ตอนที่ 268
268 / 330
อ่าน 7 นาที
Chapter 268: How the mighty have fallen 1
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 06:45
**บทที่ 268: ยามเมื่อผู้ยิ่งใหญ่ร่วงหล่น (1)**
**เฮเซล**
ความฝันไม่อาจกรายใกล้ในราตรีอันมืดมิด
ข้านอนนิ่งอยู่บนเตียง สายตาเหม่อมองไปยังเพดานห้อง เฝ้าดูเงาสลัวที่พาดผ่านเปลี่ยนทิศทางตามเข็มนาฬิกาที่เยื้องย่างไปอย่างเชื่องช้า รอยฝ่ามือของท่านแม่ยังคงฝังรากความแสบร้อนอยู่บนโหนกแก้ม มือทั้งสองข้างที่ถูกพันแผลไว้เริ่มส่งเสียงประท้วงด้วยความเจ็บปวดแปลบปลาบ ทว่าความเจ็บทางกายเหล่านั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับเพลิงแค้นที่ขดตัวอยู่ในอกราวกับสิ่งมีชีวิตที่กระหายเลือด
นักโทษ... ข้ากลายเป็นนักโทษในห้องของตัวเอง ในบ้านของฝูงที่ข้าเติบโตมา
ความน่าสมเพชของสถานการณ์นี้ควรจะทำให้ข้าหัวเราะออกมาดังๆ แต่ข้ากลับขำไม่ออกแม้เพียงนิด ทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าไป มันกลับรู้สึกระคายเคืองราวกับกำลังกลืนกินเศษแก้วละเอียดยิบ ใบหน้าของบารุคยังคงวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในห้วงคำนึง—ทั้งรอยยิ้ม สัมผัส และสายตาที่เขามองข้าดั่งสิ่งล้ำค่า... ก่อนที่เขาจะลงมือบดขยันทุกสิ่งในชีวิตข้าจนพินาศสิ้น
ข้าพลิกกายไปมาด้วยความกระสับกระส่าย ฟูกเตียงที่เคยนุ่มสบายกลับให้ความรู้สึกผิดที่ผิดทางไปเสียหมด ทุกอย่างรอบกายมันช่างบิดเบี้ยว
จนกระทั่งล่วงเข้าสู่เวลาตีสาม ข้าจึงตัดสินใจละทิ้งความพยายามที่จะข่มตาหลับ
ข้าหยัดกายลุกขึ้นเดินตรงไปยังประตู มือเอื้อมไปลองหมุนลูกบิดทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่ามันถูกลั่นกุญแจไว้แน่นหนา และแน่นอนว่ามันไม่ขยับเขยื้อนแม้เพียงมิลลิเมตร ท่านแม่เตรียมการมาอย่างดีเพื่อไม่ให้ข้าเล็ดลอดออกไปได้
ข้าแนบหน้าผากลงกับแผ่นไม้เย็นเยียบ หลับตาลงอย่างข่มขั้น เรื่องทั้งหมดนี้ไม่ควรเกิดขึ้น... มันไม่ควรเป็นแบบนี้เลยสักนิด ข้าควรจะได้ขึ้นเป็น 'ลูน่า' ข้าควรจะเป็นผู้ครอบครองอำนาจ ความเคารพ และความยำเกรง ทว่ายามนี้ข้ากลับไม่เหลืออะไรเลย ไม่เหลือแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของอิสรภาพในบ้านของตัวเอง
ผนังห้องเริ่มบีบรัดเข้ามา ห้องนอนที่เคยโอ่อ่าหรูหรากลับแปรเปลี่ยนเป็นกรงขังแคบๆ ในชั่วพริบตา ข้าถอยกริ่งออกมาจากประตู ลมหายใจเริ่มถี่รัวด้วยความอึดอัด
มันต้องมีทางออก... มันต้องมีสักทาง!
ซิลเวอร์ครีกเต็มไปด้วยเส้นทางลับ ข้าได้ยินเรื่องเล่าเหล่านี้มาทั้งชีวิต ประตูซ่อนรูปบนผนัง อุโมงค์ใต้พื้นดิน เส้นทางที่เหล่า 'อัลฟ่า' รุ่นก่อนใช้เพื่อเคลื่อนไหวอย่างไร้ร่องรอยภายในบ้าน ท่านพ่อเคยหลุดปากพูดถึงมันอยู่ครั้งสองครั้งตอนที่ข้ายังเป็นเด็ก
หากมีเส้นทางลับกระจายอยู่ทั่วบ้านขนาดนี้ ในห้องของข้าก็ต้องมีสิ มันต้องมี!
