ตอนที่ 923
930 / 4197
อ่าน 8 นาที
Chapter 923 Birthdays Part 1
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 10:49
บทที่ 923 วันเกิด ภาค 1
“เจ้าคิดเห็นอย่างไร โซลัส?” ลิธเอ่ยถามทำลายความเงียบ
“ข้าคิดว่าสำหรับแหวนที่ใช้เพียงส่วนประกอบพื้นๆ และแกนพลังเวทเทียมเพียงหนึ่งเดียว แต่มันกลับต้องใช้ความพยายามมหาศาลเหลือเกินในการสร้าง” โซลัสตอบ “เกราะสกินวอล์คเกอร์ชุดหนึ่งต้องใช้แกนพลังเวทเทียมถึงสี่แกนพร้อมกัน และหากพวกมันเติบโตขึ้นจนถึง 120 เปอร์เซ็นต์ของพลังเวทสูงสุดของเจ้า การจะสร้างมันขึ้นมาเพียงชุดเดียวก็ต้องใช้พลังงานจากเจ้าถึง 480 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว”
“อักขระรูนที่เรามีอยู่ในตอนนี้ยังไม่ทรงพลังพอสำหรับงานระดับนี้ ความพยายามใดๆ ที่จะรังสรรค์ ‘ผลงานชิ้นเอก’ ในตอนนี้ ล้วนถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องล้มเหลว” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น
“เฮ้ การมองโลกในแง่ร้ายมันเป็นงานของข้านะ เจ้าควรจะเป็นคนที่มองหาแสงสว่างสิ” ลิธตอบกลับ “ข้าหมายถึง อย่างน้อยเราก็ไม่ได้เสียโอริคัลคุมบริสุทธิ์ไปโดยเปล่าประโยชน์ และเรายังสร้างแหวนเพิ่มได้อีก”
“ข้าขอโทษ... มันก็แค่ แม้เจ้าจะสังเกตไม่เห็น แตภายใต้แสงสีทองอร่ามของข้า ในใจของข้ากลับรุ่มร้อนด้วยความริษยาจนตัวสั่น” โซลัสกำค้อนในมือแน่นจนสั่นสะท้านด้วยความอัดอั้น
นางจ้องมองไปที่แหวนวงนั้นโดยไม่ล่องลอยไปมาอย่างที่เคยเป็น ศีรษะของนางก้มต่ำ ไหล่ทั้งสองข้างห่อเหี่ยวลง ดูตัวเล็กลงกว่าที่เคยเป็นมา
“จะมีประโยชน์อะไรที่มีค้อน มีร่างกายเป็นของตัวเอง หากสิ่งที่ข้าทำได้มีเพียงแค่ยืนมองอยู่ข้างสนาม?” นางรำพึง “นี่คือทั้งหมดที่อนาคตกำหนดไว้ให้ข้าจริงๆ หรือ? เป็นเพียงผู้ช่วยเบอร์สองของเจ้าตลอดไป?”
“ข้าไม่รู้เหมือนกัน” ลิธรู้สึกสะทกสะท้านและเจ็บปวดไปกับความทุกข์ทรมานของนาง แต่เขาไม่ต้องการให้ความหวังปลอมๆ หรือเอ่ยถ้อยคำที่ว่างเปล่า “สิ่งเดียวที่ข้าบอกเจ้าได้คือ ข้าจะทำทุกอย่างสุดความสามารถเพื่อมอบชีวิตที่เจ้าสมควรได้รับให้จงได้”
“ข้าขอโทษที่เอาแต่ใจตัวเองเสมอมา การบอกว่าข้ามัวแต่ไขว้เขวกับเรื่องไร้สาระล่าสุดไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะเราต่างก็เผชิญมันมาด้วยกันทั้งคู่... เจ้าอยากจะลองทำแหวนกักเก็บเวทมนตร์ดูไหม? คราวนี้เจ้าเป็นคนนำ แล้วข้าจะเดินตามเอง”
“จริงหรือ?” โซลัสเงยหน้าขึ้น ดวงตาเปล่งประกายด้วยความโสมนัส
“จริงสิ”
“เจ้าสัญญาได้ไหมว่าจะไม่โกรธข้า ต่อให้ข้าจะถลาโอริคัลคุมบริสุทธิ์ที่เหลืออยู่ทั้งหมดจนไม่เหลือซาก?”
