ตอนที่ 1479
1488 / 4197
อ่าน 7 นาที
Chapter 1479 Fathers and Son Part 1
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 19:28
บทที่ 1479 บิดาและบุตร (ตอนที่ 1)
ความโศกเศร้ากัดกินลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของโมร็อคไม่ต่างจากลิธ เขาเฝ้าแต่ก่นด่าตัวเองที่ตัดสินใจทิ้งกองทัพไป จนสูญเสียสิทธิในการเข้าร่วมงานกาล่าครั้งนั้นไปอย่างน่าเจ็บใจ
อสูรไทแรนท์หนุ่มเคียดแค้นในความอ่อนแอของตนเอง ชิงชังที่ตนมิใช่ ‘ผู้ตื่นรู้’ และปล่อยให้บุคคลสำคัญลำดับที่สองในชีวิตบนโลกโมนาร์ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนาประหนึ่งสุนัขข้างถนน
ดังนั้น ทันทีที่เดรัสปรากฏตัวขึ้น พร้อมถ้อยคำถากถางที่ประหนึ่งการโรยเกลือลงบนแผลสด เส้นด้ายแห่งความอดทนของโมร็อคก็ขาดผึงในทันใด
ข้อดีของการเป็นสัตว์อสูรจักรพรรดิคืออสูรไทแรนท์นั้นมีรูปลักษณ์ภายนอกมิผิดเพี้ยนจากมนุษย์ และข้อดีของการตัดขาดจากอาณาจักรคือต่อให้มีใครจำเขาได้ เขาก็ไม่มีสิ่งใดต้องสูญเสียอีกต่อไป
ทว่าพละกำลังและโทสะอันพลุ่งพล่านกลับมิอาจทัดเทียมการวางแผนอันรัดกุม เดรัสเตรียมการป้องกันมาอย่างแน่นหนาจนสามารถรับมือลิธและโอไรออนได้พร้อมกัน นับประสาอะไรกับอสูรกายที่คลุ้มคลั่งเพียงลำพัง
ม่านพลังเวทสกัดกั้นห่าฝนคาถาจนทำให้โมร็อคสูญเสียข้อได้เปรียบจากการลอบโจมตี ถึงกระนั้น เขาก็ยังตะเกียกตะกายเข้าประชิดตัวและฟาดค้อนศึกคู่ใจเข้าใส่ศัตรูสุดแรงเกิด
"สนุกพอยังวะ ไอ้ระยำ!" ค้อนขวาบดขยี้ทั้งโล่และแขนขององครักษ์คนแรกจนแหลกลาญ ค้อนซ้ายซัดใบหน้าของทหารรับจ้างคนที่สองจนกระเด็นหายไปในทุ่งหญ้า ขณะที่ดวงตาของเขาเริ่มสูบฉีดมานา ดูดซับพลังเวทโดยรอบเพื่อสลายการป้องกันที่เดรัสวางไว้
"นั่นมัน..." โอไรออนพึมพำผ่านเสียงสะอื้น แต่กระนั้นเขาก็ยังนิ่งเฉย ไม่คิดจะขยับกายไปช่วยอาร์คเมจร่วมอาชีพแม้แต่น้อย
"หนึ่งในเพื่อนของเราค่ะ" ฟริย่าหยุดร้องไห้ชั่วขณะเพื่อส่งเสียงเชียร์โมร็อค พร้อมชี้จุดบอดในขบวนรบของศัตรู
"ไอ้หนูนี่ใช้ได้เลย ข้าละอยากให้ควิลล่าเดทกับคนที่มีกระดูกสันหลังแข็งแกร่งแบบหมอนี่ แทนที่จะเป็นเจ้าโมร็อคนั่นจริงๆ" โอไรออนพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง พลางวาดหวังจะเห็นศีรษะของเดรัสถูกบดขยี้ประหนึ่งแตงโมใต้ค้อนศึกนั่น
ทว่าโชคร้ายที่องครักษ์คนที่สามและสี่เข้าขวางทางไว้ได้ทัน เปิดโอกาสให้อาร์คเมจเฒ่าร่ายมหาเวทระดับห้า ‘พายุเข็ม (Needle Storm)’
ลำแสงแห่งน้ำแข็งและความมืดพุ่งทะยานออกจากปลายนิ้วแต่ละนิ้ว พร้อมด้วยลูกศรเวทขนาดเล็กจำนวนมหาศาลที่พุ่งเข้าใส่ทุกทิศทางตามเจตจำนงของเดรัส ลำแสงเหล่านั้นซัดเข้าใส่ร่างของโมร็อคในระยะเผาขน รวดเร็วเสียจนเขามิอาจดูดซับมันผ่านดวงตาได้ทัน จนต้องกระอักเลือดคำโตออกมา
