ตอนที่ 1294
1303 / 4197
อ่าน 7 นาที
Chapter 1294 - Circle of Life (Part 2)
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 18:02
**ตอนที่ 1294 - วัฏจักรแห่งชีวิต (ภาค 2)**
การเนรมิตอาคารหลังหนึ่งจำต้องพึ่งพามหาเวทขั้นที่สาม ทว่าเหล่าเด็กน้อยในยามนี้กลับใช้ได้เพียงเวทมนตร์จิปาถะสำหรับงานบ้านเท่านั้น เลเรียส่ายศีรษะเบาๆ ก่อนจะก้าวเดินตามลิธกลับไปยังริมทะเลสาบอีกครั้ง
“วันนี้ การฝึกฝนของพวกเจ้าจะเน้นไปที่เรื่อง ‘การควบคุม’ ข้าต้องการให้พวกเจ้าฝึกฝนทั้งเวทวายุและเวทวารี เพื่อที่ว่าเมื่อเรากลับถึงบ้าน พวกเจ้าจะได้เริ่มช่วยท่านแม่ทำงานบ้านเสียที” คำกล่าวของเขาเรียกเสียงครางประท้วงจากเด็กๆ ได้ในทันที ทว่าลิธกลับทำเป็นหูทวนลม
“ไม่ว่างานนั้นจะดูน่าเบื่อหน่ายเพียงใด ตราบเท่าที่เจ้าลงมือทำมันด้วยเวทมนตร์ มันจะมอบประสบการณ์อันล้ำค่าให้แก่เจ้าเสมอ... หากเพียงแค่การขัดพื้นเจ้ายังทำได้ไม่ดีพอ แล้วข้าจะไว้วางใจให้เจ้าใช้มหาเวทแหวกท้องทะเลได้อย่างไร?” ลิธกล่าวพลางปรายตาไปทางอารัน
เขาขยับมือเป็นท่าทางแปลกตาพร้อมกับนับหนึ่งถึงสามเป็นภาษาอังกฤษ ทันใดนั้น มวลน้ำในทะเลสาบพลันแยกออกเป็นทางเดินยาวหลายเมตร ลิธสะบัดมืออีกครั้งเพื่อทำให้ดินโคลนเบื้องล่างแข็งตัว ช่วยให้เขาสามารถก้าวเดินไปได้โดยที่เท้าไม่จมลงไปในปลักโคลน
“หากปราศจากการควบคุม น้ำที่เห็นจะแปรเปลี่ยนเป็นใบมีดคมกริบที่เชือดเฉือนปลาผู้น่าสงสารทิ้งเสีย หรือไม่มันก็อาจสูญเสียความเสถียรและถล่มลงมาจมพวกเราให้สิ้นซาก” เด็กๆ เดินตามเขาลงไปจนอยู่ต่ำกว่าระดับผิวน้ำ ถูกโอบล้อมด้วยกำแพงวารีทั้งสามด้าน
พวกเขารับรู้ถึงความหมายในคำเตือน ทว่าในใจกลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว เพราะความเชื่อมั่นที่มีต่อลิธนั้นล้นปรี่ อีกทั้งสายตายังถูกตรึงไว้ด้วยภาพอันอัศจรรย์ของเหล่าสัตว์น้ำเบื้องหน้า ยามที่ลิธก้าวเดินไป มวลน้ำเบื้องหน้าจะแยกตัวออกประหนึ่งเปิดทางให้ เหมือนกับว่าเด็กๆ กำลังเดินชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบนโลกมนุษย์ไม่มีผิด
ปรากฏการณ์นี้ก่อให้เกิดประกายแสงระยิบระยับที่ดึงดูดหมู่มลาปลาให้เข้ามาใกล้ชิด ทำให้เด็กๆ ได้เห็นพวกมันอย่างเต็มตา แม้พวกมันจะมีสีสันเรียบง่ายธรรมดา ทว่าท่วงท่าการแหวกว่ายกลับเปี่ยมด้วยความสง่างาม ปลาที่หาญกล้าและขลาดยิ่งบางตัวถึงขั้นกระโดดข้ามช่องว่างเพื่อข้ามไปอีกฝั่ง
“พวกเราจะเรียนรู้สิ่งอัศจรรย์เช่นนี้ได้จริงๆ หรือ เพียงแค่การขัดพื้นน่ะหรือคะ?” เลเรียเอ่ยถามพลางยื่นมือไปแตะกำแพงน้ำ ทว่าเมื่อดึงมือกลับมา เธอกลับพบว่ามือของตนยังแห้งสนิท
