ตอนที่ 247
247 / 330
อ่าน 8 นาที
Chapter 247: The simple things 1
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 06:43
บทที่ 247: สิ่งสามัญอันล้ำค่า 1
ทันทีที่มอร์ริแกนนำทางเราก้าวเข้าสู่ห้องครัวที่บัดนี้ไร้ผู้คน กลิ่นหอมกรุ่นของโรสแมรี่และเนยก็เริ่มกำจายอวลไปในอากาศ
แกรนด์ลูน่าเยื้องกรายไปตามพื้นที่กว้างขวางด้วยความคล่องแคล่วว่องไว อันเป็นทักษะที่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์หลายทศวรรษในห้องแห่งนี้ นางหยิบกระทะออกมาพลางจัดเตรียมวัตถุดิบจากตู้เย็น ทุกท่วงท่าชำนาญและมั่นคงอย่างยิ่ง
“นั่งลงสิ” นางเอ่ยโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
ฉันเหลือบสายตาไปทางเซียน เขาจึงประคองฉันไปยังเก้าอี้ตัวหนึ่งตรงโต๊ะไม้ขนาดเล็กที่ตั้งหลบมุมอยู่ เนื้อไม้เหล่านั้นเนียนละเอียดและขึ้นเงาผ่านการใช้งานมาเนิ่นนาน ทันทีที่ฉันทิ้งตัวลงนั่ง ความเหนื่อยล้าที่ฉันเคยปักใจเชื่อว่าไม่มีอยู่จริง ก็พลันโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ที่ซัดสาดเข้ามาพร้อมกันในคราวเดียว
เซียนทรุดตัวลงนั่งเคียงข้าง มือของเขายังคงกุมมือฉันไว้ไม่ยอมคลาย
ฉันรู้สึกขอบคุณเหลือเกินที่ห้องครัวนี้ช่างอบอุ่น... อุ่นยิ่งกว่าส่วนใดของคฤหาสน์หลังใหญ่ อาจจะเป็นเพราะเตาไฟที่มอร์ริแกนเพิ่งจะจุดขึ้น หรืออาจจะเป็นเพราะบางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น
ฉันเฝ้ามองนางทำงานอย่างตั้งใจ นางสับผักด้วยความเร็วระดับพริบตา ก่อนจะโยนพวกมันลงไปในกระทะจนเกิดเสียงฉ่าที่กระตุ้นให้กระเพาะของฉันเริ่มประท้วงเตือนว่าฉันไม่ได้กินของแข็งที่เรียกว่าอาหารจริงๆ มาหลายชั่วโมงแล้ว จากนั้นนางจึงเติมเนื้อไก่ที่หมักจนได้ที่ลงไป กลิ่นหอมเย้ายวนโชยมาปะทะจมูกจนฉันแทบน้ำลายสอ
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เฟีย?” นางถามโดยที่สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่กระทะ
“เหนื่อยค่ะ” ฉันยอมรับตามตรง “แต่ก็... โอเค”
“แค่โอเคอย่างนั้นหรือ?”
ฉันนิ่งคิด... ทบทวนความรู้สึกนั้นอย่างถ่องแท้ ร่างกายของฉันรู้สึกแปลกประหลาด แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกที่แย่เลยแม้แต่น้อย ฉันรู้สึก... แตกต่างออกไป เหมือนกับว่ารากฐานบางอย่างในตัวตนของฉันได้เคลื่อนย้ายและจัดวางลงในตำแหน่งใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม
“จริงๆ แล้ว ดีกว่าโอเคอีกค่ะ” คำพูดนั้นทำให้ฉันประหลาดใจพอๆ กับที่มันคงทำให้นางแปลกใจ “ฉันรู้สึกดีมาก... ดีเกินกว่าจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้เสียด้วยซ้ำ”
มอร์ริแกนเหลือบมองข้ามหัวไหล่ สายตาของนางประสานเข้ากับตาของฉันและตรึงไว้ครู่หนึ่ง
“ฉันไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานมากแล้ว” ฉันเอ่ยต่อไป “แต่ก็นั่นแหละค่ะ... ฉันรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย”
นางหันกลับไปหาเตาไฟอีกครั้ง คนผักในกระทะพลางเติมซอสบางอย่างที่มีกลิ่นหอมฉุนของกระเทียม
“เจ้าคงเยียวยาตัวเองได้เร็วมาก” น้ำเสียงของนางราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติ “น่าประหลาดใจจริงๆ”