‘บัดซบ ถ้าไม่ได้ชุดเกราะเวิร์มการ์ด (Wyrmguard) ของอาจารย์อาจาทาร์ช่วยไว้ ข้าคงตายคาที่ไปแล้ว ต้องหนีไปจากที่นี่ก่อน’ โมร็อคคิดในใจ
เขามิได้ขลาดกลัวความตาย แต่ชิงชังความคิดที่จะดับสูญไปก่อนศัตรูคู่อาฆาต โมร็อคใช้ร่างของพวกทหารรับจ้างเป็นโล่มนุษย์กำบังรัศมีเวท แต่เดรัสกลับไม่คิดจะออมมือเลยแม้แต่น้อย สำหรับเขา พวกนั้นเป็นเพียงเบี้ยที่ใช้เงินจ้างมาได้เสมอ
ยิ่งไปกว่านั้น เชื้อพระวงศ์มิอาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป จึงส่งกองทัพองครักษ์หลวงเข้าช่วยเหลือ "พสกนิกรผู้จงรักภักดี" ของตน
"ลาก่อน ไอ้ชาติชั่ว!" อสูรไทแรนท์แผดเสียงก้อง เขาดูดซับห่าฝนเวทมนตร์ผ่านดวงตาอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส ก่อนจะระเบิดพลังทั้งหมดกลับคืนไปในคราวเดียวจนเดรัสกระเด็นหายไป
ม่านควันหนาทึบเปิดโอกาสให้เขาใช้ ‘พริบตา (Blink)’ หนีออกไปได้สำเร็จ ก่อนจะเปิดประตูมิติ (Warp) กลับสู่รังของอาจารย์ด้วยอุปกรณ์ที่อาจาทาร์เตรียมไว้ให้ยามที่ศิษย์จอมซ่าก่อเรื่อง
"ไอ้หนู ข้าเพิ่งสร้างไอ้ของชิ้นนี้เสร็จ แต่มันกลับพังยับเยินขนาดนี้เลยเรอะ ข้าควรจะทำยังไงกับเจ้าดีเนี่ย?" มังกรเดรคถอดแว่นตากรอบทองขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอสูรไทแรนท์
รูปลักษณ์ของเขาประหนึ่งกิ้งก่ายักษ์ที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีน้ำเงินแซฟไฟร์ มีเขาขาวโพลนพุ่งออกมาจากจมูก อันที่จริงอาจาทาร์มิได้สายตาสั้น แต่เป็นเพราะหนังสือเหล่านั้นช่างตัวเล็กจิ๋ว และกระดาษก็แพงเกินกว่าจะทำตำราขนาดใหญ่ที่เหมาะกับมังกรเดรคได้
"ช่วยข้าตื่นรู้ที" โมร็อคเอ่ยเสียงเรียบหลังจากปิดประตูมิติและมั่นใจว่าไม่มีใครตามมา
"เจ้าเสียสติไปแล้วเรอะ?" อาจาทาร์กล่าวคำที่เขาใช้เริ่มบทสนทนากับศิษย์ผู้นี้จนชินปาก
"หากข้าตื่นรู้ ข้าจะใช้เวทมนตร์วิญญาณ (Spirit Magic) ทะลวงม่ายพลังของเดรัสได้" โมร็อคเมินเฉยต่อคำตำหนิและเพ้อฝันถึงความแค้น "ด้วยพละกำลังใหม่ ข้าจะปลิดชีพองครักษ์ของมันก่อนจะค่อยๆ ทรมานมันอย่างช้าๆ ข้าจะฉีกร่างเดรัสออกเป็นชิ้นๆ และเหลือหัวมันไว้เป็นส่วนสุดท้าย"
ภาพจินตนาการนั้นทำให้มังกรเดรคถึงกับขนลุกซู่ นึกขอบใจที่อวัยวะสำคัญของตนถูกปกคลุมด้วยเกล็ดหนาที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าแร่ออริคัลคัม (Orichalcum)
"ข้าจะกระชากกะโหลกมันออกมาทำกระโถน ต่อให้ตายไปแล้ว หัวของมันก็จะได้เต็มไปด้วยอาจมเหมือนตอนที่มันยังหน้าด้านมีชีวิตอยู่!" โมร็อคคำรามทั้งน้ำตา
เวทรักษาและถ้อยคำก่นด่าอันรุนแรงทำให้เขาหอบหายใจจนตัวโยน
