ตอนที่ 909
916 / 4197
อ่าน 8 นาที
Chapter 909 Bad News Part 1
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 10:40
บทที่ 909 ข่าวร้าย ภาค 1
“แม่... เป็นแม่ที่ไม่ดีหรือเปล่า?” จู่ๆ เอลิน่าก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ลิธหันขวับไปมองมารดาในทันที เขาแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองกับคำถามที่ไร้เหตุผลเช่นนั้น
“มันเป็นความผิดของแม่ใช่ไหมที่ลูกชายคนแล้วคนเล่าพากันละทิ้งแม่ไป? แล้วเจ้าคิดว่าอารันจะเกลียดแม่ด้วยหรือเปล่าเมื่อเขาโตขึ้น?”
‘ข้าว่าความกังวลที่สั่งสมมาบวกกับการปรากฏตัวแบบกะทันหันของเจ้าน่าจะทำให้นางสติหลุดไปแล้วล่ะ’ โซลัสออกความเห็นในใจ
‘หมายความว่ายังไง?’ เขาถามกลับ
‘แม่ของเจ้าเจ็บปวดมาตลอดนะเจ้าคนทึ่ม! นางคงใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดผวาว่าที่เจ้าไม่ยอมติดต่อกลับมาบ้าน เพราะเจ้าตัดสินใจจะเดินตามรอยไทรออนแล้วตัดขาดจากนางไปน่ะสิ’
“อย่าพูดเหลวไหลสิครับแม่ แม่คือเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมไม่เผาลูเทียให้ราบเป็นหน้ากลองตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมเริ่มใช้เวทมนตร์ได้” ลิธไม่อาจทนรับความคิดที่ว่าตนเองมีส่วนคล้ายกับพี่ชายคนโตได้เลย
เขาไม่อยากมีอะไรเหมือนกับไทรออนแม้แต่น้อย อย่าว่าแต่ทรงผมเลย ยิ่งเรื่องที่จะทำให้เอลิน่าต้องทนทุกข์ทรมานเหมือนที่ไทรออนเคยทำ เขายิ่งไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้น
“ขอบใจนะลูกรัก” เอลิน่าหัวเราะเบาๆ เพราะคิดว่าสิ่งที่เขาพูดคือมุกตลก
“แม่ทำดีที่สุดเพื่อพวกเราทุกคนมาเสมอ ทุ่มเททุกอย่างแม้จะต้องเสียสละหยาดเหงื่อแรงกายหรือเงินออมอันน้อยนิดของแม่เองก็ตาม” ลิธกุมมือมารดาไว้มั่น ไม่ยอมให้นางจมดิ่งอยู่กับการตำหนิตนเอง
“ลูกทุกคนรักและเคารพแม่นะ แต่ไม่ช้าก็เร็วพวกเราก็ต้องเติบโตและหาเส้นทางของตัวเอง ออร์พัลเลือกทางที่พินาศด้วยตัวเอง ส่วนไทรออนก็เลือกทิฐิของเขา ส่วนเรน่านั้น... ผมจำได้ว่านางคือความภูมิใจและความสุขของแม่ไม่ใช่หรือที่แต่งงานอยู่ในลูเทียและมีหลานตัวน้อยๆ ให้แม่ถึงสองคน”
“พวกเจ้าทุกคนคือความภูมิใจและความสุขของแม่ทั้งนั้นแหละเจ้าลูกบ้า” เอลิน่าสูดน้ำมูก “จริงสิ พี่สาวของเจ้าน่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่ในช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์นะ ในเมื่อตอนนี้เจ้ากลับมาบ้านแล้ว เจ้าควรจะเปิด ‘เกต’ (Warp) ไปรับเรน่ามาหน่อย ช่วงนี้นางเคลื่อนไหวลำบากมาก แม่เลยทำได้แค่ไปเยี่ยมนางที่ลูเทียเท่านั้น”
“ไม่ต้องห่วงครับแม่ ผมจะพาเรน่า เลเรีย หรือแม้แต่เซนตันมาด้วยเลย” ลิธกำลังจะเปิดประตูมิติแต่เอลิน่าห้ามไว้ก่อน
“ต้องใช้คำว่า ‘แม้แต่’ เลยเหรอ? เซนตันเขาเป็นคนดีนะ แล้วก็อย่าลืมเคาะประตูล่ะ ถ้าเจ้าไปเปิดเกตพรวดพราดกลางห้องนั่งเล่นเขา เรน่าได้หัวใจวายตายพอดี พวกเขาไม่ชินกับการแวะมาหาของเจ้าแล้วนะ” คำพูดของเอลิน่าแฝงไปด้วยความกังวลและคำดุเบาๆ ทำให้ลิธต้องถอนหายใจออกมา
