินเป็นเส้นตรง ถนนที่เชื่อมต่อเขตต่างๆ ถูกปูไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น
ถึงกระนั้น ลิธก็ต้องใช้เวลานานโขกว่าจะถึงจุดหมาย เพราะเขาไม่รู้จะขอติดรถใครไปได้อย่างไรโดยไม่ทำให้คนอื่นรู้ว่าเขาคือ ‘ผู้บุกรุก’
ทุ่งเพาะปลูกกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของโคลก้าและแผ่ขยายออกไปหลายกิโลเมตร ระหว่างที่เดินผ่าน ลิธและโซลัสสังเกตเห็นผู้คนมากมายกำลังทำงานในไร่นา โดยใช้เวทมนตร์ดูแลทั้งปศุสัตว์และพืชพรรณ
พวกเขใช้เวทดินในการไถพรวน พลิกหน้าดินด้านล่างขึ้นมาเพื่อไม่ให้ดินจืดจาง ใช้เวทน้ำเรียกหยาดน้ำอันบริสุทธิ์ ใช้เวทแสงและมืดในการรักษาโรคพืชและกำจัดศัตรูพืชตามลำดับ
*‘น่าสนใจ’* ลิธคิด *‘ทั้งที่มีแกนพลังเหนือกว่ามาก แต่คนพวกนี้กลับใช้ความสามารถเหมือนพวกคนงานในฟาร์มของพ่อข้าไม่มีผิด ทั้งที่พวกเขาสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่านี้ได้ด้วยอุปกรณ์ที่ผ่านการตีตราเวท’*
*‘ฉันเดาว่านอกจากอาหารแล้ว สิ่งที่พวกเขาขาดแคลนที่สุดคือทรัพยากรค่ะ’* โซลัสครุ่นคิด *‘ตั้งแต่มาที่นี่ ฉันยังไม่เห็นอุปกรณ์ซับซ้อนเลย รถพวกนั้นก็แค่โลหะที่ลงอาคมพื้นฐาน อุปกรณ์มาตรฐานของทุกคนก็เหมือนกัน’*
*‘แหวนสะสมพลังเวทของพวกเขาไม่เกินระดับสาม และอาวุธที่เราเห็นก็ไม่มีมณีมานาติดตั้งอยู่เลย เป็นไปได้ว่าพวกเขาเก็บโลหะเวทมนตร์ไว้ให้หน่วยรบระดับสูงเท่านั้น ส่วนคนธรรมดาก็ต้องจำใจใช้เหล็กดำกับชุดอาคมไปก่อน’*
ตลอดการเดิน มีชาวนาเพียงไม่กี่คนที่เงยหน้าขึ้นมองลิธ และแม้แต่คนที่มองก็ไม่ได้ให้ความสนใจเขานัก พวกเขาเลือกที่จะจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าเพื่อที่จะได้กลับบ้านโดยเร็วที่สุด
ระหว่างทาง โซลัสสังเกตเห็นกลุ่มคนเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง
“ได้โปรดเถอะ บอกข้าทีว่าเราจะไม่ต้องเผชิญกับความอดอยากอีกแล้ว” หญิงสาวที่มีสีหน้าหวาดระแวงเอ่ยถามคนงานในไร่ เมื่อดูจากครรภ์ที่นูนเด่นและพลังชีวิตสองสายในร่าง นางต้องกำลังตั้งครรภ์อยู่แน่ๆ
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกแม่นาง ฤดูกาลนี้ผลผลิตของเราจะอุดมสมบูรณ์ ข้าเองก็กำลังจะมี ‘ปีศาจน้อย’ ในเร็วๆ นี้เหมือนกัน และครั้งนี้ หากทวยเทพเมตตา เราคงจะสามารถเลี้ยงดูพวกเขาให้เติบโตได้อย่างดี” ชายคนนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หญิงสาวหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความยินดีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ทว่าคำพูดเหล่านั้นกลับทำให้ลิธต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย...
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.