มันน่าประหลาดใจอย่างนั้นหรือ? เลดี้เซเลเน่เคยเรียกฉันด้วยนามหนึ่ง... ผู้เยียวยาจากยุคบรรพกาล ไม่ว่านั่นจะหมายถึงอะไร หรือไม่ว่าตอนนี้ฉันจะเป็นตัวอะไรก็ตาม
ฉันไม่ได้เอ่ยสิ่งเหล่านั้นออกมา ฉันสัมผัสได้ถึงความกังวลจางๆ ผ่านพันธะคู่ครอง เซียนกำลังกังวลเกี่ยวกับมารดาของเขา... กังวลว่านางจะคิดอย่างไร และนางจะยังข่มตาหลับได้ลงไหมหากฉันเผลอหลุดปากบอกไปว่า แท้จริงแล้วฉันได้ก้าวข้ามเส้นแห่งความตายไปแล้วครั้งหนึ่ง และการที่ฉันมานั่งอยู่กับนางในห้องนี้ คือปาฏิหาริย์ที่สวรรค์ยังต้องสั่นสะท้าน
เซียนลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เย็น เขาหยิบเหยือกที่ดูเหมือนน้ำส้มออกมา ก่อนจะหยิบแก้วสามใบจากตู้ลอยใบเขื่อง ฉันเฝ้ามองเขาเทน้ำลงในแก้วด้วยความพิถีพิถันและใส่ใจ เช่นเดียวกับที่เขาทำทุกอย่างในค่ำคืนนี้
เขาวางแก้วเหล่านั้นลงบนโต๊ะ ใบหนึ่งตรงหน้าฉัน ใบหนึ่งตรงที่นั่งว่างของเขา และอีกใบตรงที่ที่มารดาของเขาจะนั่ง
มอร์ริแกนหันกลับมาจากเตาพร้อมกระทะในมือ นางมองดูแก้วน้ำพลางขมวดคิ้ว
“น้ำเปล่าน่าจะดีกว่านะ”
“นางต้องการวิตามินครับ” น้ำเสียงของเซียนราบเรียบแต่หนักแน่น
“น้ำเปล่าต่างหากคือสิ่งที่ร่างกายต้องการหลังผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญมา”
“น้ำส้มก็มีน้ำเป็นส่วนประกอบเหมือนกันนั่นแหละครับ”
“มันไม่เหมือนกัน และเจ้าก็รู้ดี”
ฉันนั่งมองทั้งสองโต้เถียงกันไปมา จังหวะการพูดคุยที่ดูเป็นธรรมชาติและลื่นไหล ราวกับพวกเขาเคยตกลงไปในวังวนของบทสนทนาแบบนี้มาแล้วนับพันครั้ง... และก็คงเป็นเช่นนั้นจริงๆ
บางสิ่งที่อบอุ่นผุดพรายขึ้นในอกของฉัน มันแผ่ซ่านไปทั่วร่างราวกับแสงอาทิตย์แรกแย้มหลังผ่านพ้นค่ำคืนที่หนาวเหน็บและยาวนาน
นี่เองคือความหมายของคำว่าครอบครัว... ไม่ใช่ความเย็นชาเคร่งครัดตามจารีตของฝูงที่ฉันเคยชิน หรือระยะห่างที่บิดาขีดเส้นเอาไว้เสมอมา แต่นี่คือ 'ความจริง' มันวุ่นวาย ยุ่งเหยิง และเต็มไปด้วยการถกเถียงเล็กๆ น้อยๆ เรื่องน้ำส้มกับน้ำเปล่า
'บ้าน' อยู่ที่นี่เอง
ความคิดนั้นผุดขึ้นมาอย่างแจ่มชัดและสมบูรณ์จนฉันไม่คิดจะตั้งคำถามหรือสงสัยในตัวมัน ฉันเพียงแต่ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นซึมซาบลงไปในหัวใจ
รอยยิ้มเริ่มปรากฏที่มุมปากของฉัน ทีละน้อย... จนกระทั่งมันกว้างขึ้น
มอร์ริแกนสังเกตเห็น นางมองใบหน้าของฉันและแววตาของนางก็อ่อนแสงลงครู่หนึ่ง แต่นางไม่ได้เอ่ยทักอะไร เพียงแต่หันไปจัดอาหารใส่จานอย่างเงียบๆ
ครู่ต่อมา นางก็วางจานลงตรงหน้าฉัน... ไก่อบพร้อมผักที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำมันเนยและสมุนไพร กลิ่นกระเทียมและพริกไทยดำโชยมาเตะจมูก มีข้าวสวยร้อนๆ ปริมาณเล็กน้อยวางเคียงอยู่ข้างๆ มันช่างเรียบง่าย ทว่าสมบูรณ์แบบเหลือเกิน
“กินเสียสิ” นางบอก
ฉันหยิบส้อมขึ้นมา คำแรกที่เข้าปากนั้นให้ความรู้สึกราวกับสรวงสวรรค์ เนื้อไก่นุ่มละมุนลิ้น ผักยังคงความกรุบกรอบไว้ได้อย่างพอเหมาะ และรสชาติที่ปรุงแต่งมานั้นช่างพอดีในทุกมิติ
ฉันไม่เคยตระหนักเลยว่าตัวเองหิวโหยเพียงใดจนกระทั่งได้เริ่มลงมือกิน ร่างกายของฉันเริ่มจดจำได้ว่ารสชาติของอาหารที่แท้จริงเป็นอย่างไร และเรียกร้องขอเพิ่มขึ้นอีก
มอร์ริแกนนั่งลงฝั่งตรงข้าม ส่วนเซียนกลับมานั่งที่เดิม ทั้งคู่มีอาหารในจานเพียงเล็กน้อย พวกเขาละเลียดกินอย่างช้าๆ พลางจับจ้องมาที่ฉันมากกว่าจานอาหารของตัวเองเสียอีก