เขามาปรากฏตัวที่หน้าบ้านของตระกูลพราวด์แฮมเมอร์ หากแต่บนประตูและกำแพงบ้านกลับสลักตราสัญลักษณ์ของตระกูลเวอร์เฮนเอาไว้ มันคือรูปมังกรดำขดม้วนรอบหอคอย มีไม้เท้าเวทมนตร์และดาบไขว้กันอยู่เบื้องหลัง สื่อถึงทักษะความสามารถทั้งหมดของลิธและโซลัส
ทุกครั้งที่โซลัสมองดูตราประจำตระกูลนี้ นางจะเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข เพราะมันไม่เพียงแต่แสดงถึงสายสัมพันธ์ของพวกเขา แต่มันยังสื่อว่าลิธนับถือนางเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขาอย่างแท้จริง
หลังจากเคาะประตู ลิธก็ได้ยินเสียงโต้เถียงดังมาจากข้างใน
“เจ้าไม่ควรลำบากสังขารเดินมาเปิดประตูเองนะ!” ลิธจำได้ว่าเป็นเสียงของเซอร์ม่า แม่สามีของเรน่า
“พวกท่านก็ย้ายเตียงข้ามาไว้ข้างล่างเพื่อไม่ให้ข้าต้องขึ้นบันไดแล้วไง ข้ายังพอมีแรงเปิดไอ้ประตูบ้านเฮงซวยนี่ได้อยู่น่า! ข้าแค่ท้องนะ ไม่ได้พิการ!” เสียงของเรน่าตวาดกลับอย่างเกรี้ยวกราดในแบบที่ลิธไม่เคยได้ยินมาก่อน
‘ฉิบหายแล้วไง... นี่ข้าหนีหนีเสือมาปะจระเข้หรือเปล่าเนี่ย’ ลิธคิดในใจ
โชคดีที่พอเรน่าเห็นหน้าเขา สีหน้าของนางก็สว่างไสวด้วยความดีใจทันที
นางยังคงเป็นหญิงสาวผู้งดงามในวัยยี่สิบสี่ปี เรน่าสูงประมาณร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ผมสีบลอนด์ยาวประบ่ามีประกายสีดำแซมอยู่ ดวงตาสีน้ำตาลสุกใส การตั้งครรภ์ทำให้นางดูมีน้ำมีนวลและหน้าท้องโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ลิธ! ดีใจเหลือเกินที่ได้เจอเจ้า” นางพยายามจะโผเข้ากอดคอเขาแต่เกือบจะถลาล้มเพราะน้ำหนักตัวที่เอนมาข้างหน้า ที่ร้ายไปกว่านั้นคือนางไม่เคยเรียกชื่อเขาตรงๆ เลย เว้นเสียแต่ว่านางกำลังจะดุเขาเท่านั้น
ลิธประคองนางไว้ด้วยความระมัดระวัง พลางสำรวจระดับอันตรายในบริเวณนั้น
“แฝดหรือครับ?” ความคิดนี้ทำให้เขารู้สึกสยองขึ้นมา
“โอ้ เยี่ยมไปเลย! เราไม่ได้เจอกันตั้งครึ่งปี แต่แม้แต่เจ้าก็มองไม่เห็นอย่างอื่นนอกจากพุงของข้าใช่ไหม!” เสียงของนางกลับมาเกรี้ยวกราดอีกครั้ง
“อีกอย่าง เจ้าก็น่าจะรู้ตั้งนานแล้วถ้าเจ้าหัดถามไถ่บ้างตอนที่โทรมาไม่กี่ครั้งนั่นน่ะ เจ้าทำแม่เป็นห่วงแทบตายนะเจ้าตัวแสบ อย่าริอ่านทำแบบนั้นอีกเชียว!” นางชี้นิ้วใส่จมูกของลิธ เหมือนที่เคยทำสมัยยังเด็กเวลาที่เขาหายเข้าไปในป่านานเกินไป
“ผมขอโทษครับพี่ ต่อไปผมจะระวังให้มากกว่านี้” ลิธพบว่าตัวเองต้องย้อนกลับไปพูดประโยคเดิมๆ เขาเริ่มตระหนักแล้วว่าตนเองพลาดสิ่งต่างๆ ไปมากมายเพียงใดจากการละเลยครอบครัว และพวกเขาต้องทนทุกข์เพราะเขามากขนาดไหน
“เจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว นั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” น้ำเสียงของนางเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานและเปี่ยมไปด้วยความเมตตาของคนเป็นแม่ มันคือความโล่งใจที่เห็นลิธกลับมาอย่างครบถ้วนสามสิบสอง เรน่ากอดเขาไว้แน่นพลางสะอื้นไห้เบาๆ
‘ข้าไม่รู้ว่าควรจะสยองกับอารมณ์ที่แปรปรวนของนาง หรือความจริงที่นางพูดถูกกันแน่’ ลิธคิด
“พี่อยากให้ผมตรวจร่างกายให้ไหม?” เขาถาม