"ฟังนะ... หนึ่ง—อะไรนะ? และสอง—บ้าไปแล้วหรือไง! ไม่มีใครยอมเสี่ยงตายเพื่อตื่นรู้เพียงเพราะผู้หญิงที่เคยเดทด้วยครั้งเดียวหรอกนะ เจ้าคิดจะเอาชีวิตไปทิ้งเพื่อการล้างแค้นจริงๆ เรอะ? เจ้ามีแกนพลังสีน้ำเงินนะเว้ย เห็นแก่ลีเกนเถอะ การตื่นรู้ตอนนี้มันอันตรายเกินไป แกนพลังของเจ้าแข็งแกร่งเกินไป ร่างกายก็พังยับเยิน—"
"ไม่มีอะไรที่วิชาลมหายใจฟื้นฟู (Invigoration) รักษาไม่ได้" โมร็อคตัดบท
"มันเรียกว่า ‘นิมิต (Foresight)’ และมันเป็นวิชาลมหายใจของข้าเว้ย ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!" อาจาทาร์คำราม "อย่างที่ข้าบอก สภาพจิตใจของเจ้าตอนนี้มันไม่ไหวหรอก ต่อให้โมนาร์อยากจะช่วยเจ้าก็ตาม"
"นั่นแหละข้าถึงต้องขอให้อาจารย์ช่วย! ข้ารู้ว่าท่านมีมรดกสายเลือดที่จะเพิ่มโอกาสรอดให้ข้า ข้ามั่นใจว่าโมนาร์จะช่วยให้กระบวนการนี้ง่ายขึ้น เพราะนางตามรังควานข้าตลอดตอนที่ข้าอยู่ในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ (Fringe)" โมร็อคสวนกลับ
"ถ้าโลกเฮงซวยนี่อยากจะฆ่าข้า มันคงมีวิธีง่ายกว่าการหลอกล่อให้ข้าฆ่าตัวตายด้วยการตื่นรู้"
อาจาทาร์ถอนหายใจยาว พลางบีบดั้งจมูกเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวมหาศาลที่เกิดจากการพยายามคุยกับศิษย์ดื้อด้านผู้นี้
"ฟังนะ ข้าไม่ได้บอกว่าความคิดเจ้ามันบ้า—ถึงแม้มันจะบ้าจริงๆ ก็เถอะ—แต่ข้าอยากให้เจ้าพักผ่อนและทำใจให้สงบก่อน การตื่นรู้จะทำให้พ่อของเจ้าตามหาเจ้าพบจากเวทติดตามที่เกลมอสสลักไว้ในพลังชีวิตของเจ้า... เจ้ายังอยากเจอเขาอยู่ไหม?"
"ไม่" โมร็อคพยักหน้า "นั่นคือคนที่ข้าเกลียดที่สุดเป็นอันดับสองรองจากเดรัส"
"งั้นเราก็เห็นพ้องตรงกัน พรุ่งนี้ค่อยคุยเรื่องนี้ อีกอย่าง การเรียนเวทมนตร์วิญญาณมันไม่ง่าย และข้าก็ไม่เคยบอกว่าจะสอน—"
"ขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับ ท่านอาจารย์อาจาทาร์" โมร็อคตัดบทมังกรเดรคพลางค้อมกายคำนับอย่างลึกซึ้ง
จากนั้นเขาสูดลมหายใจเข้าลึกครั้งแล้วครั้งเล่า โมร็อคล่วงรู้ความลับของการตื่นรู้มาตั้งแต่ตอนอยู่ในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่เขาปฏิเสธที่จะใช้มันมาโดยตลอดเพราะหวาดกลัวความตาย หรือกลัวที่จะกลายเป็นเหมือนลิธ... สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังเกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าถึงได้
ไม่ว่าจะเป็นที่สถาบัน ในกองทัพ หรือตอนเป็นขุนนาง ทุกประสบการณ์ล้วนเป็นสิ่งที่ขมขื่นสำหรับโมร็อค
แม้แต่ตอนที่เขายังมีสภาพกึ่งมนุษย์ ทุกคนต่างปฏิบัติกับเขาประหนึ่งสัตว์ประหลาด
ไม่ว่าจะเป็นเหล่านักเรียน เพื่อนทหาร หรือแม้แต่สาวๆ ที่เข้ามาพัวพันหลังจากเขาได้เป็นบารอน ทุกคนล้วนมองเขาเหมือนสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่ง หรือไม่ก็เป็นแค่สิ่งของที่ต้องหาปลอกคอมาล่ามไว้เสมอ
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.