ข้าเริ่มลงมือตรวจเช็กผนังข้างเตียงเป็นอันดับแรก ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามพื้นผิววอลเปเปอร์ที่เรียบเนียนไร้รอยต่อ ข้าออกแรงกดหนักขึ้น พยายามค้นหาช่องว่างหรือเสียงก้องสะท้อนที่อาจบ่งบอกถึงโพรงลึกลับหลังกำแพง
ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า
ข้าขยับไปยังผนังส่วนถัดไป แล้วก็ถัดไป นิ้วของข้าไล่ไปตามบัวเชิงผนัง กดลงบนแผ่นไม้ทุกแผ่น ค้นหาทุกซอกทุกมุมที่สายตาจะมองเห็น ผ้าพันแผลบนมือนั้นช่างเกะกะและทำให้อะไรๆ ยากลำบากขึ้น แต่ข้าไม่สนใจ ข้ายังคงค้นหาต่อไปอย่างเป็นระบบและเปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวัง
มันต้องมีอะไรบางอย่างสิ... คันโยก ปุ่มลับ หรือกลไกอะไรก็ได้ที่ทำให้กำแพงนี้เปิดออก
ยิ่งค้นหามากเท่าไหร่ ความเดือดดาลก็ยิ่งปะทุขึ้นในใจ กำแพงก็ยังคงเป็นเพียงกำแพง แข็งกร้าว ไร้เมตตา และดูเหมือนมันกำลังถากถางข้าด้วยความเรียบง่ายของมัน
ข้าขยับไปที่ตู้เสื้อผ้า ออกแรงกดและกระแทกไปทุกพื้นผิว จากนั้นก็เคลื่อนไปที่หน้าต่าง แล้ววนกลับมาที่ประตูอีกครั้ง
ไม่มี... ไม่มี... ไม่เจออะไรเลยสักอย่าง!
ไม่มีอะไรเลย! บัดซบที่สุด!
มือของข้าสั่นเทาไปหมด ข้าไม่แน่ใจว่ามันสั่นเพราะความเหนื่อยล้าหรือความโกรธแค้นกันแน่ หรืออาจจะทั้งสองอย่าง
ข้ารู้ว่ามันต้องมีทางลับ ข้ารู้! ซิลเวอร์ครีกไม่ได้มีเส้นทางพวกนี้แค่ในห้องโถงกลางหรือห้องพักของอัลฟ่าหรอก แต่มันสอดแทรกอยู่ทั่วบ้านราวกับเส้นเลือด ใครบางคนเคยบอกข้าไว้... หรือข้าอาจจะแอบไปยินมาเอง? ท่านพ่อหรือเปล่านะ? ในวินาทีนี้ข้าไม่สนรายละเอียดอีกต่อไปแล้ว สิ่งเดียวที่สำคัญคือมันต้องมีทางลับอยู่ที่นี่ และข้ากลับหามันไม่เจอ
ข้าอยากจะกรีดร้องออกมาให้สุดเสียง อยากจะซัดหมัดเข้าใส่กำแพงให้มันพังทลายลงมาเพียงเพื่อระบายอารมณ์ แต่หากทำเช่นนั้น ท่านแม่คงจะได้ข้ออ้างชั้นดีในการประจานว่าข้ามันวิกลจริต และสมควรถูกส่งตัวออกไปเหมือนเจ้าสาวสั่งทำทางไปรษณีย์
ข้าจึงยังคงค้นหาต่อไป แม้แสงเงินแสงทองจะเริ่มรำไรผ่านหน้าต่างเข้ามา แม้ปลายนิ้วจะระบมและเรียวขาจะสั่นพยุงตัวไม่ไหวจากการลุกนั่งและเอื้อมคว้า แม้ความไร้ประโยชน์ของสิ่งที่ทำอยู่จะกดทับลงมาบนบ่าราวกับน้ำหนักมหาศาล
ในที่สุดข้าก็ยอมหยุดมือ เพียงเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าแว่วมาจากโถงทางเดิน
ข้าชะงักนิ่ง มือยังคงทาบอยู่บนผนังใกล้กับโต๊ะเครื่องแป้ง เสียงฝีเท้านั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดลงที่หน้าประตู
เสียงกุญแจถูกสอดเข้าไปในลูกบิด เสียงหมุนของกลไกทำให้ท้องไส้ของข้าบิดมวน
ประตูกระชากเปิดออก