“เทพเจ้าช่วย... แน่นอนสิ เจ้าไม่รู้หรอกว่ามันลำบากแค่ไหนตั้งแต่ทิสต้าจากไป ฮีลเลอร์คนใหม่ก็เก่งอยู่นะ แต่เทียบไม่ได้เลยกับการมีการรักษาชั้นเลิศระดับไวท์กริฟฟอนคอยดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” เรน่ายอมให้ลิธประคองไปที่โซฟา พลางพร่ำบอกอาการไม่สบายต่างๆ ที่นางต้องเผชิญ
มากกว่าจะเป็นการบอกอาการ มันฟังดูเหมือนรายการซื้อของสดเสียมากกว่า เพราะมันยาวเหยียดไปหมด
‘ให้ตายเถอะ...’ ลิธคิดพลางใช้ ‘อินวิกอเรชัน’ (Invigoration) ตรวจสอบร่างกายของเรน่า
“ยินดีด้วยนะครับพี่... พี่ได้แฝดสามแน่ะ อยากรู้เพศไหมครับ?” เขาช่วยสลายอาการอักเสบที่หลัง ปรับสมดุลฮอร์โมนที่แปรปรวน และขจัดความเจ็บปวดทั้งปวงที่รุมเร้านางมาตลอดหลายเดือน
“ไม่ล่ะจ้ะ ขอบใจ พี่อยากให้มันเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์มากกว่า... พวกเขาแข็งแรงดีไหม?” เสียงของเรน่าฟังดูเหมือนเสียงครางอย่างมีความสุขเมื่อร่างกายของนางได้ผ่อนคลายเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
“แน่นอนครับ แข็งแรงมาก” ลิธโกหก
หนึ่งในทารกนั้นได้รับสืบทอดโรคร้ายแรงแบบเดียวกับทิสต้า ปอดเล็กๆ ของทารกคนนั้นเต็มไปด้วยสิ่งเจือปนและสิ่งอุดตันจนลิธสงสัยว่าเด็กคนนี้จะรอดชีวิตได้นานแค่ไหนเมื่อสายสะดือถูกตัดออก
“ขอบใจเจ้ามาก พี่สลัดความรู้สึกที่ว่ามีบางอย่างผิดปกติไม่ออกเลย บางทีพี่คงจะคิดมากไปเองล่ะมั้ง มันคงเป็นนิสัยที่สืบทอดกันมาในครอบครัวเราน่ะ” เรน่าหัวเราะเบาๆ ไปพร้อมกับลิธ
‘ข่าวร้ายก็คือ เนื่องจากมันเป็นโรคติดต่อทางพันธุกรรม ข้าจึงไม่สามารถรักษาด้วยเวทมนตร์แสงธรรมดาได้ แต่ข่าวดีก็คือ หลังจากที่ข้าทะลวงขีดจำกัดและรักษากรณีหนักๆ อย่างซีดรอสมาแล้ว เจ้าตัวเล็กนี่ก็น่าจะจัดการได้ไม่ยาก’ เขาครุ่นคิด
‘ไม่มีคำว่า "ง่าย" หรอกเมื่อต้องรับมือกับพลังชีวิตที่อ่อนแอขนาดนั้น’ โซลัสแย้ง ‘เจ้าต้องบอกความจริงกับเรน่า การรักษาเด็กทารกอาจต้องใช้เวลานานเหมือนตอนซีดรอส และเจ้าจะยอมให้ใครมารบกวนหรือทำให้เสียสมาธิไม่ได้เด็ดขาด’
‘ไม่มีทาง ข้าไม่บอกแน่ ในสภาพแบบนี้นางจะเครียดไม่ได้ ความเครียดอาจทำให้นางคลอดก่อนกำหนด และนั่นจะทำให้ข้าต้องเอาสี่ชีวิตไปเสี่ยงแทนที่จะเป็นหนึ่งเดียว ข้าจะบอกนางก็ต่อเมื่อนางและเด็กๆ ปลอดภัยแล้วเท่านั้น’
‘และที่ข้าจะบอก ก็เพียงเพราะนางต้องรับรู้ว่าตนเองเป็นพาหะของโรค ไม่อย่างนั้นคราวหน้าเราอาจจะไม่โชคดีแบบนี้อีก’ ลิธสั่นสะท้านเมื่อนึกถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น
เรน่าปลาบปลื้มเป็นที่สุดที่จะได้กลับไปยังบ้านเดิมของครอบครัวพร้อมกับน้องชายสุดที่รักและฮีลเลอร์ส่วนตัว ยิ่งพอพูดถึงมื้ออาหารมื้อใหญ่ที่รอคอยอยู่ก็ยิ่งทำให้นางตกลงอย่างง่ายดาย เพราะอารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้เรน่ารู้สึกหิวโซขึ้นมาทันที
จะว่าไปแล้ว ช่วงนี้นางก็หิวได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว การกินเผื่ออีกสี่ชีวิตเป็นงานที่หนักหนาเอาการ แต่นางก็เต็มใจที่จะทำมันเพื่อลูกๆ ของนางเอง
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.