“ทาแว็กซ์... เช็ดแว็กซ์... ดาเนียลซัง” ลิธตอบกลับ
“อะไรนะ?” เด็กๆ ประสานเสียงกันด้วยความงุนงง
“มันหมายความว่าพวกเจ้าต้องมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งเสียก่อน จึงจะสามารถรังสรรค์งานฝีมือที่สลับซับซ้อนได้” ลิธถอนหายใจยาวขณะนำทางพวกเขาเดินกลับขึ้นสู่ฝั่ง
“ทั้งน้ำและลมต่างยึดถือหลักการเดียวกัน พวกมันจะแข็งแกร่งเท่าที่เจ้าปรารถนาให้มันเป็น... พวกมันสามารถอ่อนโยนได้” ลิธสะบัดมือซ้ายเบาๆ ก่อเกิดเป็นม่านหมอกบางเบา ในขณะที่มือขวาเรียกสายลมอ่อนพัดผ่านให้ปอยผมของเหล่าลูกศิษย์ไหวเอน
“พวกมันสามารถสมดุลได้” ม่านหมอกแปรเปลี่ยนเป็นแส้วารีฟาดลงบนพื้นทิ้งรอยลึกเอาไว้ ขณะที่สายลมแปรเปลี่ยนเป็นพายุขนาดย่อมที่ทำให้เด็กๆ แทบจะยืนไม่อยู่
“และพวกมันสามารถแข็งกร้าวได้” แส้วารีแตกออกเป็นลิ่มน้ำแข็งนับสิบ ปักตรึงลงบนยอดหญ้าแต่ละยอดอย่างแม่นยำ ในขณะที่พายุหมุนกรายเป็นใบมีดวายุกวาดล้างพงหญ้าใกล้ค่ายพักจนราบเป็นหน้ากลอง
“หากพวกเจ้าไม่เรียนรู้วิธีจัดการกับความแข็งกร้าวของพวกมัน เจ้าจะไม่มีทางใช้เวทแสงหรือเวทปฐพีได้เลย และหากเจ้าไม่เชี่ยวชาญในความอ่อนโยนของพวกมัน เจ้าก็จะไร้ซึ่งอำนาจควบคุมความมืดและเปลวเพลิง” ลิธกล่าวเสริม
“ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้ทั้งหมดกันคะ?” เลเรียพลันรู้สึกห่อเหี่ยวใจขึ้นมาทันควัน เธอเคยเชื่อมาตลอดว่าความรักในเวทมนตร์และเจตนาที่ดีก็น่าจะเพียงพอแล้ว ทว่าการจะเป็นจอมเวทกลับดูเหมือนต้องผ่านการเคี่ยวกรำอย่างหนัก
“การเรียนรู้น่ะใช้เวลาไม่นานหรอก แต่การจะบรรลุถึงขั้นปรมาจารย์นั้นต้องอาศัยเวลาและการฝึกฝน” ลิธตอบเพื่อให้พวกเขาได้ขบคิดตาม
“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะสอนทุกอย่างให้จบในคราวเดียวหรอกนะ” เลเรียและอารันถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ข้าเพียงต้องการมอบเครื่องมือที่จำเป็นให้พวกเจ้า เพื่อให้เจ้าไปฝึกฝนด้วยตนเองได้โดยไม่ทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น”
“เลเรีย เมื่อวานเจ้าเป็นห่วงพวกปลานักหนา แต่จากที่เรน่าบอกข้า เจ้ากลับนึกสนุกทำให้คนลื่นล้มบนน้ำแข็งของเจ้า หากพวกเขาหัวกระแทกพื้นหรือกระดูกหักขึ้นมาจะเป็นอย่างไร? ในสายตาเจ้า มนุษย์มีค่าน้อยกว่าปลาหรือไร?”
“หนูไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลยค่ะ... แต่เราอยู่ใกล้บ้านผู้รักษาท่านนี้นะคะ ท่านช่วยพวกเขาได้...” เลเรียหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
“อารัน แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าใช้เวทวายุเชือดเฉือนข้าวของในบ้านจนขาดวิ่น?”