“ข้าสัญญา เมื่อเทียบกับความสุขของเจ้าแล้ว ของพวกนั้นมันก็แค่เศษเหล็ก” เขาเอ่ยพลางสวมกอดนางไว้แนบอก
“ขอบพระคุณเหลือเกิน ข้าขอให้คำมั่นว่าข้าจะทำสุดกำลังเพื่อมอบผลงานชิ้นเอกที่คู่ควรแก่ชื่อของอาจารย์เมนาเดียนให้แก่เจ้า” นางตอบขณะซบหน้าลงกับไออุ่นของเขา ภาวนาให้ช่วงเวลานี้ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์
“อย่ากังวลไปเลย อย่างแย่ที่สุด พอข้าฝึกเพลิงต้นกำเนิดจนชำนาญแล้ว เราก็ค่อยเอาโลหะพวกนั้นมาหลอมใช้ใหม่ก็ได้” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า
“ข้าเกลียดเจ้าจริงๆ เจ้าลูกบ้า! เจ้าทำลายบรรยากาศซึ้งๆ ของข้าหมดเลย” ถึงจะปากเก่งเยี่ยงนั้น แต่นางกลับไม่ยอมปล่อยมือจากอ้อมกอดของเขาเลยแม้แต่น้อย
***
ท่ามกลางช่วงเวลาพักผ่อนและการทดลองเรื่องอักขระรูน วันเกิดของลิธก็ใกล้เข้ามาเยือนรวดเร็วจนเขาเกือบจะลืมมันไปเสียสนิท หากคนอื่นๆ ไม่คอยย้ำเตือนอยู่ตลอดเวลา
โซลัสตื่นเต้นอย่างที่สุดที่จะได้พบกับเหล่าสหายเก่าของลิธ คามิลากลับรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง ส่วนครอบครัวของเขาทั้งหมดกลับดูตื่นเต้นราวกับว่าเขากำลังจะได้เป็นประธานาธิบดีแห่งโมการ์ แทนที่จะเป็นเพียงการอายุเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี
ทิสตาพึ่งจะกลับมาจากการปฏิบัติภารกิจ และนางแทบจะหัวใจวายเมื่อได้รู้ว่าเรน่าเกือบจะเสียลูกๆ ในครรภ์ไป
“น้องขอโทษจริงๆ ค่ะพี่เรน่า น้องไม่รู้เลยว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขนาดนี้ขึ้นได้ยังไง” นางพร่ำบอกคำเดิมซ้ำๆ จนกระทั่งเรน่าต้องเอาสลิปเปอร์ฟาดหัวทิสตาเข้าให้เพื่อให้เจ้าตัวเงียบเสียงลง
“ไม่ใช่ความผิดของเจ้าเสียหน่อย ยัยบื้อ! ลิธอธิบายให้ข้าฟังแล้วว่าปอดของเด็กจะพัฒนาในช่วงท้าย และตอนนั้นเจ้าก็ไม่อยู่แล้ว ข้าจะไปขอให้พวกเจ้าทิ้งชีวิตส่วนตัวมาดูแลข้าทุกครั้งที่ข้าตั้งท้องได้ยังไงกัน” เรน่ารักน้องสาวของนางมาก แต่การต้องมาถูกย้ำเตือนถึงนาทีชีวิตที่เฉียดตายบ่อยๆ ในขณะที่ใกล้ครบกำหนดคลอดเช่นนี้ มันทำให้นางหงุดหงิดเหลือประมาณ
“แต่มันต้องเป็นความผิดของน้องแน่ๆ น้องเป็นคนเดียวในครอบครัวที่เคยทุกข์ทรมานจากโรครัดคอ (Strangler) น้องต้องส่งต่อมันไปให้เด็กแน่ๆ เลย” ทิสตาเริ่มสะอื้น
“จ้า... เจ้าคงอยากป่วยเล่นๆ แล้วก็มุดเข้าไปในท้องข้าเพื่อแพร่เชื้อให้ลูกข้าโดยที่ข้าไม่รู้ตัวสินะ เจ้าไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าพ่นเรื่องไร้สาระอะไรออกมาน่ะ?” เรน่าดึงทิสตาเข้ามากอดแน่น พลางโยกตัวปลอบขวัญน้องสาวคนเล็กในอ้อมแขน
เรน่าช่วยเอลิน่าดูแลน้องๆ มาตั้งแต่จำความได้ นางเปลี่ยนผ้าอ้อม ป้อนข้าว และกล่อมพวกเขาจนหลับยามเจ็บไข้ได้ป่วย
สำหรับนางแล้ว ลิธและทิสตาเปรียบเสมือนลูกในไส้มากกว่าแค่น้องชายหญิง แม้ลิธจะแทบไม่เคยร้องไห้หรือป่วยไข้เลยแม้แต่ตอนเป็นทารก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาล้ำค่าน้อยลงเลยในสายตาของเรน่า
ลิธเฝ้ามองภาพนั้น พลางรู้สึกซาบซึ้งในสายสัมพันธ์ระหว่างพี่สาวทั้งสอง
‘ข้าอาจจะบอกพวกเขาได้ว่าในทางทฤษฎีแล้วมันเป็นความผิดของท่านแม่ที่ส่งต่อยีนที่บกพร่องมาให้พวกเรา แต่ข้าคิดว่านั่นจะยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลง และอาจจะทำให้ท่านแม่เสียใจจนขาดใจตายไปเสียก่อน ให้พวกเขาคิดว่าเป็นเรื่องโชคร้ายธรรมดาๆ ยังจะดีเสียกว่า’ ลิธครุ่นคิด
‘แล้วเจ้าวางแผนจะบอกพวกเขาเมื่อไหร่ล่ะ เรื่องที่เจ้าเป็นไฮบริดน่ะ?’ โซลัสถาม
‘ก่อนอื่นต้องผ่านงานสังคมวันเกิดที่มีทั้งพวกตระกูลเออร์นาส เหล่าศาสตราจารย์จากสถาบัน และคนพวกนั้นที่ข้าอุตส่าห์หนีหน้ามาทั้งปีไปก่อน ข้าเสี่ยงให้ครอบครัวตกใจจนต้องยกเลิกงานไม่ได้หรอก ข้าจะรอจนถึงงานปาร์ตี้ส่วนตัวที่บ้านเวอเฮน’
‘เจ้ากลัวหรือ?’