ท่านแม่ก้าวเข้ามาเป็นคนแรก สีหน้าของนางเรียบเฉยและเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง เบื้องหลังคือ 'เดลต้า' ที่ประคองถาดอาหารมาอย่างนอบน้อม กลิ่นหอมของอาหารปะทะเข้ากับจมูกจนท้องของข้าส่งเสียงประท้วงด้วยความหิวโหย แต่ข้าปฏิเสธที่จะแสดงอาการใดๆ ออกมา
ข้าต้องรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้ เพื่อให้ท่านแม่เห็นว่าสิ่งที่นางทำมันทำร้ายข้าได้รุนแรงเพียงใด
ทว่าดูเหมือนนางจะไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะร่วมเล่นเกมนี้กับข้าเหมือนครั้งก่อนๆ หากจะพูดให้ถูก นางดู 'เอือมระอา' กับเรื่องไร้สาระของข้าเต็มทน
ข้าเหยียดตัวตรง ผึ่งผายหัวไหล่ขึ้น "นี่มันบ้าชัดๆ"
ท่านแม่ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ นางเพียงจ้องมองข้าด้วยดวงตาที่แฝงไปด้วยการคำนวณ ไล่สายตาสำรวจชุดนอนที่ยับย่นและรอยคล้ำใต้ตาที่ข้าแน่ใจว่ามันต้องดูแย่มากแน่ๆ
"ท่านพ่อจะคิดอย่างไรที่ท่านขังข้าไว้แบบนี้?" ข้าเค้นเสียงถาม
"เขาไม่ได้ใส่ใจนักหรอก" น้ำเสียงของนางราบเรียบราวกับพูดเรื่องลมฟ้าอากาศ "ตอนนี้เจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับความอัปยศของเขา เขารังเกียจเดียดฉันท์เจ้าในฐานะเด็กสาวโง่เขลาคนหนึ่ง"
คำพูดนั้นฟาดฟันลงมากลางใจราวกับคมดาบ แต่ข้ายังคงรักษาหน้ากากความเฉยเมยเอาไว้ ข้าจะไม่ยอมให้นางมีความสุขจากการที่ได้เห็นว่าคำพูดนั้นบาดลึกเพียงใด
"ข้าเองก็เริ่มรังเกียจเจ้าเหมือนกัน" ท่านแม่สำทับ
ข้าแค่นหัวเราะออกมา แต่เสียงที่เปล่งออกไปกลับสั่นพร่ากว่าที่ตั้งใจ "ข้าไม่ได้ขอมาเกิดเสียหน่อย"
"ใช่ เจ้าไม่ได้ขอ"
"แต่ในเมื่อข้าอยู่ที่นี่แล้ว ข้าก็จะอยู่ต่อไปและจะยึดครองพื้นที่นี้ ข้าเป็นลูกของท่าน เป็นลูกของเขาด้วย!" ข้าก้าวเท้าเข้าไปหานาง ปรับเปลี่ยนสีหน้าให้นุ่มนวลลงและแสร้งทำน้ำเสียงให้ดูเล็กและอ่อนโยน "ท่านเกลียดข้าไม่ได้หรอก"
ข้าหยุดยืนตรงหน้านาง ช้อนสายตามองผ่านแพขนตาด้วยแววตาที่น่าเวทนาที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันเป็นลูกไม้ที่เคยได้ผลเสมอเมื่อตอนที่ข้ายังเยาว์วัย ยามที่ข้ายังสามารถปั่นหัวนางได้ด้วยน้ำตาและคำพูดจ้อประจบ
"ข้าเข้าใจว่าท่านโกรธ และท่านก็มีสิทธิ์ที่จะโกรธ ข้ามันโง่เขลา มองอะไรแค่สั้นๆ และดื้อรั้น" คำพูดเหล่านั้นมีรสชาติขมปร่าดุจเถ้าถ่าน แต่ข้าก็ฝืนเค้นมันออกมา "เวลาที่ถูกขังอยู่ที่นี่ทำให้ข้าได้ทบทวนตัวเอง ข้าจะไม่ทำอะไรโง่ๆ แบบนั้นอีกแล้ว ข้าเปลี่ยนไปแล้วท่านแม่ จิตใจของข้าดีขึ้นแล้ว"
สีหน้าของท่านแม่ไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย "ไม่... เจ้ายังเหมือนเดิม"
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.