“ผมไม่ได้ตั้งใจครับพี่ลิธ ผมแค่พยายามจะช่วยท่านแม่ปัดฝุ่นให้เสร็จไวๆ เราจะได้ไปเล่นด้วยกันได้...” อารันก้มหน้ามองเท้าตนเองด้วยความละอายใจ ทุกครั้งที่เขาพยายามจะช่วยเอลิน่า เขามักจะสร้างงานให้เธอเพิ่มขึ้นเสมอ
“แล้วถ้าเจ้าพลั้งมือไปโดนท่านแม่เข้าในตอนที่รีบร้อนล่ะ? หรือโดนโอนิกซ์? เจ้าจะยังใช้ข้ออ้างเช่นนั้นได้อีกหรือ? เลเรีย เจ้าก็เช่นกัน หากคราวหน้าเจ้าจุดไฟเผาม่านในห้องจนบ้านทั้งหลังวอดวายขึ้นมาจะทำอย่างไร?” ลิธรุกถามจนกระทั่งเด็กๆ เริ่มสะอึกสะอื้น
“ข้าอยากให้พวกเจ้าคิดถึงคำพูดของข้าในครั้งหน้าที่เจ้าตัดสินใจใช้เวทมนตร์ ‘เพื่อความสนุก’ เจ้าพอจะรู้ไหมว่าใครกันที่สนุกบนความทุกข์ของผู้อื่นและไม่แยแสต่อผลการกระทำของตนเอง?” ลิธเข้าไปโอบกอดและลูบหลังปลอบโยนพวกเขา
“พวกคนเลวครับ/ค่ะ” เด็กทั้งสองประสานเสียงตอบ
“นั่นแหละคือประเด็นของข้า เวทมนตร์มิใช่สิ่งดีหรือชั่วร้าย แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะใช้มันอย่างไรต่างหาก เอาล่ะ ล้างหน้าล้างตา เช็ดน้ำมูกเสีย แล้วไปทำงานได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้กลับบ้านกันพอดี” ลิธขยี้ผมพวกเขาทั้งสองด้วยความยินดีที่เห็นว่าพวกเขาได้รับบทเรียนแล้ว
ไม่กี่นาทีต่อมา เด็กๆ พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาสามารถเรียกน้ำและลมออกมาได้อย่างง่ายดาย ทว่าในขณะที่เลเรียมีปัญหาในการใช้ลมตัดสิ่งของ อารันกลับล้มเหลวในการสร้างม่านหมอกหรือน้ำแข็ง เขาทำได้เพียงเรียมมวลน้ำมหาศาลออกมาในทุกครั้งที่พยายาม
“เลเรีย เจ้าคิดว่าปัญหาของเจ้าคืออะไร?” ลิธเอ่ยถาม
“หนูทำตามที่พี่สอนเมื่อวานเป๊ะเลยค่ะ หนูรวบรวมมานาเป็นเส้นสั้นๆ เพื่อเปลี่ยนกระแสลมให้เป็นใบมีด แต่ดูเหมือนเวทของหนูจะขาดพลังไป... เบรซซ่า (Brezza)!” เธอสะบัดมือออกไป ส่งผลให้ต้นไม้สูงใหญ่หลายต้นเพียงแค่เอนตัวลงแต่ไม่หักสะบั้น
ลิธมองเห็นรอยแผลที่เวทของเธอทิ้งไว้จากระยะไกล มันเหมือนกับว่าเธอใช้ใบมีดทู่ๆ ฟาดลงไปเสียมากกว่า
“เจ้าไม่ได้ขาดพลังหรอก เจ้าแค่สุดโต่งจากด้านหนึ่งไปสู่อีกด้านหนึ่ง และตอนนี้เจ้ากำลังหวาดกลัวในสิ่งที่ตนทำได้ เจ้าไม่จำเป็นต้องกลัว เพียงแค่ต้องเฉลียวฉลาดในการใช้เวทมนตร์ เหมือนที่ข้าทำ” ลิธกล่าวให้กำลังใจ
เลเรียสูดลมหายใจลึกและร่ายเวทอีกครั้ง คราวนี้ใบมีดวายุตัดผ่านยอดหญ้าในแนวหน้าสุดอย่างแม่นยำ
“ยอดเยี่ยม ทีนี้ก็ฝึกส่งใบมีดออกไปให้ลึกเท่าที่เจ้าต้องการ... แล้วเจ้าล่ะ อารัน?”
“ผมไม่เข้าใจเรื่องความอ่อนกับความแข็งที่พี่พูดเลยครับพี่ลิธ เวทวายุนั้นง่ายมาก แค่ใช้มานานิดหน่อย มานาเยอะหน่อย หรือมานาที่บีบอัดเยอะๆ” อารันเรียกสายลมโชย ลมกระโชก และใบมีดวายุออกมาตามลำดับอย่างรวดเร็ว
ใบมีดอย่างหลังนั้นทำลายล้างพงหญ้าในพื้นที่ที่ลิธมอบหมายให้อย่างบ้าคลั่ง มากกว่าที่จะเป็นการตัดอย่างประณีต
“แต่เวทวารีนี่สิครับ มันไม่เมคเซนส์เลย ผมมีแค่คำร่ายเดียวกับท่ามือเดียว แล้วผมจะทำผลลัพธ์ที่แตกต่างกันสามอย่างออกมาได้ยังไง?” อารันถามด้วยความฉงน
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.