‘กลัวจนตัวสั่นเลยล่ะ ให้พูดตรงๆ นะ ข้าแทบรอให้เรน่าคลอดไม่ไหวแล้ว ด้วยโชคชะตาของข้า ข้ากลัวเหลือเกินว่ามันจะไปเกิดขึ้นกลางงานสังคม หรือไม่ก็ก่อนที่ข้าจะเริ่มแปลงร่างต่อหน้าครอบครัวพอดี’ ลิธถอนหายใจ
ดูเหมือนว่าครั้งนี้โชคชะตาจะยอมรับฟังคำขอของเขา เพราะเรน่าเริ่มเจ็บท้องคลอดในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล ลิธต้อนรับข่าวนี้ด้วยการสบถด่าโชคชะตาที่เล่นตลกไม่เลิก ก่อนจะเร่งติดต่อหาฟาลูเอลทันที
เอลิน่าเร่งเครื่องทำความร้อนจนถึงขีดสุด พร้อมเตรียมน้ำร้อนและผ้าสะอาดเพื่อรอรับมือกับการมาถึงของหมอตำแยสายเวทมนตร์
“ความคิดยอดเยี่ยมมาก เอลิน่า ข้าขอน้ำชาร้อนๆ สักแก้วเพื่อขับไล่ความหนาวออกจากกระดูกแก่ๆ ของข้าหน่อยสิ” ฟาลูเอลเอาผ้าพันรอบกาย พลางใส่ใบชา สะระแหน่ และเหล้าแรงสูตรไฮดร้าลงในหม้อน้ำร้อน
ฤดูหนาวได้มาเยือนอย่างเต็มกำลังแล้ว ด้วยอุณหภูมิที่ติดลบ ท้องฟ้าที่มืดครึ้ม และหิมะที่โปรยปรายอย่างหนัก ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ฟาลูเอลเกลียดเข้าไส้ นางกระดกน้ำชาทั้งหม้อลงคอต่อหน้าเอลิน่าที่ยืนอ้าปากค้าง
“ค่อยยังชั่วหน่อย ทีนี้ ใครที่ไม่ใช่ ‘ผู้รักษา’ (Healer) ก็ถอยไปให้พ้นทางข้าซะ” ฟาลูเอลกล่าวพร้อมกับเรอออกมาหนึ่งครั้ง ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของเรน่าและไล่ทุกคนออกไป เหลือไว้เพียงลิธและทิสตาเท่านั้น
“คอยดูและเรียนรู้ไว้ให้ดี” นางกล่าวพลางวางมือลงบนสะโพกของเรน่า
แสงสีขาวบริสุทธิ์โอบล้อมร่างของหญิงสาวผู้กำลังจะกลายเป็นมารดา ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนังและกล้ามเนื้อ จากนั้นไฮดร้าก็เริ่มควบคุมจังหวะการหดตัวของมดลูก ควบคู่ไปกับการปรับความแข็งอ่อนของเนื้อเยื่ออย่างชำนาญ
เด็กน้อยลืมตาดูโลกทีละคนภายในเวลาไม่ถึงห้านาทีหลังจากฟาลูเอลมาถึง ในขณะที่พี่น้องตระกูลเวอเฮนช่วยกันตัดสายสะดือและทำความสะอาดทารก ไฮดร้าก็ยังคงเดินหน้าทำงานกับคนไข้ของนางต่อไป
ทิสตายืนตกตะลึงเมื่อสังเกตเห็นว่า ไม่ว่าสิ่งที่ฟาลูเอลทำลงไปนั้นคืออะไร มันได้ช่วยป้องกันการเกิดรอยแตกหน้าท้อง และช่วยปรับสรีระของเรน่าให้กลับมาเพรียวบางเหมือนก่อนที่จะตั้งครรภ์ไม่มีผิดเพี้ยน
“นี่มัน... ได้ยังไงกัน...” เท่าที่นางรู้ แม้แต่มาโนฮาร์ก็ยังไม่อาจทำให้การทำคลอดดูง่ายดายปานนี้ได้ ส่วนใหญ่นั่นเป็นเพราะอีตาหมอนั่นยอมก่อกบฏเสียยังดีกว่าจะยอมมาทำงานเป็นหมอตำแยเช่นนี้!
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.