“อร่อยมากเลยค่ะ” ฉันเอ่ยชมระหว่างคำ
“ท่านแม่ของผมทำไก่อบได้ยอดเยี่ยมที่สุดในสโคลเรนด์ (Skollrend) เลยละ” น้ำเสียงของเซียนเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“คำหวานพวกนั้นเอาชนะใจข้าไม่ได้หรอกนะ” แม้จะพูดเช่นนั้น แต่มุมปากของมอร์ริแกนกลับกระตุกคล้ายจะยิ้ม
ฉันจัดการอาหารในจานหมดเกลี้ยงเร็วกว่าที่ควรจะเป็น อาหารเหล่านั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นและอิ่มเอมอยู่ในท้อง
มอร์ริแกนลุกขึ้นและหยิบจานเปล่าของฉันไปก่อนที่ฉันจะได้ทันเอ่ยปากช่วย นางเดินไปที่อ่างล้างจานและเปิดน้ำราดลงไป
“พรุ่งนี้พวกโอเมก้าคงไม่ต้องเหนื่อยมากนักหรอก” ฉันได้ยินนางพึมพำกับตัวเอง
“เซียน” นางเอ่ยโดยไม่หันกลับมา “พาเฟียไปนอนเสีย และดูให้แน่ใจว่านางได้หลับพักผ่อนจริงๆ”
“ครับ แน่นอน”
“และเจ้า... อย่าริอ่านคิดแผนการแผลงๆ เชียวละ”
ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงลำคอ เซียนไอออกมาเบาๆ
“ผมไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงเรื่องแบบนั้นหรอกครับ” เขาตอบ
ฉันลุกขึ้นยืนด้วยขาที่รู้สึกมั่นคงเกินกว่าที่ร่างกายควรจะเป็นหลังจากผ่านเรื่องเลวร้ายมา ฉันเดินตรงไปหามอร์ริแกนที่อ่างล้างจาน
“ขอบคุณนะคะ” เสียงของฉันแผ่วเบากว่าที่ตั้งใจไว้ “สำหรับอาหาร... และที่อยู่เป็นเพื่อนฉัน”
นางหันกลับมา มือยังคงเปียกปอนจากการล้างจาน นางเช็ดมือกับผ้าขนหนูแล้วเอื้อมมือมาสัมผัสแก้มของฉันเบาๆ
“พูดเหลวไหลน่า” น้ำเสียงของนางเข้มงวดทว่าดวงตากลับอ่อนโยน “เราคือครอบครัวเดียวกัน ข้าจะไปใช้เวลากับใครได้อีกล่ะ?”
ครอบครัว... คำนี้ช่างให้ความรู้สึกที่แตกต่างเหลือเกินยามที่นางเป็นผู้เอ่ยออกมา และนางหมายความตามนั้นจริงๆ
“ข้าแค่ดีใจที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่และแข็งแรงดี” นางลดมือลง “พรุ่งนี้เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกมาก... เกี่ยวกับทุกอย่าง เข้าใจไหม?”
ฉันพยักหน้ารับ
“เพราะฉะนั้น คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่” นางเอื้อมมือมาจัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าของฉัน ทัดมันไว้ที่หลังใบหูด้วยความทะนุถนอมจนฉันรู้สึกจุกอยู่ในลำคอ “ราตรีสวัสดิ์นะ เฟีย”
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” ฉันฝืนเค้นเสียงตอบออกไป
นางยิ้มให้ แล้วหันกลับไปล้างจานที่เหลือต่อ
เพียงครู่เดียว เซียนก็มาอยู่เคียงข้าง มือของเขาประคองที่แผ่นหลังช่วงล่าง แรงกดเบาๆ นั้นนำทางฉันมุ่งหน้าไปสู่ประตู
เราเดินผ่านโถงทางเดินอันเงียบสงบของคฤหาสน์ ฝ่าเท้าของฉันทิ้งรอยชื้นจางๆ ไว้บนพื้นหินอ่อน แต่มันก็เลือนหายไปเกือบจะทันที
เมื่อถึงห้องชุดลูน่า ฉันก็หยุดชะงักพลางก้มมองสภาพตัวเอง ชุดโรงพยาบาลที่บางกริบ และยังมีคราบเลือดเล็กน้อยที่แห้งกรังเป็นสีน้ำตาลติดอยู่ตามผิวหนัง
“ฉันต้องอาบน้ำจริงๆ แล้วละค่ะ” ฉันบอก
“ให้ช่วยไหม?”
ฉันหันไปมองเขาพลางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
“ท่านแม่ของคุณเพิ่งจะเตือนไปเองนะคะ ว่าอย่าริอ่านคิดแผนการแผลงๆ”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.